วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ผผ.เอียน 2023-05-12-2

‘พระเจ้าตรัสว่า ในวาระสุดท้าย เราจะเทพระวิญญาณของเราบนมนุษย์ทั้งหมด บุตรา บุตรีของท่านทั้งหลายจะเผยพระวจนะ บรรดาคนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต และบรรดาคนแก่ของท่านทั้งหลายจะฝันเห็น แน่ทีเดียวเวลานั้น เราจะเทพระวิญญาณของเรา บนทาสทาสีของเรา และเขาทั้งหลายจะเผยพระวจนะ เราจะสำแดงการอัศจรรย์ในอากาศเบื้องบน และ หมายสำคัญที่แผ่นดิน เบื้องล่าง เป็นเลือด ไฟ และไอควัน
กิจการ 2:17‭-‬19 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/act.2.17-19.THSV11


ผผ.เอียน 2023-05-12-1

ดังนั้น พี่น้องทั้งหลาย โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ที่มีชีวิต และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่าน อย่าลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่ท่านทุกคนโดยพระคุณซึ่งประทานแก่ข้าพเจ้าแล้วว่า อย่าคิดถือตัวเกินที่ตนควรจะคิดนั้น แต่จงคิดอย่างสุขุมสมกับขนาดความเชื่อที่พระเจ้าประทานแก่ท่าน
โรม 12:1‭-‬3 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/rom.12.1-3.THSV11

แต่เราทุกคนไม่มีผ้าคลุมหน้าแล้ว และมองดูพระรัศมีขององค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วเราก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเหมือนพระฉายาของพระองค์โดยมีศักดิ์ศรีเป็นลำดับขึ้นไป เหมือนอย่างศักดิ์ศรีที่มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นพระวิญญาณ
2 โครินธ์ 3:18 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/2co.3.18.THSV11

เรามีความมั่นใจเช่นนี้ในพระเจ้าโดยพระคริสต์ ไม่ใช่เพราะมีความสามารถในตัวเราเองที่จะถือว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดจากตัวเราเอง แต่ความสามารถนั้นมาจากพระเจ้า ผู้ประทานให้เราสามารถเป็นผู้ปรนนิบัติแห่งพันธสัญญาใหม่ ที่ไม่ใช่เป็นไปตามตัวอักษรที่เขียนไว้แต่เป็นไปตามพระวิญญาณ ด้วยว่าตัวอักษรที่เขียนไว้นั้นทำให้ตาย แต่พระวิญญาณประทานชีวิต แต่ถ้าการปรนนิบัติที่ทำให้ตายคือตามตัวอักษรที่จารึกไว้บนแผ่นศิลานั้นยังมาด้วยรัศมี (แม้จะเป็นรัศมีที่จางหายไป) ที่ทำให้พวกอิสราเอลไม่อาจเพ่งดูหน้าของโมเสสเพราะรัศมีบนใบหน้าของท่าน การปรนนิบัติตามพระวิญญาณก็จะมีรัศมียิ่งกว่านั้นอีกไม่ใช่หรือ? เพราะว่าถ้าการปรนนิบัติที่เกี่ยวกับการลงโทษยังมีรัศมี การปรนนิบัติที่เกี่ยวกับความชอบธรรมจะยิ่งมีรัศมีมากกว่านั้นหลายเท่า อันที่จริงรัศมีที่เคยมีนั้นก็อับแสงไปแล้ว ในกรณีนี้เป็นเพราะมีรัศมีที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะว่าถ้าสิ่งที่จางหายไปยังมาด้วยรัศมี สิ่งที่ยั่งยืนก็จะยิ่งมาด้วยรัศมีมากกว่านั้นหลายเท่านัก เมื่อมีความหวังเช่นนั้นแล้วเราจึงพูดด้วยความกล้าอย่างยิ่ง และเราไม่เหมือนโมเสสที่เอาผ้าคลุมไว้บนใบหน้า เพื่อไม่ให้ชนอิสราเอลเพ่งดูการสิ้นสุดของรัศมีที่ค่อยๆ จางหายไปนั้น แต่ความคิดของพวกเขามืดมัวไป เพราะว่าตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเขาทั้งหลายอ่านพันธสัญญาเดิม ผ้าคลุมนั้นยังคงอยู่ ไม่ได้ถูกเปิดออก เพราะผ้าคลุมนั้นจะถูกเปิดออกโดยพระคริสต์ แต่ว่าจนถึงทุกวันนี้ เมื่อใดที่อ่านคำของโมเสส ผ้าคลุมนั้นยังปิดบังใจของเขาไว้ แต่ถ้าใครหันมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า ผ้าคลุมนั้นก็จะถูกเปิดออก องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ที่ไหน เสรีภาพก็มีอยู่ที่นั่น แต่เราทุกคนไม่มีผ้าคลุมหน้าแล้ว และมองดูพระรัศมีขององค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วเราก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเหมือนพระฉายาของพระองค์โดยมีศักดิ์ศรีเป็นลำดับขึ้นไป เหมือนอย่างศักดิ์ศรีที่มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นพระวิญญาณ
2 โครินธ์ 3:4‭-‬18 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/2co.3.4-18.THSV11

ข้าพเจ้าขอเตือนนางยูโอเดีย และขอเตือนนางสินทิเค ให้มีจิตใจปรองดองกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องตัวท่านด้วยท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง จงช่วยผู้หญิงทั้งสองที่สู้เพื่อข่าวประเสริฐร่วมกับข้าพเจ้า เคลเมนท์ และคนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาทั้งหลายมีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตแล้ว จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่าจงชื่นชมยินดีเถิด จงให้ความอ่อนสุภาพของท่านทั้งหลายประจักษ์แก่ทุกคน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์ สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลาย ขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ รวมทั้งถ้ามีสิ่งใดที่ยอดเยี่ยม สิ่งใดที่น่ายกย่อง และพวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเรียนรู้ รับไว้ ได้ยิน และได้เห็นในข้าพเจ้า แล้วพระเจ้าผู้ประทานสันติสุขจะสถิตกับพวกท่าน ข้าพเจ้ามีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าในที่สุดท่านทั้งหลายก็หวนกลับมาคิดถึงข้าพเจ้าอีก ความจริงท่านยังคิดถึงข้าพเจ้าอยู่ แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเนื่องจากความขัดสน เพราะข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพที่เป็นอยู่ ข้าพเจ้ารู้จักความขาดแคลนและรู้จักความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดหรือในทุกกรณี ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับในการเผชิญความอิ่มท้องและความอดอยาก ความอุดมสมบูรณ์และความขัดสนแล้ว ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นความกรุณาของท่านที่มีส่วนในความยากลำบากของข้าพเจ้า และพวกท่านชาวฟีลิปปีก็รู้แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าออกจากแคว้นมาซิโดเนียในช่วงเริ่มแรกของการประกาศข่าวประเสริฐนั้น ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าในรายรับรายจ่ายนอกจากท่านพวกเดียว แม้แต่เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ส่งของไปช่วยข้าพเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเสาะหาของกำนัล แต่ข้าพเจ้าเสาะหาผลกำไรในบัญชีของพวกท่านให้ทวีมากขึ้น ข้าพเจ้าได้รับทุกอย่างครบถ้วนและมีเหลือเฟือ ข้าพเจ้ามีเต็มบริบูรณ์เพราะได้รับของฝากของท่านทั้งหลายจากเอปาโฟรดิทัส สิ่งเหล่านั้นเป็นของถวายที่หอมหวาน เป็นเครื่องบูชาที่พระเจ้าโปรดรับและพอพระทัย และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่านจากทรัพย์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้าพระบิดาของเราสืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน
ฟีลิปปี 4:2‭-‬20 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/php.4.2-20.THSV11

