ปฐก. 24:12 เขาอธิษฐานว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของอับราฮัมนายของข้าพระองค์ ขอประทานความสำเร็จแก่ข้าพระองค์ในวันนี้ และขอทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่อับราฮัมนายของข้าพระองค์
อพย. 12:17 พวกเจ้าจงถือเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ เพราะในวันนี้เอง เราได้นำไพร่พลของเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพราะฉะนั้น พวกเจ้าจงถือวันนี้เป็นกฎถาวรชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า
อพย. 14:13 โมเสสกล่าวกับประชากรว่า “อย่ากลัวเลย จงยืนนิ่งอยู่ คอยดูความรอดจากพระยาห์เวห์ ซึ่งทรงทำเพื่อพวกท่านในวันนี้ เพราะคนอียิปต์ที่เห็นในวันนี้ พวกท่านจะไม่ได้เห็นอีกตลอดไป
อพย. 14:30 ด้วยเหตุนี้ในวันนั้นพระยาห์เวห์โปรดช่วยให้คนอิสราเอลรอดจากเงื้อมมือคนอียิปต์ คนอิสราเอลเห็นศพคนอียิปต์อยู่ที่ชายทะเล
อพย. 19:10 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงไปหาประชาชนและชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ และให้พวกเขาซักเสื้อผ้าให้สะอาด
อพย. 32:29 แล้วโมเสสกล่าวว่า “ในวันนี้ท่านทั้งหลายจงสถาปนาตัวเองรับใช้พระยาห์เวห์ แต่ละคนจงสู้รบกับบุตรและพี่น้องของตน เพื่อวันนี้พระองค์จะทรงอวยพรท่านทั้งหลาย”
อพย. 34:11 “จงรักษาคำบัญชาที่เราให้เจ้าในวันนี้ ดูเถิด เราจะไล่คนอาโมไรต์ คนคานาอัน คนฮิตไทต์ คนเปริสซี คนฮีไวต์ และคนเยบุส ไปให้พ้นหน้าเจ้า
ลนต. 8:34 สิ่งที่ได้ทำในวันนี้ พระยาห์เวห์ทรงบัญชาให้ทำเพื่อลบมลทินของท่าน
ลนต. 9:4 เอาโคผู้ตัวหนึ่งและแกะผู้ตัวหนึ่งเป็นศานติบูชา ถวายบูชาแด่พระยาห์เวห์ พร้อมธัญบูชาเคล้าน้ำมัน เพราะพระยาห์เวห์จะทรงปรากฏแก่ท่านในวันนี้’ ”
ลนต. 16:30 เพราะว่าในวันนี้จะเป็นวันลบมลทินของพวกเจ้า และชำระพวกเจ้าให้พ้นจากความบาปทั้งสิ้นของพวกเจ้า พวกเจ้าจึงสะอาดเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์
ฉธบ. 1:39 ยิ่งกว่านั้นบรรดาลูกน้อยของพวกเจ้าที่เจ้าว่าจะถูกปล้นเอาไปนั้น และเด็กๆ ของเจ้าที่ในวันนี้ยังไม่รู้จักผิดและชอบ จะได้เข้าไปที่นั่น เราจะให้แผ่นดินนั้นแก่พวกเขา และพวกเขาจะยึดครองที่นั่น
ฉธบ. 4:8 และมีชนชาติใหญ่ชาติใดเล่า ซึ่งมีกฎเกณฑ์และกฎหมายอันชอบธรรมดังธรรมบัญญัตินี้ ซึ่งข้าพเจ้าได้ตั้งไว้ต่อหน้าพวกท่านในวันนี้?
ฉธบ. 4:26 ข้าพเจ้าขออัญเชิญฟ้าและดินมาเป็นพยานกล่าวโทษท่านในวันนี้ว่า ท่านทั้งหลายจะพินาศอย่างสิ้นเชิงจากแผ่นดินซึ่งท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยึดครองนั้น ท่านจะไม่ได้อยู่ในแผ่นดินนั้นนาน แต่ท่านจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
ฉธบ. 4:39 ดังนั้นจงทราบเสียในวันนี้ และตรึกตรองอยู่ในใจว่าพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าในฟ้าสวรรค์เบื้องบนและบนแผ่นดินเบื้องล่าง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกเลย
ฉธบ. 4:40 ฉะนั้น ท่านจงรักษากฎเกณฑ์และพระบัญญัติของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาแก่ท่านในวันนี้ เพื่อท่านและลูกหลานที่เกิดมาภายหลังท่านจะไปดีมาดี และวันคืนของท่านจะยืนนานอยู่ในแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่านตลอดไป”
ฉธบ. 5:1 โมเสสได้เรียกคนอิสราเอลทั้งหมดเข้ามา แล้วกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า “โอ คนอิสราเอล จงฟังกฎเกณฑ์และกฎหมายซึ่งข้าพเจ้าจะกล่าวให้เข้าหูของท่านในวันนี้ เพื่อท่านจะได้เรียนรู้ที่จะรักษาและทำตามข้อความเหล่านั้น
ฉธบ. 5:3 ไม่ใช่พระยาห์เวห์จะทรงทำพันธสัญญากับบรรพบุรุษของเราเท่านั้น แต่ทรงทำกับเรา คือเราทุกคนผู้มีชีวิตอยู่ที่นี่ในวันนี้
ฉธบ. 5:24 และท่านทั้งหลายกล่าวว่า ‘นี่แน่ะ พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราได้ทรงสำแดงพระสิริและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และเราได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์จากท่ามกลางเพลิง ในวันนี้เราได้เห็นพระเจ้าตรัสกับมนุษย์ และมนุษย์ยังมีชีวิตอยู่ได้
ฉธบ. 6:6 และจงให้ถ้อยคำเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่าน
ฉธบ. 7:11 ดังนั้นพวกท่านจงระวังที่จะทำตามบัญญัติ กฎเกณฑ์ และกฎหมาย ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านในวันนี้
ฉธบ. 8:1 “พระบัญญัติทั้งสิ้นซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้นั้น ท่านทั้งหลายจงระวังที่จะทำตาม เพื่อจะมีชีวิตและทวีจำนวนมากขึ้น และเข้าไปยึดครองแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์ทรงปฏิญาณกับบรรพบุรุษของพวกท่าน
ฉธบ. 8:11 “ท่านจงระวังตัว เกรงว่าจะลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน โดยไม่รักษาพระบัญญัติกฎหมายและกฎเกณฑ์ของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้
ฉธบ. 8:19 ถ้าท่านลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และไปติดตามพระอื่นและปรนนิบัตินมัสการพระเหล่านั้น ข้าพเจ้าขอยืนยันต่อท่านในวันนี้ว่า ท่านจะต้องพินาศแน่นอน
ฉธบ. 9:1 “โอ คนอิสราเอล จงฟังเถิด ท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปในวันนี้ เพื่อจะเข้ายึดครองประชาชาติที่ใหญ่กว่าและมีกำลังมากกว่าท่าน ทั้งเมืองก็ใหญ่และมีกำแพงสูงเทียมฟ้า
ฉธบ. 10:13 และให้รักษาพระบัญญัติของพระยาห์เวห์และกฎเกณฑ์ของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้ากำลังบัญชาท่านในวันนี้ เพื่อประโยชน์ของท่าน
ฉธบ. 11:2 ท่านทั้งหลายจงตระหนักในวันนี้เถิด เพราะข้าพเจ้าไม่ได้กล่าวกับลูกหลานของพวกท่าน ผู้ไม่เห็นการตีสอนของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์และพระกรที่เหยียดออกของพระองค์
ฉธบ. 11:8 “ดังนั้นท่านทั้งหลายจงรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านในวันนี้ เพื่อท่านทั้งหลายจะเข้มแข็ง และเข้ายึดครองแผ่นดินซึ่งพวกท่านกำลังจะข้ามไปยึดครองนั้น
ฉธบ. 11:13 “ถ้าท่านจะตั้งใจเชื่อฟังตามบัญญัติของข้าพเจ้าซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านไว้ในวันนี้ ให้รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายและปรนนิบัติพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน
ฉธบ. 11:27 เป็นคำอวยพร ถ้าพวกท่านเชื่อฟังพระบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้
ฉธบ. 11:28 เป็นคำสาปแช่ง ถ้าท่านไม่เชื่อฟังพระบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน แต่หันเหไปจากทางซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านในวันนี้ ไปติดตามพระอื่นซึ่งท่านไม่รู้จัก
ฉธบ. 11:32 ท่านจงระวังที่จะทำตามกฎเกณฑ์และกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งข้าพเจ้าตั้งไว้ต่อหน้าท่านทั้งหลายในวันนี้
ฉธบ. 13:18 ถ้าท่านเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน คือรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้ากำลังบัญชาท่านในวันนี้ และทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
ฉธบ. 15:5 ถ้าท่านเพียงแต่ตั้งใจจะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ระวังที่จะทำตามพระบัญญัติทั้งสิ้นซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้
ฉธบ. 15:15 ท่านจงจำไว้ว่าท่านเคยเป็นทาสในแผ่นดินอียิปต์ และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงไถ่ท่านไว้ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงบัญชาเรื่องนี้แก่ท่านในวันนี้
ฉธบ. 19:9 เมื่อท่านรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้และทำตาม ให้ท่านรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และดำเนินอยู่ในพระมรรคาของพระองค์เสมอ แล้วท่านจงเพิ่มเมืองอีกสามเมืองนอกจากสามเมืองเหล่านั้น