ข้าพเจ้าขอเตือนนางยูโอเดีย และขอเตือนนางสินทิเค ให้มีจิตใจปรองดองกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องตัวท่านด้วยท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง จงช่วยผู้หญิงทั้งสองที่สู้เพื่อข่าวประเสริฐร่วมกับข้าพเจ้า เคลเมนท์ และคนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาทั้งหลายมีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตแล้ว จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่าจงชื่นชมยินดีเถิด จงให้ความอ่อนสุภาพของท่านทั้งหลายประจักษ์แก่ทุกคน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์ สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลาย ขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ รวมทั้งถ้ามีสิ่งใดที่ยอดเยี่ยม สิ่งใดที่น่ายกย่อง และพวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเรียนรู้ รับไว้ ได้ยิน และได้เห็นในข้าพเจ้า แล้วพระเจ้าผู้ประทานสันติสุขจะสถิตกับพวกท่าน ข้าพเจ้ามีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าในที่สุดท่านทั้งหลายก็หวนกลับมาคิดถึงข้าพเจ้าอีก ความจริงท่านยังคิดถึงข้าพเจ้าอยู่ แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเนื่องจากความขัดสน เพราะข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพที่เป็นอยู่ ข้าพเจ้ารู้จักความขาดแคลนและรู้จักความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดหรือในทุกกรณี ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับในการเผชิญความอิ่มท้องและความอดอยาก ความอุดมสมบูรณ์และความขัดสนแล้ว ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นความกรุณาของท่านที่มีส่วนในความยากลำบากของข้าพเจ้า และพวกท่านชาวฟีลิปปีก็รู้แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าออกจากแคว้นมาซิโดเนียในช่วงเริ่มแรกของการประกาศข่าวประเสริฐนั้น ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าในรายรับรายจ่ายนอกจากท่านพวกเดียว แม้แต่เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ส่งของไปช่วยข้าพเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเสาะหาของกำนัล แต่ข้าพเจ้าเสาะหาผลกำไรในบัญชีของพวกท่านให้ทวีมากขึ้น ข้าพเจ้าได้รับทุกอย่างครบถ้วนและมีเหลือเฟือ ข้าพเจ้ามีเต็มบริบูรณ์เพราะได้รับของฝากของท่านทั้งหลายจากเอปาโฟรดิทัส สิ่งเหล่านั้นเป็นของถวายที่หอมหวาน เป็นเครื่องบูชาที่พระเจ้าโปรดรับและพอพระทัย และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่านจากทรัพย์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้าพระบิดาของเราสืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน
ฟีลิปปี 4:2‭-‬20 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/php.4.2-20.THSV11

ข้าพเจ้าขอเตือนนางยูโอเดีย และขอเตือนนางสินทิเค ให้มีจิตใจปรองดองกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องตัวท่านด้วยท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง จงช่วยผู้หญิงทั้งสองที่สู้เพื่อข่าวประเสริฐร่วมกับข้าพเจ้า เคลเมนท์ และคนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาทั้งหลายมีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตแล้ว จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่าจงชื่นชมยินดีเถิด จงให้ความอ่อนสุภาพของท่านทั้งหลายประจักษ์แก่ทุกคน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์ สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลาย ขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ รวมทั้งถ้ามีสิ่งใดที่ยอดเยี่ยม สิ่งใดที่น่ายกย่อง และพวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเรียนรู้ รับไว้ ได้ยิน และได้เห็นในข้าพเจ้า แล้วพระเจ้าผู้ประทานสันติสุขจะสถิตกับพวกท่าน ข้าพเจ้ามีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าในที่สุดท่านทั้งหลายก็หวนกลับมาคิดถึงข้าพเจ้าอีก ความจริงท่านยังคิดถึงข้าพเจ้าอยู่ แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเนื่องจากความขัดสน เพราะข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพที่เป็นอยู่ ข้าพเจ้ารู้จักความขาดแคลนและรู้จักความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดหรือในทุกกรณี ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับในการเผชิญความอิ่มท้องและความอดอยาก ความอุดมสมบูรณ์และความขัดสนแล้ว ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นความกรุณาของท่านที่มีส่วนในความยากลำบากของข้าพเจ้า และพวกท่านชาวฟีลิปปีก็รู้แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าออกจากแคว้นมาซิโดเนียในช่วงเริ่มแรกของการประกาศข่าวประเสริฐนั้น ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าในรายรับรายจ่ายนอกจากท่านพวกเดียว แม้แต่เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ส่งของไปช่วยข้าพเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเสาะหาของกำนัล แต่ข้าพเจ้าเสาะหาผลกำไรในบัญชีของพวกท่านให้ทวีมากขึ้น ข้าพเจ้าได้รับทุกอย่างครบถ้วนและมีเหลือเฟือ ข้าพเจ้ามีเต็มบริบูรณ์เพราะได้รับของฝากของท่านทั้งหลายจากเอปาโฟรดิทัส สิ่งเหล่านั้นเป็นของถวายที่หอมหวาน เป็นเครื่องบูชาที่พระเจ้าโปรดรับและพอพระทัย และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่านจากทรัพย์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้าพระบิดาของเราสืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน
ฟีลิปปี 4:2‭-‬20 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/php.4.2-20.THSV11
ข้าพเจ้าขอเตือนนางยูโอเดีย และขอเตือนนางสินทิเค ให้มีจิตใจปรองดองกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องตัวท่านด้วยท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง จงช่วยผู้หญิงทั้งสองที่สู้เพื่อข่าวประเสริฐร่วมกับข้าพเจ้า เคลเมนท์ และคนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาทั้งหลายมีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตแล้ว จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่าจงชื่นชมยินดีเถิด จงให้ความอ่อนสุภาพของท่านทั้งหลายประจักษ์แก่ทุกคน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์ สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลาย ขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ รวมทั้งถ้ามีสิ่งใดที่ยอดเยี่ยม สิ่งใดที่น่ายกย่อง และพวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเรียนรู้ รับไว้ ได้ยิน และได้เห็นในข้าพเจ้า แล้วพระเจ้าผู้ประทานสันติสุขจะสถิตกับพวกท่าน ข้าพเจ้ามีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าในที่สุดท่านทั้งหลายก็หวนกลับมาคิดถึงข้าพเจ้าอีก ความจริงท่านยังคิดถึงข้าพเจ้าอยู่ แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเนื่องจากความขัดสน เพราะข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพที่เป็นอยู่ ข้าพเจ้ารู้จักความขาดแคลนและรู้จักความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดหรือในทุกกรณี ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับในการเผชิญความอิ่มท้องและความอดอยาก ความอุดมสมบูรณ์และความขัดสนแล้ว ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นความกรุณาของท่านที่มีส่วนในความยากลำบากของข้าพเจ้า และพวกท่านชาวฟีลิปปีก็รู้แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าออกจากแคว้นมาซิโดเนียในช่วงเริ่มแรกของการประกาศข่าวประเสริฐนั้น ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าในรายรับรายจ่ายนอกจากท่านพวกเดียว แม้แต่เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ส่งของไปช่วยข้าพเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเสาะหาของกำนัล แต่ข้าพเจ้าเสาะหาผลกำไรในบัญชีของพวกท่านให้ทวีมากขึ้น ข้าพเจ้าได้รับทุกอย่างครบถ้วนและมีเหลือเฟือ ข้าพเจ้ามีเต็มบริบูรณ์เพราะได้รับของฝากของท่านทั้งหลายจากเอปาโฟรดิทัส สิ่งเหล่านั้นเป็นของถวายที่หอมหวาน เป็นเครื่องบูชาที่พระเจ้าโปรดรับและพอพระทัย และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่านจากทรัพย์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้าพระบิดาของเราสืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน
ฟีลิปปี 4:2‭-‬20 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/php.4.2-20.THSV11

ข้าพเจ้าขอเตือนนางยูโอเดีย และขอเตือนนางสินทิเค ให้มีจิตใจปรองดองกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องตัวท่านด้วยท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง จงช่วยผู้หญิงทั้งสองที่สู้เพื่อข่าวประเสริฐร่วมกับข้าพเจ้า เคลเมนท์ และคนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาทั้งหลายมีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตแล้ว จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่าจงชื่นชมยินดีเถิด จงให้ความอ่อนสุภาพของท่านทั้งหลายประจักษ์แก่ทุกคน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์ สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลาย ขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ รวมทั้งถ้ามีสิ่งใดที่ยอดเยี่ยม สิ่งใดที่น่ายกย่อง และพวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเรียนรู้ รับไว้ ได้ยิน และได้เห็นในข้าพเจ้า แล้วพระเจ้าผู้ประทานสันติสุขจะสถิตกับพวกท่าน ข้าพเจ้ามีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าในที่สุดท่านทั้งหลายก็หวนกลับมาคิดถึงข้าพเจ้าอีก ความจริงท่านยังคิดถึงข้าพเจ้าอยู่ แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเนื่องจากความขัดสน เพราะข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพที่เป็นอยู่ ข้าพเจ้ารู้จักความขาดแคลนและรู้จักความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดหรือในทุกกรณี ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับในการเผชิญความอิ่มท้องและความอดอยาก ความอุดมสมบูรณ์และความขัดสนแล้ว ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นความกรุณาของท่านที่มีส่วนในความยากลำบากของข้าพเจ้า และพวกท่านชาวฟีลิปปีก็รู้แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าออกจากแคว้นมาซิโดเนียในช่วงเริ่มแรกของการประกาศข่าวประเสริฐนั้น ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าในรายรับรายจ่ายนอกจากท่านพวกเดียว แม้แต่เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ส่งของไปช่วยข้าพเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเสาะหาของกำนัล แต่ข้าพเจ้าเสาะหาผลกำไรในบัญชีของพวกท่านให้ทวีมากขึ้น ข้าพเจ้าได้รับทุกอย่างครบถ้วนและมีเหลือเฟือ ข้าพเจ้ามีเต็มบริบูรณ์เพราะได้รับของฝากของท่านทั้งหลายจากเอปาโฟรดิทัส สิ่งเหล่านั้นเป็นของถวายที่หอมหวาน เป็นเครื่องบูชาที่พระเจ้าโปรดรับและพอพระทัย และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่านจากทรัพย์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้าพระบิดาของเราสืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน
ฟีลิปปี 4:2‭-‬20 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/php.4.2-20.THSV11

ข้าพเจ้าขอเตือนนางยูโอเดีย และขอเตือนนางสินทิเค ให้มีจิตใจปรองดองกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องตัวท่านด้วยท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง จงช่วยผู้หญิงทั้งสองที่สู้เพื่อข่าวประเสริฐร่วมกับข้าพเจ้า เคลเมนท์ และคนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาทั้งหลายมีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตแล้ว จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่าจงชื่นชมยินดีเถิด จงให้ความอ่อนสุภาพของท่านทั้งหลายประจักษ์แก่ทุกคน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์ สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลาย ขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ รวมทั้งถ้ามีสิ่งใดที่ยอดเยี่ยม สิ่งใดที่น่ายกย่อง และพวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเรียนรู้ รับไว้ ได้ยิน และได้เห็นในข้าพเจ้า แล้วพระเจ้าผู้ประทานสันติสุขจะสถิตกับพวกท่าน ข้าพเจ้ามีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าในที่สุดท่านทั้งหลายก็หวนกลับมาคิดถึงข้าพเจ้าอีก ความจริงท่านยังคิดถึงข้าพเจ้าอยู่ แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเนื่องจากความขัดสน เพราะข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพที่เป็นอยู่ ข้าพเจ้ารู้จักความขาดแคลนและรู้จักความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดหรือในทุกกรณี ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับในการเผชิญความอิ่มท้องและความอดอยาก ความอุดมสมบูรณ์และความขัดสนแล้ว ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นความกรุณาของท่านที่มีส่วนในความยากลำบากของข้าพเจ้า และพวกท่านชาวฟีลิปปีก็รู้แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าออกจากแคว้นมาซิโดเนียในช่วงเริ่มแรกของการประกาศข่าวประเสริฐนั้น ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าในรายรับรายจ่ายนอกจากท่านพวกเดียว แม้แต่เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ส่งของไปช่วยข้าพเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเสาะหาของกำนัล แต่ข้าพเจ้าเสาะหาผลกำไรในบัญชีของพวกท่านให้ทวีมากขึ้น ข้าพเจ้าได้รับทุกอย่างครบถ้วนและมีเหลือเฟือ ข้าพเจ้ามีเต็มบริบูรณ์เพราะได้รับของฝากของท่านทั้งหลายจากเอปาโฟรดิทัส สิ่งเหล่านั้นเป็นของถวายที่หอมหวาน เป็นเครื่องบูชาที่พระเจ้าโปรดรับและพอพระทัย และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่านจากทรัพย์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้าพระบิดาของเราสืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน
ฟีลิปปี 4:2‭-‬20 THSV11
https://bible.com/th/bible/174/php.4.2-20.THSV11

วันพุธที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ

 ปฐก. 20:7 บัด​นี้ จง​คืน​ภรรยา​ของ​ชาย​นั้น​ไป​เสีย เพราะ​เขา​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ เขา​จะ​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​เจ้า แล้ว​เจ้า​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้ แต่​ถ้า​เจ้า​ไม่​คืน ก็​จง​รู้​เถิด​ว่า​เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่ ทั้ง​เจ้า​เอง และ​ทุก​คน​ที่​เป็น​ของ​เจ้า”

อพย. 7:1 พระ​ยาห์​เวห์​จึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า “ดูสิ เรา​ตั้ง​เจ้า​ไว้​เป็น​ดัง​พระ​เจ้า​ต่อ​ฟา​โรห์ และ​อา​โรน​พี่​ชาย​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​เจ้า

2พศด. 20:20 เขา​ทั้ง​หลาย​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​และ​ออก​ไป​ยัง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เท​โค​อา และ​เมื่อ​เขา​ออก​ไป เย​โฮ​ชา​ฟัท​ทรง​ยืน​และ​ตรัส​ว่า “ยู​ดาห์​และ​ชาว​เย​รู​ซา​เล็ม​เอ๋ย จง​ฟัง​ข้าพ​เจ้า จง​วาง​ใจ​ใน​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย แล้ว​ท่าน​จะ​ได้​รับ​ความ​มั่น​คง จง​เชื่อ​บรร​ดา​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์ แล้ว​ท่าน​จะ​ได้​รับ​ความ​สำ​เร็จ

วนฉ. 4:21 แต่​ยา​เอล​ภรรยา​ของ​เฮ​เบอร์​หยิบ​หลัก​ขึง​เต็นท์ ถือ​ค้อน​เดิน​ย่อง​เข้า​มา ตอก​หลัก​เข้า​ที่​ขมับ​ของ​สิเส​รา​ทะลุ​ติด​ดิน ขณะ​เมื่อ​สิเส​รา​กำ​ลัง​หลับ​สนิท​อยู่​เพราะ​ความ​เหน็ด​เหนื่อย แล้ว​สิเส​รา​ก็​สิ้น​ชีวิต