ฉธบ. 26:3 ท่านจงไปหาปุโรหิตผู้ประจำการอยู่ในเวลานั้น และกล่าวแก่เขาว่า ‘ข้าพเจ้ายอมรับในวันนี้ต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านว่า ข้าพเจ้าได้เข้ามาในแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์ทรงปฏิญาณแก่บรรพบุรุษของเราว่าจะประทานแก่เราทั้งหลาย’
ฉธบ. 26:17 ในวันนี้ท่านได้ยอมรับแล้วว่า พระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของท่าน และท่านจะดำเนินตามพระมรรคาของพระองค์ และรักษากฎเกณฑ์ พระบัญญัติและกฎหมายของพระองค์ และจะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์
ฉธบ. 26:18 และในวันนี้พระยาห์เวห์ทรงรับว่าท่านเป็นชนชาติที่เป็นของล้ำค่าของพระองค์ ดังที่พระองค์ทรงสัญญาไว้กับท่าน และว่าท่านจะรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์
ฉธบ. 27:1 โมเสสและพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลได้บัญชาประชาชนว่า “จงรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นซึ่งข้าพเจ้าบัญชาพวกท่านในวันนี้
ฉธบ. 27:4 และเมื่อท่านข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปแล้ว จงตั้งศิลาเหล่านี้บนภูเขาเอบาลตามที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ แล้วจงโบกเสียด้วยปูน
ฉธบ. 27:10 เพราะฉะนั้นท่านจงเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และรักษาพระบัญญัติและกฎเกณฑ์ของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านไว้ในวันนี้”
ฉธบ. 28:1 “ถ้าท่านตั้งใจเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และระวังที่จะทำตามพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั่วโลก
ฉธบ. 28:13 ถ้าท่านเชื่อฟังพระบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ และระวังที่จะทำตาม พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ท่านเป็นหัวไม่ใช่เป็นหาง ทำให้สูงขึ้นเท่านั้นไม่ใช่ให้ต่ำลง
ฉธบ. 28:14 และถ้าท่านไม่หันเหไปทางขวาหรือทางซ้าย จากบรรดาถ้อยคำซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ไปติดตามปรนนิบัติพระอื่น
ฉธบ. 28:15 “แต่ถ้าท่านไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และไม่ระวังที่จะทำตามพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ และกฎเกณฑ์ของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ แล้วคำสาปแช่งทั้งหมดเหล่านี้จะลงมาเหนือท่านและตามทันท่าน
ฉธบ. 29:10 “ในวันนี้ท่านทั้งหลายทุกคนยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน คือบรรดาหัวหน้าเผ่า พวกผู้ใหญ่ของท่าน เจ้าหน้าที่ของท่าน และบรรดาผู้ชายของอิสราเอล
ฉธบ. 29:12 เพื่อท่านจะได้เข้ามาในพันธสัญญาแห่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน คือในคำปฏิญาณของพระองค์ ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงทำกับท่านในวันนี้
ฉธบ. 29:13 เพื่อพระองค์จะทรงแต่งตั้งท่านทั้งหลายในวันนี้ให้เป็นประชากรของพระองค์ และเพื่อพระองค์จะเป็นพระเจ้าของท่าน ดังที่พระองค์ทรงสัญญากับท่านนั้น และดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณกับบรรพบุรุษของท่าน คือกับอับราฮัม กับอิสอัคและกับยาโคบ
ฉธบ. 29:15 แต่กับผู้ที่ยืนอยู่กับเราทั้งหลายที่นี่ในวันนี้เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา และกับผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่กับเราในวันนี้
ฉธบ. 29:18 จงระวังให้ดี เกรงว่าจะมีชายหรือหญิงคนใด หรือตระกูลใด หรือเผ่าใด ซึ่งจิตใจของเขาหันจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราในวันนี้ ไปปรนนิบัติบรรดาพระของประชาชาติเหล่านั้น เกรงว่าท่ามกลางท่านจะมีรากซึ่งเกิดเป็นพืชที่เป็นพิษและบอระเพ็ด
ฉธบ. 30:2 และท่านก็หันกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ทั้งตัวท่านและลูกหลานของท่าน และเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ในทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านในวันนี้ด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน
ฉธบ. 30:8 และท่านจะฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์อีกและรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้
ฉธบ. 30:11 “เพราะว่าพระบัญญัติซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ สำหรับท่านไม่ยากเกินไป และไม่ไกลเกินไปด้วย
ฉธบ. 30:16 คือในการที่ข้าพเจ้าได้บัญชาท่านในวันนี้ ให้รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ให้ดำเนินในพระมรรคาทั้งหลายของพระองค์และให้รักษาพระบัญญัติ กฎเกณฑ์ และกฎหมายของพระองค์ แล้วท่านจะมีชีวิตอยู่และทวีมากขึ้น และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงอวยพรแก่ท่านในแผ่นดินซึ่งท่านเข้าไปยึดครองนั้น
ฉธบ. 30:18 ข้าพเจ้าขอประกาศแก่ท่านทั้งหลายในวันนี้ว่า พวกท่านจะพินาศเป็นแน่ ท่านจะไม่มีชีวิตอยู่นานในแผ่นดินซึ่งท่านกำลังจะยกข้ามแม่น้ำจอร์แดน เข้าไปยึดครองนั้น
ฉธบ. 30:19 ข้าพเจ้าขออัญเชิญสวรรค์และโลกให้เป็นพยานต่อท่านในวันนี้ว่า ข้าพเจ้าตั้งชีวิตและความตาย พระพรและคำสาปแช่งไว้ต่อหน้าท่าน เพราะฉะนั้นท่านจงเลือกเอาข้างชีวิตเพื่อท่านและลูกหลานของท่านจะได้มีชีวิตอยู่
ฉธบ. 31:17 แล้วในวันนั้นเราจะกริ้วต่อเขา และจะทอดทิ้งเขาและซ่อนหน้าของเราจากเขา พวกเขาจะถูกกลืน และเผชิญสิ่งร้ายและความลำบากมากมาย ในวันนั้นเขาจะกล่าวว่า ‘เราเผชิญสิ่งร้ายเหล่านี้ เพราะพระเจ้าไม่สถิตท่ามกลางเราไม่ใช่หรือ?’
ฉธบ. 31:18 ในวันนั้นเราจะซ่อนหน้าของเราเป็นแน่ เนื่องจากความชั่วที่เขาทำเพราะเขาได้หันไปหาพระอื่น
ฉธบ. 32:46 ท่านก็กล่าวแก่เขาว่า “จงใส่ใจในถ้อยคำซึ่งข้าพเจ้าเป็นพยานแก่ท่านในวันนี้ เพื่อท่านจะได้บัญชาลูกหลานของท่าน ให้เขาระวังที่จะทำตามถ้อยคำทั้งหมดของธรรมบัญญัตินี้
ยชว. 4:14 ในวันนั้นพระยาห์เวห์ทรงยกย่องโยชูวาต่อหน้าอิสราเอลทั้งหมด เขาทั้งหลายก็ยำเกรงท่าน ดังที่เขาเคยยำเกรงโมเสสตลอดชีวิตของท่าน
ยชว. 7:25 และโยชูวากล่าวว่า “ทำไมท่านจึงนำความทุกข์ยากมาให้พวกเรา? พระยาห์เวห์จะทรงนำความทุกข์ยากมาถึงท่านในวันนี้” แล้วอิสราเอลทั้งหมดจึงเอาหินขว้างเขาให้ตาย เผาพวกเขาด้วยไฟ และขว้างพวกเขาด้วยก้อนหิน
ยชว. 8:25 คนที่ล้มตายทั้งหมดในวันนั้นทั้งชายและหญิง 12,000 คน คือชาวเมืองอัยทั้งหมด
ยชว. 9:27 ในวันนั้นโยชูวาได้ตั้งพวกเขาให้เป็นคนตัดฟืนและคนตักน้ำสำหรับชุมนุมชน และสำหรับแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ ณ สถานที่ซึ่งพระองค์ทรงเลือกสืบมาจนทุกวันนี้
ยชว. 10:28 ในวันนั้นโยชูวายึดเมืองมักเคดาห์ได้ และประหารเมืองนั้นเสียด้วยคมดาบ ทั้งกษัตริย์ของเมืองนั้นด้วย ท่านได้ทำลายพวกเขาเสียอย่างสิ้นเชิง ทุกชีวิตที่อยู่ในเมืองไม่มีเหลือสักคนเดียว และท่านได้ทำต่อกษัตริย์แห่งมักเคดาห์อย่างที่ท่านได้ทำต่อกษัตริย์แห่งเยรีโค
ยชว. 10:35 และเขาก็ตีได้ในวันที่สองและฆ่าทุกคนด้วยคมดาบจนทำลายเขาเสียสิ้นในวันนั้น ดังทุกสิ่งที่ท่านได้ทำต่อเมืองลาคีช
ยชว. 14:9 ในวันนั้นโมเสสได้สาบานว่า ‘แท้จริงแผ่นดินซึ่งเท้าของท่านได้เหยียบย่ำไปนั้น จะตกเป็นมรดกของท่านและของบุตรหลานของท่านสืบไปเป็นนิตย์ เพราะว่าท่านได้ติดตามพระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพเจ้าอย่างสุดใจ’
ยชว. 14:12 เพราะฉะนั้นขอมอบแดนเทือกเขานี้ ซึ่งพระยาห์เวห์ตรัสในวันนั้นให้แก่ข้าพเจ้า เพราะท่านได้ยินในวันนั้นแล้วว่าคนอานาคอยู่ที่นั่น มีเมืองใหญ่ที่มีกำแพงล้อมอย่างเข้มแข็ง บางทีพระยาห์เวห์จะสถิตกับข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็จะขับไล่เขาออกไปได้ ดังที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้แล้ว”
ยชว. 22:16 “ชุมนุมชนทั้งสิ้นของพระยาห์เวห์กล่าวดังนี้ว่า ‘พวกท่านได้ทำการทรยศเช่นนี้ต่อพระเจ้าของอิสราเอลได้อย่างไร ในการที่ท่านได้หันกลับจากการติดตามพระยาห์เวห์ โดยสร้างแท่นบูชาสำหรับตัวในวันนี้เป็นการกบฏต่อพระยาห์เวห์?