กดว. 11:29 แต่​โมเสส​บอก​เขา​ว่า “ท่าน​เจ็บ​ร้อน​แทน​ข้าพ​เจ้า​หรือ? ข้าพ​เจ้า​อยาก​ให้​ประ​ชา​ชน​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ทุก​คน และ​ข้าพ​เจ้า​อยาก​ให้​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ใส่​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​องค์​ไว้​บน​พวก​เขา”

1ซมอ. 3:20 และ​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​ปวง ตั้ง​แต่​ดาน​ถึง​เบ​เออร์​เช​บา​ก็​ทราบ​ว่า ซา​มู​เอล​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​ให้​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์

1พกษ. 13:18 เขา​จึง​พูด​กับ​ท่าน​ว่า “ข้าพ​เจ้า​ก็​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เช่น​เดียว​กับ​ท่าน​ด้วย มี​ทูต​สวรรค์​องค์​หนึ่ง​มา​บอก​ข้าพ​เจ้า​โดย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า ‘จง​พา​เขา​กลับ​บ้าน​กับ​เจ้า เพื่อ​เขา​จะ​ได้​รับ​ประ​ทาน​อา​หาร​และ​ดื่ม​น้ำ’ ” แต่​เขา​โกหก​ท่าน

1พกษ. 18:22 แล้ว​เอ​ลี​ยาห์​พูด​กับ​ประ​ชา​ชน​ว่า “ข้าพ​เจ้า​ผู้​เดียว​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​ที่​เหลือ​อยู่ แต่​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​บา​อัล​มี 450 คน

1พกษ. 19:16 และ​เย​ฮู​บุตร​นิม​ซี​นั้น จง​เจิม​ให้​เป็น​กษัตริย์​ปก​ครอง​อิส​รา​เอล และ​เอ​ลี​ชา​บุตร​ชา​ฟัท​ชาว​อา​เบล​เม​โฮ​ลาห์ จง​เจิม​ให้​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​แทน​เจ้า

1พกษ. 20:41 แล้ว​ท่าน​ก็​รีบ​เอา​ผ้า​พัน​ตา​ออก​เสีย และ​กษัตริย์​แห่ง​อิส​รา​เอล​ก็​จำ​ท่าน​ได้​ว่า​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คน​หนึ่ง

2พกษ. 9:4 คน​หนุ่ม​นั้น​คือ​คน​หนุ่ม​ที่​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ จึง​ไป​ยัง​รา​โมท​กิ​เล​อาด

ยรม. 1:5 “เรา​ได้​รู้​จัก​เจ้า​ก่อน​ที่​เรา​ได้​ก่อ​ร่าง​ตัว​เจ้า​ขึ้น​ใน​ครรภ์ และ​ก่อน​ที่​เจ้า​คลอด​จาก​ครรภ์ เรา​ก็​ได้​กำ​หนด​ตัว​เจ้า​ไว้ เรา​ได้​แต่ง​ตั้ง​เจ้า​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​แก่​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ”

ยรม. 27:18 ถ้า​เขา​เหล่า​นั้น​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​ถ้า​พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​อยู่​กับ​เขา ก็​ขอ​ให้​เขา​ทูล​วิง​วอน​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ไม่​ให้​เครื่อง​ใช้​ซึ่ง​เหลือ​อยู่​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ และ​ใน​พระ​ราช​วัง​ของ​กษัตริย์​แห่ง​ยู​ดาห์ และ​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม ถูก​นำ​ไป​ยัง​บา​บิ​โลน

อมส. 2:11 เรา​ได้​ตั้ง​บุตร​ชาย​บาง​คน​ของ​พวก​เจ้า​ให้​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​ได้​ตั้ง​ชาย​หนุ่ม​บาง​คน​ให้​เป็น​พวก​นา​ศีร์ โอ คน​อิส​รา​เอล​เอ๋ย ไม่​เป็น​ความ​จริง​ดัง​นี้​หรือ? พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ

ศคย. 13:3 ถ้า​มี​ใคร​ปรา​กฏ​ตัว​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​อีก บิดา​มารดา​ผู้​ให้​เขา​เกิด​มา​จะ​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘เจ้า​อย่า​มี​ชีวิต​อยู่​เลย เพราะ​เจ้า​พูด​โก​หก​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​ยาห์​เวห์’ เมื่อ​เขา​เผย​พระ​วจนะ บิดา​มารดา​ผู้​ให้​เขา​เกิด​มา​จะ​แทง​เขา​ให้​ทะลุ

มธ. 10:41 ผู้​ที่​ต้อน​รับ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เพราะ​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ ก็​จะ​ได้​บำ​เหน็จ​อย่าง​ที่​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​พึง​ได้​รับ และ​ผู้​ที่​ต้อน​รับ​คน​ชอบ​ธรรม​เพราะ​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม ก็​จะ​ได้​บำ​เหน็จ​อย่าง​ที่​คน​ชอบ​ธรรมพึง​ได้​รับ

(ปฐก. 24:1 ฝ่าย​อับ​รา​ฮัม​ก็​ชรา​แล้ว มี​อายุ​มาก​ที​เดียว และ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​อวย​พร​อับ​รา​ฮัม​ทุก​ประ​การ

รม. 4:13 เพราะ​ว่า​พระ​สัญ​ญา​ที่​ประ​ทาน​แก่​อับ​รา​ฮัม​และ​ลูก​หลาน​ของ​ท่าน​ที่​ว่า จะ​ได้​ทั้ง​พิภพ​เป็น​มร​ดกนั้น​ไม่​ได้​มา​โดย​ธรรม​บัญ​ญัติ แต่​มา​โดย​ความ​ชอบ​ธรรม​ที่​เกิด​จาก​ความ​เชื่อ )




มธ. 14:5 ถึง​เฮ​โรด​มี​พระ​ประ​สงค์​จะ​ฆ่า​ยอห์น​ก็​ทรง​กลัว​ฝูง​ชน เพราะ​ว่า​พวก​เขา​นับ​ถือ​ยอห์น​ว่า​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ

มธ. 21:26 แต่​ถ้า​เรา​บอก​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ ก็​กลัว​ฝูง​ชน เพราะ​ทุก​คน​ถือ​ว่า​ยอห์น​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ”

มธ. 21:46 เขา​อยาก​จะ​จับ​พระ​องค์ แต่​กลัว​ฝูง​ชน เพราะ​เขา​ทั้ง​หลาย​ถือ​ว่า​พระ​องค์​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ

มก. 6:15 แต่​บาง​คน​ว่า “เขา​เป็น​เอลี​ยาห์” ส่วน​คน​อื่นๆ ว่า “เขา​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เหมือน​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ใน​อดีต”

มก. 11:32 แต่​ถ้า​พวก​เรา​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ อะไร​จะ​เกิด​ขึ้น?” พวก​เขา​ก็​กลัว​ฝูง​ชน เพราะ​ทุก​คน​ถือ​ว่า​ยอห์น​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​จริงๆ

ลก. 7:39 ฟา​ริสี​คนที่​เชิญ​พระ​องค์​มา​เมื่อ​เห็น​แล้ว​ก็​นึก​ใน​ใจ​ว่า “ถ้า​ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ ก็​น่า​จะ​รู้​ว่า​ผู้หญิง​ที่​แตะ​ต้อง​ตัว​ของ​ท่าน​เป็น​ใคร​และ​เป็น​คน​อย่าง​ไร เพราะ​นาง​เป็น​คน​บาป”

ลก. 20:6 แต่ถ้า​บอก​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ ประ​ชาชน​ก็​จะ​เอา​หิน​ขว้าง​เรา เพราะ​ถือ​กัน​ว่า​ยอห์น​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ”

ยน. 1:21 พวก​เขา​จึง​ถาม​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ท่าน​เป็น​ใคร? ท่าน​เป็น​เอลี​ยาห์หรือ​?” ยอห์น​ตอบ​ว่า “ข้าพ​เจ้า​ไม่​ใช่​เอลี​ยาห์” “ท่าน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คน​นั้น หรือ?” และ​ยอห์น​ตอบ​ว่า “ไม่​ใช่”

ยน. 4:19 นาง​ทูล​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​เจ้า​คะ ดิ​ฉัน​เห็น​จริงๆ แล้ว​ว่า​ท่าน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ

ยน. 6:14 เมื่อ​คน​ทั้ง​หลาย​เห็น​หมาย​สำ​คัญ​ที่​พระ​องค์​ทรง​ทำ พวก​เขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “แท้​จริง​ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คน​นั้น​ที่​จะ​มา​ใน​โลก”

ยน. 7:40 เมื่อ​ประ​ชา​ชน​ได้​ยิน​ดัง​นั้น บาง​คน​ก็​พูด​ว่า “ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​แน่​นอน”

ยน. 9:17 พวก​เขา​จึง​พูด​กับ​คน​ตา​บอด​อีก​ว่า “เจ้า​คิด​อย่าง​ไร​เรื่อง​คน​นั้น ใน​เมื่อ​เขา​ทำ​ให้​ตา​ของ​เจ้า​หาย​บอด?” ชาย​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ท่าน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ”

กจ. 2:30 ท่าน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​ทราบ​ว่า​พระ​เจ้า​ตรัส​สัญ​ญา​ไว้​กับ​ท่าน​ด้วย​พระ​ปฏิ​ญาณ​ว่า​พระ​องค์​จะ​ประ​ทาน​ผู้​หนึ่ง​ใน​วงศ์​ตระ​กูล​ของ​ท่าน​ให้​นั่ง​บน​บัล​ลังก์​ของ​ท่าน

กจ. 13:1 เวลา​นั้น​คริสต​จักร​ที่​อยู่​ใน​เมือง​อัน​ทิ​โอก​มี​บาง​คน​ที่​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​และ​อาจารย์ คือ​บาร​นา​บัส สิ​เม​โอน​ที่​เรียก​ว่า​นิเกอร์ ลูสิ​อัส​ชาว​เมือง​ไซ​รีน มา​นา​เอน​ผู้​ได้​รับ​การ​เลี้ยง​ดู​เติบ​โต​ขึ้น​ด้วย​กัน​กับ​เฮ​โรด​เจ้า​เมือง และ​เซา​โล

กจ. 15:32 ยูดาส​กับ​สิ​ลาส​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ด้วย จึง​กล่าว​คำ​หนุน​ใจ​พี่​น้อง​หลาย​ประ​การ​และ​ช่วย​ให้​มี​กำ​ลัง​ใจ

กจ. 21:9 ฟี​ลิป​มี​ลูก​สาว​สี่​คน​ที่​ยัง​ไม่​ได้​แต่ง​งาน​และ​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ

1คร. 12:29 ทุก​คน​เป็น​อัคร​ทูต​หรือ? ทุก​คน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​หรือ? ทุก​คน​เป็น​อา​จารย์​หรือ? ทุก​คน​ทำ​การ​ด้วย​ฤทธา​นุภาพ​หรือ?

1คร. 14:37 ถ้า​ใคร​คิด​ว่า​ตน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ หรือ​อยู่​ฝ่าย​พระ​วิญ​ญาณ​ก็​จง​ยอม​รับ​ว่า ข้อ​ความ​ซึ่ง​ข้าพ​เจ้า​เขียน​มา​ถึง​พวก​ท่าน​นี้ เป็น​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า

อฟ. 4:11 และ​พระ​องค์​เอง​ประ​ทาน​ให้​บาง​คน​เป็น​อัคร​ทูต บาง​คน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ บาง​คน​เป็น​ผู้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ บาง​คน​เป็น​ศิษยา​ภิบาล​และ​อา​จารย์

วว. 2:20 แต่​เรา​มี​ข้อ​ที่​จะ​ต่อ​ว่า​เจ้า​บ้าง คือ​เจ้า​ทน​ฟัง​เย​เซ​เบล ผู้​หญิงที่​อ้าง​ตัว​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ นาง​สอน​และ​ล่อ​ลวง​บรร​ดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​เรา​ให้​ล่วง​ประ​เวณี​และ​กิน​อาหาร​ที่​บูชา​รูป​เคารพ


วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

2ซมอ. 14:22 โย​อาบ​ก็​ย่อ​ตัว​ลง​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน แล้ว​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​รา​ชา โย​อาบ​ทูล​ว่า “วัน​นี้​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​ทราบ​ว่า ข้า​พระ​บาท​รับ​ความ​โปรด​ปราน​จาก​พระ​ราชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท ใน​การ​ที่​พระ​รา​ชา​ทรง​อนุ​มัติ ตาม​คำ​ทูล​ขอ​ของ​ข้า​พระ​บาท”

 2ซมอ. 14:1 ฝ่าย​โย​อาบ​บุตร​ของ​นาง​เศ​รุ​ยาห์​ทราบ​ว่า​พระ​รา​ชา​ทรง​คิดถึง​อับ​ซา​โลม

2ซมอ. 14:2 โย​อาบ​จึง​ใช้​คน​ไป​ยัง​เมือง​เท​โค​อา พา​หญิง​ฉลาด​คน​หนึ่ง​มา​จาก​ที่​นั่น บอก​นาง​ว่า “ขอ​จง​แสร้ง​ทำ​เป็น​คน​ไว้​ทุกข์ สวม​เสื้อ​ของ​คน​ไว้​ทุกข์ อย่า​ทา​น้ำ​มัน แต่​แสร้ง​ทำ​เหมือน​ผู้​หญิง​ไว้​ทุกข์​ให้​ผู้​ตาย​มา​หลาย​วัน​แล้ว

2ซมอ. 14:3 จง​เข้า​ไป​เฝ้า​พระ​รา​ชา ทูล​ข้อ​ความ​นี้​แก่​พระ​องค์” แล้ว​โย​อาบ​ก็​บอก​ถ้อยคำ​ให้​หญิง​นั้น

2ซมอ. 14:4 เมื่อ​หญิง​ชาว​เท​โค​อา​มา​เฝ้า​พระ​รา​ชา นาง​ก็​ย่อ​ตัว​ลง​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน แล้ว​ทูล​ว่า “ข้า​แต่​พระ​รา​ชา ขอ​ทรง​ช่วย​ข้า​พระ​บาท”

2ซมอ. 14:5 พระ​รา​ชา​ตรัส​ถาม​หญิง​นั้น​ว่า “เจ้า​มี​เรื่อง​อะไร?” นาง​ทูล​ว่า “ที่จริง ข้า​พระ​บาท​เป็น​หญิง​ม่าย สามี​ตาย​แล้ว

2ซมอ. 14:6 สาว​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​มี​บุตร​ชาย​สอง​คน ทั้ง​สอง​วิวาท​กัน​ที่​ทุ่ง​นา ไม่​มี​ใคร​แยก​พวก​เขา​ออก บุตร​คน​หนึ่ง​จึง​ฆ่า​อีก​คน​หนึ่ง​ตาย