ยชว. 22:18 และพวกท่านจะหันไปเสียจากการติดตามพระยาห์เวห์ในวันนี้หรือ? ถ้าพวกท่านกบฏต่อพระยาห์เวห์ในวันนี้ พระองค์จะทรงกริ้วต่อชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดในวันพรุ่งนี้
ยชว. 22:22 “พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งพระทั้งปวง พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งพระทั้งปวง พระองค์ทรงทราบ และให้อิสราเอลทราบด้วยเถิด หากเป็นการกบฏหรือการทรยศต่อพระยาห์เวห์ ก็อย่าไว้ชีวิตพวกเราในวันนี้เลย
ยชว. 22:29 ขอให้เรื่องนี้ห่างจากเราเถิด คือที่จะกบฏต่อพระยาห์เวห์ และหันจากการติดตามพระยาห์เวห์เสียในวันนี้ โดยสร้างแท่นอื่นสำหรับเครื่องบูชาเผาทั้งตัว ธัญบูชา และเครื่องสัตวบูชา นอกจากแท่นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าพลับพลาของพระองค์”
ยชว. 24:15 และถ้าพวกท่านไม่เห็นด้วยที่จะปรนนิบัติพระยาห์เวห์ ท่านก็จงเลือกเสียในวันนี้ว่าท่านจะปรนนิบัติใคร จะปรนนิบัติบรรดาพระซึ่งบรรพบุรุษของท่านปรนนิบัติอยู่ในท้องถิ่นฟากตะวันออกของแม่น้ำ หรือบรรดาพระของคนอาโมไรต์ในแผ่นดินซึ่งท่านอาศัยอยู่ แต่ส่วนข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้า เราจะปรนนิบัติพระยาห์เวห์”
ยชว. 24:25 ดังนั้นโยชูวาจึงได้ทำพันธสัญญากับประชาชน และวางกฎเกณฑ์และกฎหมายให้แก่เขาในวันนั้นที่เมืองเชเคม
วนฉ. 3:30 โมอับจึงพ่ายแพ้ตกอยู่ใต้อำนาจของอิสราเอลในวันนั้น และแผ่นดินอิสราเอลก็สงบสุขอยู่ 80 ปี
วนฉ. 4:23 ในวันนั้น พระเจ้าทรงทำให้ยาบินกษัตริย์คานาอันนอบน้อมต่อคนอิสราเอล
วนฉ. 5:1 ในวันนั้น นางเดโบราห์กับบาราคบุตรอาบีโนอัมร้องเพลงว่า
วนฉ. 9:18 แต่ในวันนี้เจ้าทั้งหลายได้ลุกขึ้นทำร้ายเชื้อสายบิดาของข้า ได้ฆ่าบุตรชายทั้งเจ็ดสิบคนของท่านเสียบนศิลาแผ่นเดียว แล้วตั้งอาบีเมเลคลูกหญิงคนใช้ขึ้นเป็นกษัตริย์ ปกครองชาวเชเคม เพราะว่าเขาเป็นญาติของเจ้าทั้งหลาย)
วนฉ. 9:19 ถ้าเจ้าทั้งหลายได้ทำด้วยความจริงใจและเที่ยงธรรมต่อเยรุบบาอัล และครอบครัวของท่านในวันนี้ ก็จงชื่นชมในอาบีเมเลคเถิด และให้เขามีความชื่นชมยินดีในเจ้าทั้งหลาย
วนฉ. 10:15 และคนอิสราเอลทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทำบาปแล้ว ขอพระองค์ทรงทำแก่ข้าพระองค์ตามที่ทรงเห็นชอบ ข้าพระองค์ขอวิงวอนเพียงว่า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นภัยในวันนี้เถิด”
วนฉ. 11:27 ฉะนั้นไม่ใช่ข้าพเจ้าเองที่ทำผิดต่อท่าน แต่ท่านกำลังทำผิดต่อข้าพเจ้าโดยทำสงครามกับข้าพเจ้า ขอพระยาห์เวห์ผู้ทรงเป็นตุลาการได้ตัดสินคดีระหว่างคนอิสราเอลกับคนอัมโมนในวันนี้”
นรธ. 3:18 แม่สามีจึงว่า “ลูกเอ๋ย จงคอยอยู่ก่อน จนกว่าจะทราบว่าเรื่องจะลงเอยอย่างไร เพราะว่าเขาจะไม่นิ่งเฉย จนกว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จในวันนี้”
นรธ. 4:9 แล้วโบอาสจึงกล่าวแก่พวกผู้ใหญ่และประชาชนทั้งปวงว่า “ท่านทั้งหลายเป็นพยานในวันนี้ว่า ข้าพเจ้าได้ซื้อทรัพย์สินทั้งหมดของเอลีเมเลค และทรัพย์สินทั้งหมดของคิลิโอนและมาห์โลนจากมือนาโอมีแล้ว
นรธ. 4:10 ทั้งรูธชาวโมอับแม่ม่ายของมาห์โลน ข้าพเจ้าก็จะได้มาเป็นภรรยาของข้าพเจ้า เพื่อจะดำรงนามของผู้ตายไว้บนมรดกของเขาสืบต่อไป เพื่อนามของผู้ตายจะไม่ถูกตัดออกจากพวกพี่น้องของเขา และจากบ้านเกิดเมืองนอนของเขา ท่านทั้งหลายเป็นพยานแล้วในวันนี้”
1ซมอ. 4:3 และเมื่อพวกทหารกลับมาสู่ค่าย พวกผู้ใหญ่ของอิสราเอลกล่าวว่า “ทำไมพระยาห์เวห์จึงทรงให้เราพ่ายแพ้แก่พวกฟีลิสเตียในวันนี้? ให้เราไปนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์มาจากเมืองชิโลห์เถิด เพื่อว่าพระองค์จะเสด็จมาท่ามกลางเรา และทรงช่วยพวกเราให้พ้นจากมือศัตรู”
1ซมอ. 9:19 ซามูเอลตอบซาอูลว่า “ข้าพเจ้าเองเป็นผู้ทำนายนั้น จงนำหน้าข้าพเจ้าขึ้นไปยังปูชนียสถานสูงนั้น เพราะในวันนี้ท่านจะรับประทานอาหารกับข้าพเจ้า และพรุ่งนี้เช้าข้าพเจ้าจึงจะให้ท่านไปและข้าพเจ้าจะบอกทุกอย่างที่อยู่ในใจของท่านแก่ท่าน
1ซมอ. 11:13 แต่ซาอูลกล่าวว่า “ในวันนี้อย่าให้ผู้ใดถูกประหารชีวิตเลย เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่พระยาห์เวห์ประทานการช่วยกู้ในอิสราเอล”
1ซมอ. 12:5 ท่านก็กล่าวแก่พวกเขาว่า “พระยาห์เวห์ทรงเป็นพยานต่อสู้พวกท่าน และผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้ก็เป็นพยานในวันนี้ ว่าพวกท่านไม่พบสิ่งใดในมือของข้าพเจ้า” และพวกเขากล่าวว่า “พระองค์ทรงเป็นพยาน”
1ซมอ. 14:24 แต่คนอิสราเอลต้องทุกข์ยากในวันนั้น เพราะซาอูลทรงให้พวกทหารสาบานไว้ว่า “ถ้าใครรับประทานอาหารก่อนเวลาเย็นวันนี้ ก่อนเราแก้แค้นพวกศัตรูแล้ว ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง” เพราะฉะนั้นพวกทหารทั้งหมดจึงไม่ได้รับประทานอาหารเลย
1ซมอ. 14:28 มีชายคนหนึ่งในพวกทหารเรียนว่า “พระราชบิดาของพระองค์ให้พวกทหารสาบานจริงๆ ว่า ‘ให้ผู้ที่รับประทานอาหารในวันนี้ถูกสาปแช่ง’ พวกทหารจึงอ่อนเพลีย”
1ซมอ. 14:38 และซาอูลจึงตรัสว่า “มาที่นี่ พวกท่านทั้งหมดที่เป็นผู้นำของพวกทหารพึงทราบและเห็นว่าบาปนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรในวันนี้
1ซมอ. 14:45 แล้วพวกทหารจึงทูลซาอูลว่า “โยนาธานควรตายหรือ? เขาเป็นผู้นำการช่วยกู้ยิ่งใหญ่นี้มาในอิสราเอล อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย พระยาห์เวห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด เส้นผมของท่านสักเส้นหนึ่งจะไม่ตกถึงดิน เพราะในวันนี้ท่านได้ทำศึกด้วยกันกับพระเจ้า” พวกทหารไถ่โยนาธานไว้ท่านจึงไม่ตาย
1ซมอ. 15:28 และซามูเอลทูลท่านว่า “ในวันนี้พระยาห์เวห์ได้ทรงฉีกราชอาณาจักรอิสราเอลเสียจากท่านแล้ว และทรงมอบให้แก่ผู้อื่นที่ดีกว่าท่าน
1ซมอ. 17:46 ในวันนี้พระยาห์เวห์จะทรงมอบท่านไว้ในมือข้า และข้าจะฆ่าท่านและตัดศีรษะของท่าน ในวันนี้ข้าจะให้ศพของกองทัพฟีลิสเตียแก่นกในอากาศและแก่สัตว์ป่า เพื่อทั้งโลกนี้จะทราบว่ามีพระเจ้าองค์หนึ่งในอิสราเอล
1ซมอ. 24:10 ดูเถิด วันนี้พระเนตรของฝ่าพระบาทประจักษ์แล้วว่า พระยาห์เวห์ทรงมอบฝ่าพระบาทในวันนี้ไว้ในมือของข้าพระบาทที่ในถ้ำ และบางคนขอให้ข้าพระบาทประหารฝ่าพระบาทเสีย แต่ข้าพระบาทก็ได้ไว้พระชนม์ของฝ่าพระบาท ข้าพระบาทพูดว่า ‘ข้าพเจ้าจะไม่ยื่นมือออกทำร้ายเจ้านายของข้าพเจ้า เพราะพระองค์เป็นผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงเจิมไว้’
1ซมอ. 24:18 เจ้าแสดงในวันนี้แล้วว่า เจ้าทำความดีต่อข้าอย่างไร ในการที่เจ้าไม่ได้ประหารข้าเสีย ในเมื่อพระยาห์เวห์ทรงมอบข้าไว้ในมือของเจ้าแล้ว
1ซมอ. 24:19 เพราะว่าใครพบศัตรูของตน เขาจะปล่อยไปโดยดีหรือ? ดังนั้นขอพระยาห์เวห์ประทานสิ่งที่ดีแก่เจ้า สนองการที่เจ้าได้ทำแก่ข้าในวันนี้
1ซมอ. 25:32 ดาวิดพูดกับนางอาบีกายิลว่า “สาธุการแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ทรงใช้เจ้าให้มาพบเราในวันนี้
1ซมอ. 25:33 ขอให้ความฉลาดของเจ้ารับพระพร และขอให้ตัวเจ้ารับพระพร เพราะเจ้าได้ป้องกันเราในวันนี้ให้พ้นจากการฆ่า และจากการแก้แค้นด้วยมือของเราเอง
1ซมอ. 26:19 บัดนี้ขอพระราชาเจ้านายของข้าพระบาททรงฟังถ้อยคำของผู้รับใช้ของฝ่าพระบาท ถ้าพระยาห์เวห์ทรงปลุกปั่นฝ่าพระบาทให้ต่อสู้ข้าพระบาท ขอพระเจ้าทรงได้รับเครื่องถวาย ถ้าเป็นมนุษย์ยุ ก็ขอให้พวกเขาเป็นที่สาปแช่งเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ เพราะพวกเขาได้ขับไล่ข้าพระบาทออกไปในวันนี้จากส่วนแบ่งในมรดกของพระยาห์เวห์ โดยกล่าวว่า ‘จงไปปรนนิบัติพวกพระอื่น’
1ซมอ. 26:21 แล้วซาอูลตรัสว่า “ข้าทำผิดแล้ว ดาวิดบุตรของข้า จงกลับไปเถิด เราจะไม่ทำร้ายเจ้าอีกต่อไป เพราะในวันนี้ชีวิตของเราก็ประเสริฐในสายตาของเจ้า ดูเถิด เราสำแดงตัวเป็นคนเขลาและทำผิดมากมาย”
1ซมอ. 26:23 พระยาห์เวห์ทรงตอบแทนแก่ทุกคนตามความชอบธรรมและความซื่อสัตย์ของเขา เพราะในวันนี้พระยาห์เวห์ทรงมอบฝ่าพระบาทไว้ในมือของข้าพระบาทแล้ว แต่ข้าพระบาทไม่ปรารถนาจะเหยียดมือออกต่อสู้ผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงเจิมไว้
1ซมอ. 27:6 ในวันนั้นอาคีชทรงมอบศิกลากให้ท่าน ดังนั้นศิกลากจึงกลายเป็นของบรรดากษัตริย์ยูดาห์จนถึงทุกวันนี้
1ซมอ. 28:18 เพราะท่านไม่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์ ไม่ได้ทำตามพระพิโรธของพระองค์ที่ทรงมีต่ออามาเลข ฉะนั้นพระยาห์เวห์จึงทรงทำสิ่งนี้แก่ท่านในวันนี้
1ซมอ. 31:6 ดังนั้น ซาอูลและราชโอรสทั้งสามก็สิ้นพระชนม์ และผู้ถืออาวุธของพระองค์ ตลอดจนทหารทั้งหมดของพระองค์ก็ตายด้วยกันในวันนั้น
2ซมอ. 2:17 การสู้รบในวันนั้นดุเดือดยิ่งนัก อับเนอร์และพวกคนอิสราเอลก็แพ้ทหารของดาวิด
2ซมอ. 3:39 แม้เราได้รับการเจิมเป็นกษัตริย์แล้ว เราก็อ่อนกำลังในวันนี้ ชายเหล่านี้ซึ่งเป็นบุตรของนางเศรุยาห์แข็งกร้าวเกินไปสำหรับเรา ขอพระยาห์เวห์ทรงตอบสนองผู้ทำชั่วตามความชั่วของเขาเถิด”
2ซมอ. 16:12 บางทีพระยาห์เวห์จะทอดพระเนตรความทุกข์ใจของเรา และพระยาห์เวห์จะทรงตอบสนองเราด้วยการดีแทนคำสาปแช่งของเขาในวันนี้”
2ซมอ. 18:20 โยอาบก็ตอบเขาว่า “ท่านอย่าเป็นคนนำข่าวไปในวันนี้เลย ท่านจงนำข่าวในวันอื่นเถิด แต่วันนี้ท่านอย่านำข่าวเลย เพราะว่าโอรสของพระราชาสวรรคตแล้ว”
2ซมอ. 18:31 นี่แน่ะ ชาวคูชนั้นก็มาถึง ชาวคูชนั้นกราบทูลว่า “มีข่าวดีถวายแด่พระราชาเจ้านายของข้าพระบาท เพราะในวันนี้พระยาห์เวห์ทรงแก้แค้นให้ฝ่าพระบาทพ้นจากมือของบรรดาผู้ที่ลุกขึ้นต่อสู้ฝ่าพระบาท”
2ซมอ. 19:6 เพราะว่าฝ่าพระบาททรงรักผู้ที่เกลียดชังฝ่าพระบาท และทรงเกลียดชังผู้ที่รักฝ่าพระบาท เพราะในวันนี้ ฝ่าพระบาททรงทำให้ประจักษ์แล้วว่า บรรดานายทหารและข้าราชการไม่มีค่าสำหรับฝ่าพระบาท ในวันนี้ข้าพระบาททราบว่า ถ้าอับซาโลมยังมีชีวิตอยู่ และในวันนี้ข้าพระบาททั้งหลายตายสิ้น ฝ่าพระบาทก็จะพอพระทัย
2ซมอ. 19:20 ด้วยผู้รับใช้ของฝ่าพระบาททราบแล้วว่าข้าพระบาทเองได้ทำบาป เพราะฉะนั้น ดูเถิด ในวันนี้ข้าพระบาทได้มาเป็นคนแรกในพงศ์พันธุ์โยเซฟทั้งหมด ที่ลงมารับเสด็จพระราชาเจ้านายของข้าพระบาท”
2ซมอ. 19:22 แต่ดาวิดตรัสว่า “บุตรทั้งสองของนางเศรุยาห์เอ๋ย เรามีธุระอะไรกับท่าน ซึ่งในวันนี้ท่านจะมาเป็นปฏิปักษ์กับเรา ในวันนี้น่ะควรที่จะให้ใครในอิสราเอลมีโทษถึงตาย ในวันนี้เราไม่ทราบหรือว่า เราเองเป็นกษัตริย์ครอบครองอิสราเอล?”
1พกษ. 1:48 และพระราชาก็ตรัสด้วยว่า ‘สาธุการแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอล ผู้ประทานคนหนึ่งให้นั่งบนบัลลังก์ของเราในวันนี้ และตาของเราเองได้เห็นแล้ว’ ”
1พกษ. 2:24 เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด คือพระองค์ผู้ทรงสถาปนาและตั้งเราไว้บนบัลลังก์ของดาวิดพระราชบิดา และทรงให้เรามีราชวงศ์ดังที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ อาโดนียาห์จะถูกประหารในวันนี้ฉันนั้น”
1พกษ. 3:6 และซาโลมอนทูลว่า “พระองค์ทรงสำแดงความรักมั่นคงอันยิ่งใหญ่แก่ดาวิดผู้เป็นบิดาของข้าพระองค์และเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะว่าท่านดำเนินต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยความซื่อสัตย์และความชอบธรรม ด้วยจิตใจซื่อตรงต่อพระองค์ และพระองค์ทรงรักษาความรักมั่นคงอันยิ่งใหญ่นี้ไว้เพื่อท่าน และได้ประทานบุตรชายคนหนึ่งแก่ท่าน ให้นั่งบนบัลลังก์ของท่านในวันนี้
1พกษ. 5:7 ต่อมาเมื่อฮีรามได้ยินพระดำรัสของซาโลมอน ท่านก็ชื่นชมยินดียิ่งนักและว่า “สาธุการแด่พระยาห์เวห์ในวันนี้ ผู้ประทานบุตรชายที่มีปัญญาคนหนึ่งแก่ดาวิด ให้อยู่เหนือชนชาติใหญ่นี้”
1พกษ. 8:24 พระองค์ทรงรักษาพระสัญญาที่ทรงให้ไว้กับดาวิดพระราชบิดาของข้าพระองค์ ผู้รับใช้ของพระองค์ และพระองค์ทรงทำให้พระสัญญาด้วยพระโอษฐ์นั้นสำเร็จด้วยพระหัตถ์ในวันนี้
1พกษ. 8:28 แต่ขอพระองค์สนพระทัยในคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และในคำวิงวอนของเขา ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงร้องและคำอธิษฐาน ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์ อธิษฐานต่อพระองค์ในวันนี้
1พกษ. 8:61 เพราะฉะนั้นขอให้จิตใจของท่านทั้งหลายภักดีต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา คือดำเนินอยู่ในกฎเกณฑ์ของพระองค์ และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ดังในวันนี้”
1พกษ. 12:7 เขาทั้งหลายทูลพระองค์ว่า “ถ้าฝ่าพระบาทจะทรงเป็นผู้รับใช้ประชาชนนี้ในวันนี้ และปรนนิบัติพวกเขา และตรัสตอบคำดีแก่พวกเขา เขาทั้งหลายก็จะเป็นผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทตลอดไป”
1พกษ. 14:14 ยิ่งกว่านั้นอีก พระยาห์เวห์จะทรงตั้งกษัตริย์องค์หนึ่งเหนืออิสราเอล ผู้จะกำจัดราชวงศ์ของเยโรโบอัมเสียในวันนี้และตั้งแต่นี้ไป
1พกษ. 18:15 และเอลียาห์กล่าวว่า “พระยาห์เวห์จอมทัพผู้ที่ข้าพเจ้าปรนนิบัติ ทรงพระชนม์อยู่แน่นอนฉันใด ข้าพเจ้าจะปรากฏตัวแก่อาหับในวันนี้แน่นอนฉันนั้น”
1พกษ. 18:36 และต่อมาเมื่อถึงเวลาถวายบูชา เอลียาห์ผู้เผยพระวจนะก็เข้ามาใกล้ ทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และอิสราเอล ขอให้เขาทราบเสียทั่วกันในวันนี้ว่า พระองค์คือพระเจ้าในอิสราเอล และข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ และข้าพระองค์ได้ทำสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้นตามพระดำรัสของพระองค์
1พกษ. 20:13 นี่แน่ะ ผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง เข้ามาใกล้อาหับกษัตริย์แห่งอิสราเอลทูลว่า “พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า เจ้าเห็นกองทัพใหญ่นี้หรือ? นี่แน่ะ เราจะมอบไว้ในมือของเจ้าในวันนี้ แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์”
2พกษ. 6:31 และพระองค์ตรัสว่า “ถ้าศีรษะของเอลีชาบุตรชาฟัทยังอยู่บนบ่าของเขาในวันนี้ ก็ขอพระเจ้าทรงลงโทษเราและยิ่งหนักกว่า”
1พศด. 28:7 เราจะสถาปนาราชอาณาจักรของเขาให้อยู่เป็นนิตย์ ถ้าเขาจะแน่วแน่ที่จะทำตามบรรดาบัญญัติและกฎหมายของเรา อย่างที่เขาทำอยู่ในวันนี้’
1พศด. 29:5 ทองคำสำหรับสิ่งที่ทำด้วยทองคำ และเงินสำหรับสิ่งที่ทำด้วยเงิน และเพื่องานทั้งสิ้นที่ช่างจะทำด้วยมือ ใครบ้างที่เต็มใจจะถวายตัวแด่พระยาห์เวห์ในวันนี้?”