2ซมอ. 14:7 ดูเถิด หมู่​ญาติ​ทั้ง​หมด​รุม​กัน​มา​หา​สาว​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​บอก​ว่า ‘จง​มอบ​ผู้​ฆ่า​พี่ชาย​ของ​ตัว​มา​ให้​เรา เพื่อ​เรา​จะ​ฆ่า​เขา​เสีย เนื่องจาก​ชีวิต​ของ​พี่ชาย​ที่​เขา​ฆ่า​นั้น และ​เรา​จะ​ได้​ทำลาย​ผู้​รับ​มร​ดก​เสีย​ด้วย’ พวก​เขา​จะ​ดับ​ถ่าน​ที่​คุ​เหลือ​อยู่​ของ​ข้า​พระ​บาท​เสีย ไม่​ให้​สามี​ของ​ข้า​พระ​บาท​มี​ชื่อ​หรือ​มี​บุตร​เหลือ​อยู่​บน​พื้น​โลก​เลย”

2ซมอ. 14:8 พระ​รา​ชา​จึง​รับ​สั่ง​แก่​หญิง​คน​นั้น​ว่า “ไป​บ้าน​ของ​เจ้า​เถิด เรา​เอง​จะ​สั่ง​การ​เรื่อง​เจ้า”

2ซมอ. 14:9 หญิง​ชาว​เท​โค​อา​ทูล​พระ​รา​ชา​ว่า “ข้า​แต่​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท ขอ​ให้​โทษ​ตก​อยู่​กับ​ข้า​พระ​บาท และ​กับ​พงศ์​พันธุ์​บิดา​ของ​ข้า​พระ​บาท แต่​พระ​รา​ชา​และ​ราช​บัล​ลังก์​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​อย่า​ให้​มี​โทษ​เลย”

2ซมอ. 14:10 พระ​รา​ชา​ตรัส​ว่า “ถ้า​มี​ใคร​กล่าว​อะไร​แก่​เจ้า จง​พา​เขา​มา​หา​เรา คน​นั้น​จะ​ไม่​แตะ​ต้อง​เจ้า​อีก​เลย”

2ซมอ. 14:11 นาง​ก็​ทูล​ว่า “ขอ​พระ​รา​ชา​ทรง​กล่าว​ใน​พระ​นาม​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ฝ่า​พระ​บาท เพื่อ​ผู้​อา​ฆาต​จะ​ไม่​เตรียม​ฆ่า​อีก​ต่อ​ไป และ​บุตร​ของ​ข้า​พระ​บาท​จะ​ไม่​ต้อง​ถูก​ทำ​ลาย” พระ​องค์​ตรัส​ว่า “พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​แน่​ฉัน​ใด เส้น​ผม​ของ​บุตร​ของ​เจ้า​สัก​เส้น​เดียว​จะ​ไม่​ตก​ลง​ถึง​ดิน”

2ซมอ. 14:12 แล้ว​หญิง​นั้น​ทูล​ว่า “ขอ​สาว​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​ทูล​อีก​สัก​คำ​หนึ่ง​แก่​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท” พระ​องค์​ตรัส​ว่า “พูด​ไป”

2ซมอ. 14:13 หญิง​นั้น​จึง​ทูล​ว่า “เหตุ​ใด​ฝ่า​พระ​บาท​ทรง​ดำริ​อย่าง​นี้​ต่อ​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​เจ้า ใน​การ​ตรัส​เช่น​นี้​พระ​รา​ชา​ทรง​กล่าว​โทษ​ฝ่า​พระ​บาท​เอง ที่​พระ​รา​ชา​ไม่​ได้​ทรง​นำ​ผู้​ถูก​เนร​เทศ​กลับ​มา

2ซมอ. 14:14 คน​เรา​จะ​ต้อง​ตาย​แน่ เป็น​เหมือน​น้ำ​ที่​หก​บน​แผ่น​ดิน จะ​เก็บ​รวม​กลับ​คืน​มา​อีก​ไม่​ได้ พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​ทำ​ลาย​ชีวิต แต่​ทรง​ดำริ​วิธี​เพื่อ​ไม่​ทรง​ทอดทิ้ง​ผู้​ถูก​เนร​เทศ​จาก​พระ​องค์

2ซมอ. 14:15 ที่​ข้า​พระ​บาท​มา​ทูล​เรื่อง​นี้​ต่อ​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท เพราะ​ญาติ​พี่​น้อง​ทำ​ให้​ข้า​พระ​บาท​กลัว และ​สาว​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​คิด​ว่า ‘ฉัน​จะ​ทูล​พระ​รา​ชา บางที​พระ​รา​ชา​จะ​ทรง​ทำ​ตาม​คำ​ขอ​ของ​สาวใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท

2ซมอ. 14:16 ด้วย​พระ​รา​ชา​จะ​ทรง​สดับ​ฟัง​และ​ทรง​ช่วย​กู้​สาวใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท จาก​มือ​ของ​ผู้​จะ​ทำ​ลาย​ทั้ง​ข้า​พระ​บาท​และ​ลูก​ของ​ข้า​พระ​บาท​เสีย​จาก​มร​ดก​ของ​พระ​เจ้า’

2ซมอ. 14:17 และ​สาว​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​คิด​ว่า ‘ขอ​ให้​พระ​ดำ​รัส​ของ​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​เป็น​ที่​พักพิง’ เพราะ​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​เปรียบ​ประ​ดุจ​ทูต​ของ​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​ทราบ​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​สถิต​กับ​ฝ่า​พระ​บาท​เถิด”

2ซมอ. 14:18 แล้ว​พระ​รา​ชา​ทรง​ตอบ​หญิง​นั้น​ว่า “เรา​เอง​จะ​ถาม​เจ้า​เรื่อง​หนึ่ง เจ้า​อย่า​ปิด​บัง​จาก​เรา​นะ” ผู้หญิง​นั้น​ทูล​ว่า “ขอ​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​ตรัส​เถิด”

2ซมอ. 14:19 พระ​รา​ชา​จึง​ตรัส​ถาม​ว่า “ใน​เรื่อง​ทั้ง​สิ้น​นี้​มือ​ของ​โย​อาบ​เกี่ยว​ข้อง​กับ​เจ้า​ด้วย​หรือ​เปล่า?” หญิง​นั้น​ทูล​ตอบ​ว่า “ข้า​แต่​พระ​รา​ชา เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท ฝ่า​พระ​บาท​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​แน่​ฉัน​ใด ไม่​มี​ใคร​หนี​ไป​ทาง​ขวา​หรือ​ทาง​ซ้าย​ได้ จาก​ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​ตรัส​ไว้ โย​อาบ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​นั่น​แหละ​สั่ง​ข้า​พระ​บาท​ทูล เขา​บอก​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ทั้งหมด​แก่​สาว​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท

2ซมอ. 14:20 โย​อาบ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​ทำ​สิ่ง​นี้​ก็​เพื่อ​จะ​แก้ไข​เหตุ​การณ์​นี้ แต่​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​ทรง​มี​สติ​ปัญ​ญา ดัง​สติ​ปัญ​ญา​ของ​ทูต​ของ​พระ​เจ้า ทรง​ทราบ​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​บน​พิภพ”

2ซมอ. 14:21 พระ​รา​ชา​ตรัส​สั่ง​โย​อาบ​ว่า “ดู​เถิด เรา​อนุ​มัติ​ตาม​คำ​ขอ​นี้​แล้ว จง​ไป​พา​อับ​ซา​โลม​ชาย​หนุ่ม​คน​นั้น​กลับ​มา”