2พศด. 6:15 พระองค์ทรงรักษาสิ่งที่ทรงสัญญาไว้กับดาวิดพระราชบิดาของข้าพระองค์ผู้รับใช้ของพระองค์ และสิ่งที่ทรงสัญญาไว้ด้วยพระโอษฐ์ของพระองค์นั้น พระองค์ทรงทำให้สำเร็จด้วยพระหัตถ์ในวันนี้
นหม. 1:11 ข้าแต่องค์เจ้านาย โปรดเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และคำอธิษฐานของบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้ปีติยินดีที่จะยำเกรงพระนามของพระองค์ ขอประทานความสำเร็จแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ในวันนี้ และขอให้ได้รับความกรุณาจากพระราชา” ขณะนั้น ข้าพเจ้าเป็นพนักงานเชิญถ้วยเสวยของพระราชา
นหม. 5:11 ในวันนี้ ขอจงคืนนา สวนองุ่น สวนมะกอกเทศ และเรือนของเขา และดอกเบี้ยของเงิน ข้าว เหล้าองุ่น และน้ำมัน ซึ่งท่านได้รีดเอาจากพวกเขาเสีย”
นหม. 12:43 และเขาทั้งหลายได้ถวายเครื่องสัตวบูชาใหญ่โตในวันนั้น และเปรมปรีดิ์เพราะพระเจ้าทรงกระทำให้เขาเปรมปรีดิ์ด้วยความชื่นบานใหญ่ยิ่ง พวกผู้หญิงและเด็กๆ ก็เปรมปรีดิ์ด้วย และความชื่นบานของเยรูซาเล็มก็ได้ยินไปไกล
นหม. 12:44 ในวันนั้น เขาแต่งตั้งคนให้ดูแลห้องสำหรับพัสดุ เครื่องถวาย ผลไม้รุ่นแรก ทศางค์ ให้รวบรวมสิ่งซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมายสำหรับปุโรหิตและคนเลวีเข้ามาไว้ในนั้น ตามไร่นาในเมืองเหล่านั้น เพราะคนยูดาห์เปรมปรีดิ์ด้วยเรื่องบรรดาปุโรหิต และคนเลวีผู้ปรนนิบัติอยู่นั้น
นหม. 13:1 ในวันนั้น มีการอ่านหนังสือของโมเสสให้ประชาชนฟัง และได้พบที่มีเขียนไว้ว่า ไม่ควรให้คนอัมโมนหรือคนโมอับเข้าไปในที่ชุมนุมของพระเจ้าเป็นนิตย์
อสธ. 1:18 ในวันนี้ นายผู้หญิงแห่งเปอร์เซียและมีเดียซึ่งได้ยินเรื่องการกระทำของพระราชินี ก็จะเล่าให้เจ้านายทั้งปวงของกษัตริย์ฟัง และจะเกิดการดูหมิ่นและความโกรธมากมาย
อสธ. 5:4 และพระนางเอสเธอร์ทูลว่า “ถ้าเป็นที่พอพระทัยกษัตริย์ ขอกษัตริย์เสด็จมาพร้อมกับฮามานในวันนี้ เพื่อเสวยอาหารที่หม่อมฉันเตรียมไว้ถวายพระองค์ท่าน”
อสธ. 8:1 ในวันนั้น กษัตริย์อาหสุเอรัสประทาน บ้านของฮามานศัตรูของพวกยิวแก่พระราชินีเอสเธอร์ โมรเดคัยก็เข้าเฝ้ากษัตริย์ เพราะพระนางเอสเธอร์ได้ทูลว่าท่านเป็นอะไรกับพระนาง
อสธ. 8:13 สำเนาของหนังสือที่เขียนนั้นจะต้องออกเป็นกฤษฎีกาในทุกมณฑล และแจ้งให้ประชาชนทุกคนทราบ และให้พวกยิวพร้อมกันในวันนั้นเพื่อแก้แค้นศัตรูของตน
อสธ. 9:1 ในวันที่สิบสามเดือนสิบสองคือเดือนอาดาร์ วันที่จะปฏิบัติตามพระบัญชาและกฤษฎีกาของกษัตริย์ ในวันนั้นเองที่ศัตรูของพวกยิวหวังจะมีอำนาจเหนือพวกยิว แต่กลับกลายเป็นวันที่พวกยิวได้มีอำนาจเหนือพวกที่เกลียดชังพวกเขา
อสธ. 9:11 ในวันนั้นจำนวนคนที่ถูกฆ่าในพระราชวังสุสาก็ถูกนำมาเสนอกษัตริย์
โยบ 3:4 ขอให้วันนั้นเป็นความมืด ขอพระเจ้าจากเบื้องบนอย่าเอาพระทัยใส่วันนั้น หรืออย่าให้แสงสว่างส่องในวันนั้น
โยบ 23:2 “คำร้องทุกข์ของข้าก็ขมขื่นในวันนี้ด้วย มือของข้าก็หนักเพราะการร้องครวญครางของข้า
สดด. 118:24 วันนี้เป็นวันที่พระยาห์เวห์ได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น
สภษ. 22:19 เพื่อเจ้าจะวางใจในพระยาห์เวห์ ข้าจึงสอนตัวเจ้าเองในวันนี้
อสย. 2:11 ท่าทีอันผยองของมนุษย์จะต่ำต้อยลง และความจองหองของคนจะตกต่ำ พระยาห์เวห์องค์เดียวจะเป็นที่เทิดทูน ในวันนั้น
อสย. 2:17 ความผยองของมนุษย์จะตกต่ำลง และความจองหองของคนจะต่ำต้อยลง และพระยาห์เวห์องค์เดียวจะเป็นที่เทิดทูนในวันนั้น
อสย. 2:20 ในวันนั้นคนจะเหวี่ยง รูปเคารพของเขาที่ทำด้วยเงินและรูปเคารพที่ทำด้วยทองคำ ซึ่งพวกเขาทำให้กับตัวเองเพื่อใช้กราบไหว้นั้นออกไป ยังตัวตุ่นและตัวค้างคาว
อสย. 3:7 แต่ในวันนั้นเขาจะคัดค้านว่า “ข้าพเจ้าจะไม่เป็นผู้แก้ไข ในบ้านของข้าพเจ้าไม่มีทั้งอาหารและเสื้อคลุม พวกท่านอย่าแต่งตั้งข้าพเจ้า เป็นผู้นำของประชาชนเลย”
อสย. 3:18 ในวันนั้นองค์เจ้านายจะเอาบรรดาสิ่งงดงามไปเสีย คือกำไลข้อเท้า ปันจุเหร็จ ตุ้มวงเดือน
อสย. 4:1 ในวันนั้นหญิงเจ็ดคนจะยึดชายคนหนึ่งไว้ กล่าวว่า “เราจะกินอาหารของเราเองและสวมเครื่องนุ่งห่มของเราเอง ขอเพียงให้คนเรียกเราตามชื่อของท่าน ขอโปรดเอาความอดสูของเราไปเสีย”
อสย. 4:2 ในวันนั้นกิ่งของพระยาห์เวห์จะงดงามและรุ่งโรจน์ และผลิตผลของแผ่นดินจะเป็นความภูมิใจและเป็นเกียรติของผู้รอดตายในอิสราเอล
อสย. 5:30 ในวันนั้นเขาจะคำรนเหนือเหยื่อนั้น เหมือนดังเสียงคะนองของทะเล และถ้าใครมองไปยังแผ่นดิน ดูสิ มีแต่ความมืดและความทุกข์ใจ แม้ความสว่างก็ถูกเมฆบดบังเสีย
อสย. 7:20 “ในวันนั้น องค์เจ้านายจะทรงใช้มีดโกนซึ่งเช่ามาจากดินแดนอีกฟากของแม่น้ำยูเฟรติส คือพระราชาของอัสซีเรีย ในการโกนศีรษะ ขนในที่ลับ และจะทึ้งหนวดเคราออกไปด้วย
อสย. 7:21 “ในวันนั้นชายคนหนึ่งจะเลี้ยงแม่โคสาวไว้ตัวหนึ่งและแกะสองตัว
อสย. 7:23 “ในวันนั้น ทุกแห่งที่เคยมีเถาองุ่นหนึ่งพันเถา ซึ่งมีค่าเป็นเงิน 1,000 เชเขล จะกลายเป็นต้นหนามย่อยและหนามใหญ่
อสย. 10:20 ในวันนั้น คนอิสราเอลที่เหลืออยู่และคนรอดตายแห่งเชื้อสายของยาโคบ จะไม่พึ่งพิงผู้ตีเขาอีก แต่จะพึ่งพิงพระยาห์เวห์ องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลด้วยจริงใจ
อสย. 10:27 และในวันนั้นภาระของเขาจะหลุดจากบ่าของท่านและแอกของเขาจากคอของท่าน และแอกก็ถูกทำลายเพราะความอ้วน
อสย. 10:32 แต่ในวันนี้เองเขาจะหยุดอยู่ที่เมืองโนบ เขาจะสั่นกำปั้นของเขา เข้าใส่ภูเขาของธิดาศิโยน เข้าใส่เนินเขาแห่งเยรูซาเล็ม
อสย. 11:10 ในวันนั้น รากของเจสซี จะตั้งขึ้นเป็นสัญญาณแก่ชนชาติทั้งหลาย และท่านจะเป็นที่แสวงหาของบรรดาประชาชาติ และที่พำนักของท่านจะรุ่งโรจน์
อสย. 11:11 ในวันนั้น องค์เจ้านายจะยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ออกไปเป็นครั้งที่สอง เพื่อจะเอาคนที่เหลืออยู่ของชนชาติพระองค์กลับคืนมาจากอัสซีเรีย จากอียิปต์ จากปัทโรส จากคูช จากเอลาม จากชินาร์ จากฮามัท และจากแผ่นดินชายทะเล
อสย. 12:1 ในวันนั้น ท่านจะกล่าวว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพระองค์จะขอบพระคุณพระองค์ เพราะแม้ว่าพระองค์ทรงพระพิโรธต่อข้าพระองค์ ความกริ้วของพระองค์ก็หันกลับไปแล้ว และพระองค์ทรงปลอบโยนข้าพระองค์
อสย. 12:4 และในวันนั้น พวกท่านจะกล่าวว่า “จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์ จงร้องทูลออกพระนามของพระองค์ จงประกาศบรรดาพระราชกิจของพระองค์ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย จงให้พวกเขารำลึกว่าพระนามของพระองค์เป็นที่เชิดชู
อสย. 17:4 และอยู่มาในวันนั้น ศักดิ์ศรีของยาโคบจะตกต่ำ และร่างกายที่อ้วนของเขาจะซูบผอมลง
อสย. 17:7 ในวันนั้น คนจะเอาใจใส่ในพระผู้สร้างของตน และดวงตาของเขาจะมองดูองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล
อสย. 17:9 ในวันนั้นเมืองทั้งหลายที่แข็งแกร่งของเขา ซึ่งพวกเขาทิ้งให้ร้างเพราะคนอิสราเอล จะเป็นเหมือนที่ทิ้งร้างในป่าหรือในดงไม้ และจะกลายเป็นที่ร้างเปล่า
อสย. 19:16 ในวันนั้น คนอียิปต์จะเป็นเหมือนผู้หญิง ซึ่งตัวสั่นและหวาดกลัวต่อหน้าพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์จอมทัพ ซึ่งจะทรงกวัดแกว่งต่อสู้เขา
อสย. 19:18 ในวันนั้น จะมี 5 เมืองในแผ่นดินอียิปต์ที่พูดภาษาของคานาอัน และสาบานต่อพระยาห์เวห์จอมทัพ ส่วนเมืองหนึ่งจะถูกเรียกว่าเมืองดวงอาทิตย์
อสย. 19:19 ในวันนั้น จะมีแท่นบูชาแด่พระยาห์เวห์แท่นหนึ่งในท่ามกลางแผ่นดินอียิปต์ และมีเสาอนุสรณ์แด่พระยาห์เวห์ที่พรมแดน