2ซมอ. 14:22 โย​อาบ​ก็​ย่อ​ตัว​ลง​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน แล้ว​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​รา​ชา โย​อาบ​ทูล​ว่า “วัน​นี้​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​ทราบ​ว่า ข้า​พระ​บาท​รับ​ความ​โปรด​ปราน​จาก​พระ​ราชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท ใน​การ​ที่​พระ​รา​ชา​ทรง​อนุ​มัติ ตาม​คำ​ทูล​ขอ​ของ​ข้า​พระ​บาท”

2ซมอ. 14:23 โย​อาบ​จึง​ลุก​ขึ้น​ไป​ยัง​เมือง​เก​ชูร์ และ​พา​อับ​ซา​โลม​มา​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม

2ซมอ. 14:24 และ​พระ​รา​ชา​รับ​สั่ง​ว่า “ให้​เขา​กลับ​ไป​วัง​ของ​เขา​เถิด อย่า​ให้​เข้า​เฝ้า​เรา” อับ​ซา​โลม​ก็​ไป​อยู่​วัง​ของ​ท่าน ไม่ได้​เข้า​เฝ้า​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​รา​ชา

2ซมอ. 14:25 ทั่ว​อิส​รา​เอล ไม่​มี​ชาย​ใด​รูป​งาม​และ​รับ​คำ​ชมเชย​มาก​เท่า​กับ​อับ​ซา​โลม ใน​ตัว​ท่าน ตั้ง​แต่​ฝ่า​เท้า​จน​ถึง​กระ​หม่อม ไม่​มี​ตำ​หนิ​เลย

2ซมอ. 14:26 เมื่อ​ท่าน​ตัด​ผม (ท่าน​เคย​ตัด​ผม​สิ้น​ปี​ทุก​ปี​เพราะ​ผม​หนัก​แล้ว​ท่าน​ก็​ตัด​เสีย) ท่าน​ก็​ชั่ง​ผม​ของ​ท่าน​ได้​หนัก 2 กิ​โล​กรัม​กว่า ตาม​มา​ตรา​หลวง

2ซมอ. 14:27 อับ​ซา​โลม​มี​บุตร​ชาย 3 คน และ​บุตรี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ทา​มาร์ เธอ​เป็น​หญิง​ที่​สวย​งาม

2ซมอ. 14:28 อับ​ซา​โลม​ประ​ทับ​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ได้ 2 ปี​เต็ม โดย​ไม่​ได้​เข้า​เฝ้า​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​รา​ชา

2ซมอ. 14:29 แล้ว​อับ​ซา​โลม​ก็​ส่ง​คน​ไป​ตาม​โย​อาบ จะ​ใช้​ให้​เข้า​ไป​เฝ้า​พระ​รา​ชา แต่​โย​อาบ​ไม่​ยอม​มา​หา​ท่าน ท่าน​ก็​ส่ง​คน​ไป​ครั้ง​ที่​สอง แต่​โย​อาบ​ก็​ไม่​ยอม​มา​เหมือน​กัน

2ซมอ. 14:30 ท่าน​จึง​สั่ง​พวก​มหาด​เล็ก​ของ​ท่าน​ว่า “ดูสิ นา​ของ​โย​อาบ​อยู่​ถัด​นา​ของ​เรา เขา​มี​ข้าว​บาร์​เลย์​ที่​นั่น จง​ไป​เอา​ไฟ​เผา​เสีย” พวก​มหาด​เล็ก​ของ​อับ​ซา​โลม​ก็​ไป​เอา​ไฟ​เผา​นา

2ซมอ. 14:31 โย​อาบ​ก็​ลุก​ขึ้น​ไป​หา​อับ​ซา​โลม​ที่​วัง​ของ​ท่าน ถาม​ท่าน​ว่า “ทำไม​พวก​มหาด​เล็ก​ของ​ท่าน​จึง​เอา​ไฟ​เผา​นา​ของ​กระ​หม่อม?”

2ซมอ. 14:32 อับ​ซา​โลม​ตอบ​โย​อาบ​ว่า “ดู​เถิด เรา​ส่ง​คน​ไป​บอก​ท่าน​ว่า ‘มา​นี่​เถิด เรา​จะ​ส่ง​ท่าน​ไป​หา​พระ​รา​ชา​ทูล​ว่า “ให้​ข้า​พระ​บาท​มา​จาก​เก​ชูร์​ทำไม? ข้า​พระ​บาท​อยู่​ที่​นั่น​ก็​ดี​กว่า” บัด​นี้​ขอ​ให้​เรา​ได้​เข้า​เฝ้า​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​รา​ชา ถ้า​เรา​มี​ความ​ผิด ก็​ให้​พระ​องค์​ทรง​ประ​หาร​เรา​เสีย’ ”

2ซมอ. 14:33 โย​อาบ​จึง​เข้า​เฝ้า​พระ​รา​ชา​ทูล​พระ​องค์​ให้​ทรง​ทราบ พระ​องค์​ก็​ทรง​เรียก​อับ​ซา​โลม ท่าน​จึง​เข้า​ไป​เฝ้า​พระ​รา​ชา​ย่อ​ตัว​ลง​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​รา​ชา พระ​รา​ชา​ก็​ทรง​จูบ​อับ​ซา​โลม


วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566

1ซมอ. 27:5 แล้ว​ดา​วิด​จึง​ทูล​อา​คีช​ว่า “ถ้า​ข้า​พระ​บาท​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​ฝ่า​พระ​บาท ขอ​ทรง​ให้​พวก​เขา​มอบ​ที่​ใน​เมือง​ชนบท​แก่​ข้า​พระ​บาท​สัก​แห่ง​หนึ่ง และ​ข้า​พระ​บาท​จะ​ได้​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น ทำไม​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​จะ​อยู่​ใน​กรุง​กับ​ฝ่า​พระ​บาท​เล่า?”

 1ซมอ. 27:1 ดา​วิด​นึก​ใน​ใจ​ว่า “ข้า​คง​จะ​พินาศ​สัก​วัน​หนึ่ง​ด้วย​พระ​หัตถ์​ของ​ซาอูล ไม่​มี​สิ่ง​ใด​ดี​กว่า​ที่​ข้า​จะ​หนี​จริงๆ ไป​อยู่​ที่​แผ่น​ดิน​คน​ฟีลิส​เตีย แล้ว​ซาอูล​ก็​จะ​ทรง​หมด​หวัง​ที่​จะ​ค้น​หา​ข้า​อีก​ภาย​ใน​พรมแดน​อิส​รา​เอล และ​ข้า​จะ​รอด​พ้น​จาก​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​ได้”

1ซมอ. 27:2 ดา​วิด​จึง​ลุก​ขึ้น​ยก​ข้าม​ไป ทั้ง​ตัว​ท่าน​และ​คน​ที่​อยู่​กับ​ท่าน 600 คน ไป​หา​อา​คีช​บุตร​มา​โอค กษัตริย์​เมือง​กัท

1ซมอ. 27:3 และ​ดา​วิด​ก็​อาศัย​อยู่​กับ​อา​คีช​ที่​เมือง​กัท คือ​ตัว​ท่าน​และ​คน​ของ​ท่าน ทุก​คน​มี​ครัว​เรือน​ไป​ด้วย ทั้ง​ดา​วิด​พร้อม​กับ​ภรรยา​สอง​คน คือ​อา​หิ​โน​อัม​ชาว​ยิส​เร​เอล และ​อา​บี​กา​ยิล​ชาว​คาร​เมล​แม่​ม่าย​ของ​นา​บาล

1ซมอ. 27:4 และ​เมื่อ​มี​คน​ไป​ทูล​ซาอูล​ว่า ดา​วิด​ได้​หนี​ไป​เมือง​กัท​แล้ว พระ​องค์​ก็​ไม่​ได้​ทรง​เสาะ​หา​ท่าน​อีก​ต่อ​ไป

1ซมอ. 27:5 แล้ว​ดา​วิด​จึง​ทูล​อา​คีช​ว่า “ถ้า​ข้า​พระ​บาท​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​ฝ่า​พระ​บาท ขอ​ทรง​ให้​พวก​เขา​มอบที่​ใน​เมือง​ชนบท​แก่​ข้า​พระ​บาท​สัก​แห่ง​หนึ่ง และ​ข้า​พระ​บาท​จะ​ได้​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น ทำไม​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​จะ​อยู่​ใน​กรุง​กับ​ฝ่า​พระ​บาท​เล่า?”