อสย. 19:21 แล้วพระยาห์เวห์จะทรงให้พระองค์เป็นที่รู้จักของคนอียิปต์ และในวันนั้นคนอียิปต์จะรู้จักพระยาห์เวห์ ทั้งจะนมัสการด้วยเครื่องบูชาและธัญบูชา และเขาทั้งหลายจะบนบานและแก้บนต่อพระยาห์เวห์
อสย. 19:23 ในวันนั้น จะมีทางหลวงจากอียิปต์ถึงอัสซีเรีย และคนอัสซีเรียจะมายังอียิปต์ และคนอียิปต์ไปยังอัสซีเรีย แล้วคนอียิปต์และคนอัสซีเรียจะนมัสการด้วยกัน
อสย. 19:24 ในวันนั้น อิสราเอลจะเป็นที่สามร่วมกับอียิปต์และอัสซีเรีย ซึ่งเป็นพรท่ามกลางแผ่นดินโลก
อสย. 20:6 และชาวแผ่นดินชายทะเลนี้จะกล่าวในวันนั้นว่า ‘ดูสิ นี่แหละคือผู้ซึ่งเราหวังไว้ และผู้ซึ่งเราหนีไปขอการช่วยกู้ให้พ้นจากพระราชาของอัสซีเรีย และเราคือเราเองจะหนีให้พ้นได้อย่างไร?’ ”
อสย. 22:8 พระองค์ได้ทรงนำการปกป้องยูดาห์ไปเสียแล้ว ในวันนั้น ท่านมองหาศาสตราวุธในพระตำหนักพนา
อสย. 22:12 และในวันนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้านายผู้ทรงเป็นจอมทัพ ทรงเรียกให้ร่ำไห้และคร่ำครวญ ทั้งทำให้ศีรษะโล้นและสวมผ้ากระสอบ
อสย. 22:20 และในวันนั้น เราจะเรียกผู้รับใช้ของเรา คือเอลียาคิม บุตรชายฮิลคียาห์
อสย. 22:25 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า “ในวันนั้นหมุดซึ่งตอกอยู่ในที่ที่มั่นคงจะหลุด มันจะถูกโค่นและล้มลงมา และภาระหนักที่อยู่บนนั้นจะถูกตัดออก” เพราะพระยาห์เวห์ได้ตรัสไว้แล้ว
อสย. 24:21 ต่อมาในวันนั้น พระยาห์เวห์จะทรงลงโทษบริวารของท้องฟ้า บนท้องฟ้า และลงโทษบรรดากษัตริย์ของแผ่นดิน บนแผ่นดิน
อสย. 25:9 และในวันนั้น เขาจะกล่าวกันว่า “ดูสิ นี่คือพระเจ้าของเรา เรารอคอยพระองค์ เพื่อพระองค์จะทรงช่วยเราให้รอด นี่คือพระยาห์เวห์ เรารอคอยพระองค์ ให้เรายินดีและเปรมปรีดิ์ในความรอดจากพระองค์”
อสย. 26:1 ในวันนั้น เขาจะร้องเพลงนี้ในแผ่นดินยูดาห์ “เรามีเมืองเข้มแข็งเมืองหนึ่ง พระองค์ทรงตั้งความรอดไว้ เป็นกำแพงและแนวป้องกัน
อสย. 27:1 ในวันนั้น พระยาห์เวห์จะทรงลงโทษเลวีอาธานคือพญานาคที่หนีอยู่นั้นด้วยดาบแข็งแกร่ง ใหญ่โต และทรงพลังของพระองค์ เลวีอาธานคือพญานาคที่ขดตัว และพระองค์จะทรงสังหารมังกรที่อยู่ในทะเล
อสย. 27:2 ในวันนั้น สวนองุ่นแสนสุข จงร้องเพลงถึงสวนนั้น
อสย. 27:12 ในวันนั้น พระยาห์เวห์จะทรงนวดข้าวตั้งแต่แม่น้ำยูเฟรติส ไปจนถึงลำธารอียิปต์ ประชาชนอิสราเอลเอ๋ย เจ้าจะถูกรวบรวมเข้ามาทีละคน
อสย. 27:13 และในวันนั้นเขาจะเป่าเขาสัตว์ใหญ่ แล้วพวกที่กำลังพินาศที่อยู่ในแผ่นดินอัสซีเรีย และพวกถูกขับไล่ออกไปยังแผ่นดินอียิปต์จะมานมัสการพระยาห์เวห์ บนภูเขาบริสุทธิ์ที่กรุงเยรูซาเล็ม
อสย. 28:5 ในวันนั้น พระยาห์เวห์จอมทัพ จะเป็นมงกุฎงดงาม และจะเป็นมกุฎสง่าแก่คนที่เหลืออยู่แห่งชนชาติของพระองค์
อสย. 29:18 และในวันนั้น บรรดาคนหูหนวกจะได้ยิน ถ้อยคำของหนังสือม้วน และตาของคนตาบอดจะมองเห็น จากความเลือนรางและความมืด
อสย. 30:23 และพระองค์จะประทานฝนให้แก่เมล็ดพืชซึ่งท่านหว่านลงในดิน และประทานข้าวที่เป็นผลผลิตของดิน ข้าวจะอุดมและบริบูรณ์ ในวันนั้น ฝูงปศุสัตว์เลี้ยงของท่านจะกินอยู่ในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
อสย. 31:7 เพราะในวันนั้น แต่ละคนจะทิ้งรูปเคารพที่ทำด้วยเงินและรูปเคารพที่ทำด้วยทองคำของตน ซึ่งมือของท่านได้ทำขึ้นอย่างบาปหนาสำหรับท่าน
อสย. 52:6 เพราะฉะนั้น ชนชาติของเราจะรู้จักนามของเรา เพราะฉะนั้น ในวันนั้นพวกเขาจะรู้ว่าคือเรานี่แหละผู้พูดว่า เราอยู่ที่นี่”
อสย. 58:4 นี่แน่ะ เจ้าอดอาหารเพียงเพื่อวิวาทและต่อสู้ และเพื่อต่อยด้วยหมัดอธรรม การอดอาหารอย่างเจ้าในวันนี้ จะไม่ทำให้เสียงของเจ้าได้ยินไปถึงที่สูง
ยรม. 4:9 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “ในวันนั้นทั้งกษัตริย์และพวกเจ้านายจะหมดกำลังใจ บรรดาปุโรหิตจะตกตะลึงและผู้เผยพระวจนะก็จะแปลกใจ”
ยรม. 17:24 “พระยาห์เวห์ตรัสว่า ถ้าพวกเจ้าเชื่อฟังเรา และไม่นำภาระใดๆ เข้ามาทางประตูเมืองนี้ในวันสะบาโต แต่รักษาวันสะบาโตให้บริสุทธิ์ และไม่ทำงานในวันนั้น
ยรม. 25:33 และบรรดาผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงประหารในวันนั้น จะมีจากปลายโลกข้างนี้ถึงปลายโลกข้างโน้น เขาเหล่านั้นจะไม่มีใครคร่ำครวญให้ หรือรวบรวมหรือฝังไว้ แต่จะเป็นเหมือนมูลสัตว์อยู่บนพื้นดิน
ยรม. 30:8 “พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า ในวันนั้น เราจะหักแอกจากคอของเขาทั้งหลาย และเราจะระเบิดพันธนะของเขาเสีย และคนต่างชาติจะไม่ทำให้เขาเป็นคนรับใช้อีก
ยรม. 39:16 “จงไปบอกเอเบดเมเลคคนคูชว่า ‘พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ เราจะให้ถ้อยคำของเราที่มีอยู่ต่อกรุงนี้สำเร็จในทางร้ายไม่ใช่ทางดี และจะสำเร็จต่อหน้าเจ้าในวันนั้น
ยรม. 39:17 พระยาห์เวห์ตรัสว่า แต่เราจะช่วยกู้เจ้าในวันนั้น และเขาจะไม่มอบเจ้าไว้ในมือของคนที่เจ้ากลัว
ยรม. 42:19 คนยูดาห์ที่ยังเหลืออยู่เอ๋ย พระยาห์เวห์ได้ตรัสกับท่านแล้วว่า ‘อย่าไปอียิปต์’ จงรู้เป็นแน่ว่าในวันนี้ข้าพเจ้าได้ตักเตือนท่านว่า
ยรม. 42:21 และในวันนี้ข้าพเจ้าได้ประกาศพระวจนะนั้นแก่พวกท่านแล้ว แต่ท่านไม่เคยฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านในสิ่งใดๆ ซึ่งพระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาบอกท่าน
ยรม. 48:41 เขาจะเอาเมืองต่างๆ ไป และที่กำบังเข้มแข็งจะถูกยึด จิตใจของบรรดานักรบแห่งโมอับในวันนั้น จะเหมือนจิตใจของผู้หญิงซึ่งกำลังเจ็บครรภ์คลอดบุตร
ยรม. 49:22 ดูเถิด ผู้หนึ่งจะเหาะขึ้นและโฉบลงเหมือนนกอินทรี และกางปีกของมันออกสู้โบสราห์ และจิตใจของนักรบแห่งเอโดมในวันนั้นจะเป็นเหมือนจิตใจของหญิงปวดท้องคลอดบุตร”
ยรม. 49:26 เพราะฉะนั้น คนหนุ่มๆ ของเมืองนั้นจะล้มลงตามลานเมือง และบรรดาทหารของเมืองนั้นจะถูกทำลายในวันนั้น พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ
ยรม. 50:30 เพราะฉะนั้น คนหนุ่มๆ ของเธอจะล้มลงที่ลานของเธอ และทหารของเธอทั้งหมดจะถูกทำลายในวันนั้น” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
อสค. 20:5 และจงกล่าวกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นที่เราเลือกสรรอิสราเอลไว้ เราปฏิญาณต่อพงศ์พันธุ์ของวงศ์วานยาโคบ โดยสำแดงตัวเราให้พวกเขารู้จักในแผ่นดินอียิปต์ เราปฏิญาณกับเขาว่า ‘เรายาห์เวห์เป็นพระเจ้าของพวกเจ้า’
อสค. 20:6 ในวันนั้นที่เราปฏิญาณต่อเขาว่า ‘เราจะนำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ ไปยังแผ่นดินที่เราหาให้เขาทั้งหลาย เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ เป็นแผ่นดินงามที่สุดของแผ่นดินทั้งหมด’
อสค. 23:39 คือเมื่อเธอฆ่าลูกของเธอเป็นเครื่องบูชารูปเคารพ ในวันนั้นเธอก็เข้ามาในสถานนมัสการของเราและทำให้ที่นั้นถูกลบหลู่ นี่แน่ะ เธอทำสิ่งนี้ในนิเวศของเรา
อสค. 24:2 “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเขียนชื่อของวันนี้ไว้ คือวันนี้โดยเฉพาะ กษัตริย์บาบิโลนจะล้อมกรุงเยรูซาเล็มในวันนี้
อสค. 24:26 ในวันนั้น ผู้ลี้ภัยจะมาหาเจ้า เพื่อจะบอกเรื่องราวให้เจ้าได้ยิน
อสค. 24:27 ในวันนั้น ปากเจ้าจะถูกเปิดต่อหน้าผู้ลี้ภัย แล้วเจ้าจะพูดและจะไม่เป็นใบ้อีกต่อไป ดังนั้นเจ้าเป็นเครื่องหมายสำหรับเขา และเขาทั้งหลายจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์”
อสค. 29:21 “ในวันนั้นเราจะทำให้เขาสัตว์งอกขึ้นมาแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล และเราจะให้เจ้าอ้าปากพูดท่ามกลางเขาทั้งหลาย แล้วเขาจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์”
อสค. 30:9 “และในวันนั้น พวกทูตจะออกจากเราไปโดยทางเรือ เพื่อจะทำให้คนคูชที่มั่นใจนั้นคร้ามกลัว และความทุกข์ระทมจะมาถึงเขาเหล่านั้นในวันหายนะของอียิปต์ เพราะนี่แน่ะ วันนั้นจะมาถึงแน่นอน
อสค. 31:15 “พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นที่มันลงไปยังแดนคนตาย เราจะทำให้บาดาลคลุมตัวไว้ทุกข์ให้แก่มัน และเราจะยับยั้งแม่น้ำของมันไว้ และน้ำจำนวนมากจะหยุดยั้ง เราจะคลุมเลบานอนด้วยความโศกเพื่อมัน และต้นไม้ในทุ่งนาทั้งหมดจะเหี่ยวแห้งเพราะมัน
อสค. 38:10 “พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นจะบังเกิดความคิดในใจของเจ้า และเจ้าจะคิดแผนการชั่ว
อสค. 38:14 “เพราะฉะนั้น บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะและกล่าวกับโกกว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นเมื่ออิสราเอลประชากรของเราอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยแล้ว เจ้าจะเร้าใจเจ้าเอง
อสค. 38:18 พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า และในวันนั้นเมื่อโกกยกมาต่อสู้กับดินแดนอิสราเอล ความโกรธรุนแรงของเราจะพลุ่งขึ้น
อสค. 38:19 และเราจะประกาศด้วยความหวงแหน และด้วยไฟแห่งความพิโรธของเราว่า ในวันนั้นจะมีการสั่นไหวอย่างรุนแรงในแผ่นดินอิสราเอล
อสค. 39:11 “และในวันนั้น เราจะให้โกกมีสุสานอยู่ในอิสราเอล คือหุบเขาของคนสัญจรไปมา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของทะเล มันจะกีดขวางคนที่สัญจรไปมา เพราะว่าโกกและพลพรรคทั้งหมดของโกกจะถูกฝังอยู่ที่นั่น เขาจะเรียกกันว่าหุบเขาพลพรรคโกก
อสค. 39:13 ประชาชนทั้งหมดของแผ่นดินจะฝังศพพวกโกก และประชาชนจะมีชื่อเสียงในวันนั้นเมื่อเราสำแดงพระสิริของเรา พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ
อสค. 40:1 ในปีที่ 25 ที่เราถูกกวาดไปเป็นเชลย คือในปีที่ 14 หลังจากที่กรุงนั้นถูกทำลาย ณ วันที่ 10 ของต้นปีนั้น ในวันนั้นเองพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือข้าพเจ้า แล้วพระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปที่นั่น
อสค. 45:22 ในวันนั้นให้เจ้านายจัดหาโคหนุ่มตัวหนึ่งสำหรับตนเองและประชาชนทั้งหมด เพื่อเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป
ฮชย. 1:5 ในวันนั้น เราจะหักธนูของอิสราเอลในหุบเขายิสเรเอล”
ฮชย. 2:16 “พระยาห์เวห์ตรัสว่า ในวันนั้นเจ้าจะเรียกเราว่า ‘สามีของฉัน’ เจ้าจะไม่เรียกเราว่า ‘พระบาอัลของฉัน’ อีกต่อไป
ฮชย. 2:21 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “ในวันนั้น เราจะตอบ เราจะตอบฟ้าสวรรค์ และฟ้าสวรรค์จะตอบแผ่นดินโลก
ยอล. 3:18 และอยู่มาในวันนั้น จะมีน้ำองุ่นหยดออกจากภูเขาทั้งหลาย และมีน้ำนมไหลมาจากบรรดาเนินเขา และจะมีน้ำไหล จากห้วยทั้งหมดของยูดาห์ และจะมีน้ำพุออกจากพระนิเวศของพระยาห์เวห์ มารดหุบเขาชิทธีม
อมส. 2:16 แม้แต่ผู้ที่มีใจห้าวหาญในหมู่ผู้ที่เก่งกล้า ในวันนั้นจะหนีไปแต่ตัวล่อนจ้อน” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
อมส. 8:3 พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า “ในวันนั้น เสียงเพลงในพระวิหารจะเป็นเสียงร่ำไห้ จะมีศพมากมายทิ้งไว้ทุกแห่ง จุ๊ จุ๊ จงเงียบ
อมส. 8:9 พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า “ในวันนั้น เราจะทำให้ดวงอาทิตย์ตกในเวลาเที่ยงวัน ทำให้โลกมืดไปในเวลากลางวันแสกๆ
อมส. 8:13 “ในวันนั้น สาวพรหมจารีที่งดงามและคนหนุ่ม จะสลบไสลเพราะความกระหาย
อมส. 9:11 “ในวันนั้น เราจะยกเรือนของดาวิดที่ล้มลงแล้วนั้น ตั้งขึ้นใหม่ และซ่อมส่วนต่างๆ ที่ชำรุด และยกที่ปรักหักพังขึ้น และสร้างใหม่อย่างในสมัยโบราณ
อบด. 1:8 ในวันนั้น เราเองจะขจัดคนมีปัญญาให้สิ้นไปจากเอโดม และจะเอาความเข้าใจไปจากภูเขาเอซาว พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
อบด. 1:13 เจ้าไม่ควรเข้าประตูเมืองแห่งประชากรของเรา ในวันนั้น เมื่อเขาถูกทำลาย เจ้าไม่ควรมองดูด้วยความพอใจในเรื่องภัยพิบัติของเขา ในวันนั้น เมื่อเขาถูกทำลาย เจ้าไม่ควรจะเข้าปล้นทรัพย์สินของเขาไป ในวันนั้น เมื่อเขาถูกทำลาย
มคา. 4:6 พระยาห์เวห์ตรัสว่า ในวันนั้น เราจะรวบรวมคนขาพิการ และจะรวบรวมบรรดาผู้ถูกขับไล่ไป และบรรดาผู้ที่เราได้ให้ทุกข์ใจ
มคา. 5:10 พระยาห์เวห์ตรัสว่า แล้วในวันนั้น เราจะกำจัดม้าของเจ้าให้หมดไปจากท่ามกลางเจ้า และจะทำลายรถรบของเจ้า
มคา. 7:11 วันที่จะสร้างกำแพงเมืองของเจ้า ในวันนั้น เขตแดนของเจ้าจะขยายออกไปไกล
มคา. 7:12 ในวันนั้น เขาจะมาหาเจ้า จากอัสซีเรียและเมืองต่างๆ ของอียิปต์ และจากอียิปต์จนถึงแม่น้ำยูเฟรติส จากทะเลนี้จดทะเลโน้น และจากภูเขานี้ถึงภูเขาโน้น
ศฟย. 1:9 ในวันนั้น เราจะลงโทษ ทุกคนที่กระโดดข้ามธรณีประตู และพวกที่ทำให้บ้านเจ้านายของเขา เต็มไปด้วยความทารุณและการหลอกลวง”
ศฟย. 1:10 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “ในวันนั้น จะมีเสียงร่ำร้องจากประตูปลา และเสียงร้องไห้จากแขวงที่สอง และเสียงโครมครามจากเนินเขา
ศฟย. 3:11 “ในวันนั้น เจ้าจะไม่ถูกทำให้อับอาย จากการกระทำทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเรา เพราะในเวลานั้นเราจะเอาผู้โอ้อวดเย่อหยิ่ง ออกไปจากท่ามกลางเจ้า เจ้าก็จะไม่หยิ่งจองหอง ที่ภูเขาบริสุทธิ์ของเราอีกต่อไป
ศฟย. 3:16 ในวันนั้น เขาจะพูดกับเยรูซาเล็มว่า ‘โอ ศิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย อย่าให้มือของเจ้าอ่อนเปลี้ยไป
ฮกก. 2:23 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า ในวันนั้นเราจะรับเจ้า โอ เศรุบบาเบลบุตรเชอัลทิเอล ผู้รับใช้ของเราเอ๋ย พระยาห์เวห์ตรัสว่า เราจะทำเจ้าให้เป็นเหมือนแหวนตรา เพราะเราได้เลือกสรรเจ้าแล้ว” พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ
ศคย. 2:11 ประชาชาติจำนวนมากจะสมทบกันเข้าเป็นฝ่ายพระยาห์เวห์ในวันนั้น และจะเป็นประชากรของเรา และเราจะอยู่ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย ‘และเจ้าจะทราบว่าพระยาห์เวห์จอมทัพได้ใช้ข้าพเจ้ามายังเจ้า’
ศคย. 3:10 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า ในวันนั้นเจ้าทุกคนจะเชิญเพื่อนบ้านของเจ้าให้มานั่งใต้เถาองุ่นและใต้ต้นมะเดื่อของตน’
ศคย. 8:15 ในวันนี้เราจึงตั้งใจใหม่ว่า จะทำดีต่อเยรูซาเล็มและต่อพงศ์พันธุ์ยูดาห์ อย่ากลัวเลย
ศคย. 9:16 ในวันนั้น พระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาจะทรงช่วยเขา เพราะเขาทั้งหลายเป็นประชากรของพระองค์ดังฝูงแกะ เขาจะส่องแสงในแผ่นดินของพระองค์ อย่างกับเพชรที่อยู่ในมงกุฎ
ศคย. 11:11 จึงเป็นอันล้มเลิกในวันนั้น และบรรดาผู้ที่ค้าแกะ ผู้ซึ่งคอยดูข้าพเจ้าอยู่นั้นก็รู้ว่านั่นเป็นพระวจนะของพระยาห์เวห์
ศคย. 12:3 ในวันนั้น เราจะทำให้เยรูซาเล็มเป็นหินหนักแก่บรรดาชนชาติทั้งหลาย ผู้ที่พยายามยกหินนั้นขึ้นจะทำให้ตัวเองบาดเจ็บอย่างสาหัส และประชาชาติทั้งสิ้นในพิภพจะสมทบกันสู้เยรูซาเล็ม
ศคย. 12:4 พระยาห์เวห์ตรัสว่า ในวันนั้น เราจะให้ม้าทุกตัววุ่นวาย และทำให้คนขี่บ้าคลั่ง แต่เราจะดูแลพงศ์พันธุ์ยูดาห์ เมื่อเราทำให้ม้าทุกตัวของชนชาติทั้งหลายตาบอดไป
ศคย. 12:6 “ในวันนั้น เราจะทำให้หัวหน้าตระกูลยูดาห์ทั้งหลายเป็นเหมือนหม้อร้อนแดงอยู่ท่ามกลางกองฟืน เหมือนคบเพลิงอยู่ท่ามกลางฟ่อนข้าว และจะเผาผลาญพวกชนชาติที่อยู่ล้อมรอบไปทางขวาและไปทางซ้ายเสีย ส่วนเยรูซาเล็มจะมีคนอาศัยอยู่ในที่เดิมนั้นเอง คือในเยรูซาเล็ม
ศคย. 12:8 ในวันนั้นพระยาห์เวห์จะทรงปกป้องชาวเยรูซาเล็มไว้ เพื่อว่าคนที่อ่อนแอที่สุดท่ามกลางเขา ในวันนั้นจะเป็นเหมือนดาวิด และราชวงศ์ของดาวิดจะเป็นเหมือนพระเจ้า เหมือนทูตของพระยาห์เวห์นำหน้าเขาทั้งหลาย
ศคย. 12:9 ในวันนั้น เราจะหาโอกาสทำลายประชาชาติทั้งสิ้น ซึ่งเข้ามาต่อสู้เยรูซาเล็ม
ศคย. 12:11 ในวันนั้น การไว้ทุกข์ในเยรูซาเล็มจะใหญ่โตอย่างการไว้ทุกข์เพื่อฮาดัดริมโมน ณ ที่ราบเมกิดโด
ศคย. 13:1 “ในวันนั้น จะมีน้ำพุพลุ่งขึ้นสำหรับราชวงศ์ของดาวิดและชาวเยรูซาเล็ม เพื่อจะชำระเขาให้พ้นจากบาปและมลทิน
ศคย. 13:2 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า ในวันนั้น เราจะกำจัดชื่อของรูปเคารพเสียจากแผ่นดิน เพื่อชื่อนั้นจะไม่ถูกระลึกถึงอีกเลย และเราจะไล่บรรดาผู้เผยพระวจนะและวิญญาณที่ไม่สะอาดไปเสียจากแผ่นดิน
ศคย. 13:4 ในวันนั้น ผู้เผยพระวจนะแต่ละคนจะมีความละอายเพราะนิมิตของเขาเมื่อเผยพระวจนะ เขาจะไม่สวมผ้ามีขนเพื่อล่อลวงอีกต่อไป
ศคย. 14:4 ในวันนั้น พระบาทของพระองค์จะทรงยืนอยู่ที่ภูเขามะกอกเทศ ซึ่งอยู่หน้ากรุงเยรูซาเล็มด้านตะวันออก และภูเขามะกอกเทศนั้นจะแยกออกเป็น 2 ส่วน จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก โดยมีหุบเขากว้างมากคั่นอยู่ ภูเขากึ่งหนึ่งจึงจะถอยไปทางเหนือ และอีกกึ่งหนึ่งจะถอยไปทางใต้
ศคย. 14:6 ในวันนั้นจะไม่มีความหนาวเหน็บและน้ำค้างแข็ง
ศคย. 14:8 ในวันนั้นน้ำพุจะไหลออกจากเยรูซาเล็ม ครึ่งหนึ่งจะไหลไปสู่ทะเลด้านตะวันออก และครึ่งหนึ่งจะไหลไปสู่ทะเลด้านตะวันตก จะไหลเรื่อยไปทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว
ศคย. 14:9 และพระยาห์เวห์จะทรงเป็นกษัตริย์เหนือพิภพทั้งสิ้น ในวันนั้นพระยาห์เวห์จะทรงเป็นเอก และพระนามของพระองค์ก็เป็นเอกด้วย
ศคย. 14:13 ในวันนั้น ความสับสนอลหม่านอย่างใหญ่โตจากพระยาห์เวห์จะตกลงเหนือพวกเขา แล้วคนหนึ่งจะจับมือเพื่อนของตน และเขาจะยกมือขึ้นต่อสู้กันและกัน
ศคย. 14:20 และในวันนั้น ลูกพรวนที่ผูกม้าจะมีคำจารึกว่า “บริสุทธิ์แด่พระยาห์เวห์” และหม้อปรุงอาหารซึ่งอยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์จะเป็นเหมือนชามซึ่งอยู่หน้าแท่นบูชา
ศคย. 14:21 เออ และหม้อปรุงอาหารทุกใบในเยรูซาเล็มและยูดาห์ จะเป็นของบริสุทธิ์แด่พระยาห์เวห์จอมทัพ เพื่อว่าทุกคนที่มาถวายสัตวบูชาจะเอาหม้อไปบ้าง และจะต้มเนื้อในหม้อเหล่านั้น ในวันนั้นจะไม่มีพ่อค้าในพระนิเวศของพระยาห์เวห์จอมทัพอีกต่อไป
มลค. 4:3 และพวกเจ้าจะเหยียบย่ำคนอธรรม เพราะว่าพวกเขาจะเป็นเหมือนขี้เถ้าที่ใต้ฝ่าเท้าของเจ้า ในวันนั้นเมื่อเราประกอบกิจ พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ
มธ. 6:11 ขอประทานอาหารประจำวันแก่พวกข้าพระองค์ในวันนี้
มธ. 13:1 ในวันนั้นพระเยซูเสด็จจากบ้านไปประทับที่ชายทะเลสาบ
มธ. 22:23 ในวันนั้น มีพวกสะดูสีมาหาพระองค์ พวกนี้เป็นผู้สอนว่าไม่มีการเป็นขึ้นจากความตาย
มก. 2:20 แต่มีเวลาที่เจ้าบ่าวจะถูกพรากจากพวกเขา ในวันนั้นแหละที่พวกเขาจะถืออดอาหาร
มก. 14:30 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “เราบอกความจริงกับท่านว่า ในวันนี้คือในคืนนี้เอง ก่อนไก่ขันสองหน ท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง”
ลก. 2:11 เพราะว่าในวันนี้ พระผู้ช่วยให้รอดของพวกท่านคือพระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้ามาประสูติที่เมืองของดาวิด
ลก. 4:21 พระองค์จึงเริ่มต้นตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “พระคัมภีร์ตอนนี้ที่พวกท่านได้ยินกับหูก็สำเร็จแล้วในวันนี้”
ลก. 5:35 แต่วันที่เจ้าบ่าวจะต้องจากสหายไปจะมาถึง และในวันนั้นเขาจะถืออดอาหาร”
ลก. 6:23 ในวันนั้นท่านทั้งหลายจงชื่นชมยินดีและโลดเต้น เพราะบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ บรรพบุรุษของเขาก็ทำอย่างนั้นกับพวกผู้เผยพระวจนะเหมือนกัน
ลก. 10:12 เราบอกพวกท่านว่า โทษของเมืองโสโดมในวันนั้นจะยังเบากว่าโทษของเมืองนั้น
ลก. 13:32 พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “จงไปบอกเจ้าหมาจิ้งจอกตัวนั้นว่า ‘จงฟังให้ดี เราขับผีและรักษาโรคในวันนี้และวันพรุ่งนี้ แล้วในวันที่สามเราก็จะเสร็จงาน’
ลก. 13:33 แต่ว่าเราจำเป็นจะต้องเดินต่อไปในวันนี้ วันพรุ่งนี้ และวันมะรืนนี้ เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เผยพระวจนะจะถูกฆ่านอกกรุงเยรูซาเล็ม
ลก. 17:31 ในวันนั้นคนที่อยู่บนดาดฟ้าหลังคาตึก อย่าลงมาเก็บของข้างใน และคนที่อยู่ตามทุ่งนาก็เช่นกัน อย่าวกกลับมาเอาของ
ลก. 23:12 ปีลาตกับเฮโรดคืนดีกันในวันนั้น เพราะแต่ก่อนเป็นศัตรูกัน
ลก. 24:13 ในวันนั้นเองมีสาวกสองคนเดินทางไปหมู่บ้านชื่อเอมมาอูส ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณสิบเอ็ดกิโลเมตร
ยน. 14:20 ในวันนั้นท่านจะรู้ว่าเราอยู่ในพระบิดา และพวกท่านอยู่ในเราและเราอยู่ในท่าน
ยน. 16:23 ในวันนั้นพวกท่านจะไม่ถามอะไรเราอีก เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าท่านขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะประทานสิ่งนั้นแก่ท่าน
ยน. 16:26 ในวันนั้นพวกท่านจะทูลขอในนามของเรา และเราจะไม่บอกท่านว่าเราจะอ้อนวอนพระบิดาเพื่อท่าน
กจ. 2:41 คนทั้งหลายที่รับถ้อยคำของเปโตรก็รับบัพติศมา ในวันนั้นมีคนเข้าเป็นสาวกประมาณสามพันคน
กจ. 4:9 ถ้าท่านทั้งหลายจะไต่สวนเราทั้งสองในวันนี้ถึงการดีที่ได้ทำกับคนป่วยนี้ และถามว่าเขาหายเป็นปกติได้อย่างไรแล้ว
กจ. 17:31 เพราะพระองค์ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้แล้ว ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรมโดยบุคคลที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ และพระเจ้าทรงให้คนทั้งปวงมีความมั่นใจในเรื่องนี้โดยทรงให้บุคคลผู้นั้นเป็นขึ้นจากตาย”
กจ. 19:40 เพราะเราตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกฟ้องว่าเป็นผู้ก่อการจลาจลในวันนี้ เนื่องจากเราไม่มีข้ออ้างอะไรที่จะเป็นเหตุผลเพียงพอสำหรับความวุ่นวายครั้งนี้”
กจ. 20:26 เพราะฉะนั้นในวันนี้ข้าพเจ้าขอยืนยันต่อท่านทั้งหลายว่า แม้ท่านทุกคนจะหลงหายไป ข้าพเจ้าก็พ้นโทษแล้ว
กจ. 24:21 นอกจากข้อเดียวที่ข้าพเจ้าตะเบ็งเสียงขึ้นเมื่ออยู่ท่ามกลางพวกเขา ซึ่งเกี่ยวกับการเป็นขึ้นจากความตายอันเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าถูกพิพากษาต่อหน้าท่านทั้งหลายในวันนี้”
กจ. 26:2 “ข้าแต่กษัตริย์อากริปปา ข้าพระบาทถือว่าตัวเองมีโอกาสดียิ่งที่ได้อยู่เฉพาะพระพักตร์ฝ่าพระบาทในวันนี้ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาทั้งหมดของพวกยิว
กจ. 26:29 เปาโลจึงทูลว่า “ไม่ว่าจะเป็นช่วงสั้นหรือยาว ข้าพระบาทก็อธิษฐานต่อพระเจ้าว่า ไม่เพียงแต่ฝ่าพระบาทเท่านั้น แต่ทุกคนที่ฟังข้าพระบาทในวันนี้ จะเป็นเหมือนอย่างข้าพระบาท เว้นแต่เครื่องจำจองนี้”
2ธส. 1:10 ในวันนั้นที่พระองค์จะเสด็จมา เพื่อรับพระเกียรติท่ามกลางธรรมิกชนของพระองค์ และเพื่อเป็นที่อัศจรรย์ใจในท่ามกลางผู้ที่เชื่อทุกคน รวมทั้งพวกท่านเพราะท่านก็ได้เชื่อคำพยานของเราด้วย
2ทธ. 4:8 ตั้งแต่นี้ไปมงกุฎแห่งความชอบธรรมก็จะเป็นของข้าพเจ้า ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้พิพากษาที่ชอบธรรมจะประทานเป็นรางวัลแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น และไม่ใช่แก่ข้าพเจ้าผู้เดียวเท่านั้น แต่จะประทานแก่ทุกคนที่รักการเสด็จมาของพระองค์
2ปต. 3:10 แต่วันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จะมาถึงเหมือนอย่างขโมย และในวันนั้น ฟ้าจะหายลับไปด้วยเสียงดังกึกก้อง และโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ และแผ่นดินกับสิ่งสารพัดที่มีอยู่บนนั้นจะถูกเผาจนหมดสิ้น