1ซมอ. 27:6 ใน​วัน​นั้น​อา​คีช​ทรง​มอบ​ศิก​ลาก​ให้​ท่าน ดังนั้น​ศิก​ลาก​จึง​กลาย​เป็น​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ยูดาห์​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้

1ซมอ. 27:7 ระยะ​เวลา​ที่​ดา​วิด​เข้า​ไป​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​ฟีลิส​เตีย​นั้น เป็น 1 ปี​กับ 4 เดือน

1ซมอ. 27:8 ส่วน​ดา​วิด​กับ​คน​ของ​ท่าน ก็​ขึ้น​ไป​ปล้น​คน​เก​ชูร์ คน​เก​เซอร์ คน​อา​มา​เลข เพราะ​คน​เหล่านี้​อาศัย​อยู่​ใน​ดิน​แดน​นั้น​ตั้ง​แต่​สมัย​โบ​ราณ ไกล​ไป​จน​ถึง​เมือง​ชูร์​ถึง​แผ่น​ดิน​อียิปต์

1ซมอ. 27:9 ดา​วิด​ก็​โจม​ตี​แผ่น​ดิน​นั้น ไม่​ไว้​ชีวิต​ผู้​ชาย​หรือ​ผู้​หญิง แต่​ริบ​แกะ โค ลา อูฐ และ​เสื้อ​ผ้า แล้ว​กลับ​มา​หา​อา​คีช

1ซมอ. 27:10 เมื่อ​ไร​อา​คีช​ตรัส​ถาม​ว่า “วัน​นี้​พวก​ท่าน​ไป​ปล้น​ที่ไหน​มา?” ดา​วิด​ก็​ทูล​ว่า “ปล้น​เน​เกบ​ที่​แผ่น​ดิน​ยูดาห์” หรือ “ปล้น​เน​เกบ​ที่​ตระ​กูล​เย​รา​เม​เอล” หรือ “ปล้น​เนเกบ​ของ​คน​เค​ไนต์”

1ซมอ. 27:11 ดา​วิด​ไม่​ได้​ไว้​ชีวิต​ผู้​ชาย​หรือ​ผู้​หญิง ที่​จะ​นำ​มา​ที่​เมือง​กัท โดย​คิด​ว่า “เกรง​ว่า พวก​เขา​จะ​บอก​เรื่อง​ของ​พวก​เรา และ​กล่าว​ว่า ‘ดา​วิด​ทำ​วิธี​นั้น’ ” นี่​เป็น​วิธี​ปฏิ​บัติ ขณะ​ที่​ท่าน​อาศัย​อยู่​ใน​ดิน​แดน​ฟีลิส​เตีย

1ซมอ. 27:12 อา​คีช​วาง​พระ​ทัย​ใน​ดา​วิด ด้วย​ทรง​ดำริ​ว่า “เขา​ได้​ทำ​ให้​อิส​รา​เอล​ชน​ชาติ​ของ​เขา​เกลียด​เขา​จริงๆ เพราะ​ฉะนั้น​เขา​จึง​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​เรา​ตลอด​ไป”


วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566

1ซมอ. 20:3 แต่​ดา​วิด​สาบาน​ว่า “เสด็จ​พ่อ​ของ​ท่าน​ทรง​ทราบ​แน่​ว่า ข้าพ​เจ้า​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​ท่าน และ​พระ​องค์​คง​ดำริ​ว่า ‘อย่า​ให้​โย​นา​ธาน​รู้​เรื่อง​นี้​เลย เกรง​ว่า​เขา​จะ​เศร้า​ใจ’ แต่​ที่​จริง​ก็​คือ พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​แน่​ฉัน​ใด และ​ท่าน​มี​ชีวิต​แน่​ฉัน​ใด ระหว่าง​ข้าพ​เจ้า​กับ​ความ​ตาย​ก็​ยัง​เหลือ​อีก​เพียง​ก้าว​เดียว”

 1ซมอ. 20:1 ดา​วิด​ก็​หนี​จาก​นา​โยท​ใน​เมือง​รา​มาห์ และ​มา​ทูล​ต่อ​หน้า​โย​นา​ธาน​ว่า “ข้าพ​เจ้า​ได้​ทำ​สิ่ง​ใด? อะไร​เป็น​ความ​ผิด​ของ​ข้าพ​เจ้า? และ​ข้าพ​เจ้า​ได้​ทำ​บาป​อะไร​ต่อ​เสด็จ​พ่อ​ของ​ท่าน พระ​องค์​จึง​ทรง​ต้อง​การ​เอา​ชีวิต​ของ​ข้าพ​เจ้า?”

1ซมอ. 20:2 โย​นา​ธาน​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ไม่​ใช่​อย่าง​นั้น​แน่ ท่าน​จะ​ไม่​ตาย นี่​แน่ะ เสด็จ​พ่อ​ไม่​ได้​ทรง​ทำ​เรื่อง​ใหญ่​หรือ​เรื่อง​เล็ก​โดย​ไม่​ให้​ฉัน​รู้ ทำไม​เสด็จ​พ่อ​จะ​ปิด​บัง​เรื่อง​นี้​จาก​ฉัน​เล่า? ไม่​เป็น​ดัง​นั้น​แน่”

1ซมอ. 20:3 แต่​ดา​วิด​สาบาน​ว่า “เสด็จ​พ่อ​ของ​ท่าน​ทรง​ทราบ​แน่​ว่า ข้าพ​เจ้า​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​ท่าน และ​พระ​องค์​คง​ดำริ​ว่า ‘อย่า​ให้​โย​นา​ธาน​รู้​เรื่อง​นี้​เลย เกรง​ว่า​เขา​จะ​เศร้า​ใจ’ แต่​ที่​จริง​ก็​คือ พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​แน่​ฉัน​ใด และ​ท่าน​มี​ชีวิต​แน่​ฉัน​ใด ระหว่าง​ข้าพ​เจ้า​กับ​ความ​ตาย​ก็​ยัง​เหลือ​อีก​เพียง​ก้าว​เดียว”

1ซมอ. 20:4 โย​นา​ธาน​จึง​ตรัส​กับ​ดา​วิด​ว่า “ใจ​ท่าน​ว่า​อย่าง​ไร ฉัน​จะ​ทำ​ตาม​เพื่อ​ท่าน”

1ซมอ. 20:5 ดา​วิด​จึง​กล่าว​กับ​โย​นา​ธาน​ว่า “ดู​เถิด พรุ่ง​นี้​เป็น​วัน​ขึ้น​ค่ำ ข้าพ​เจ้า​เอง​จะ​ต้อง​นั่ง​รับ​ประ​ทาน​กับ​พระ​รา​ชา แต่​ขอ​ทรง​ปล่อย​ให้​ข้าพ​เจ้า​ไป​ซ่อน​ตัว​อยู่​ที่​ใน​ทุ่ง​นา​จน​ถึง​เย็น​วัน​ที่​สาม

1ซมอ. 20:6 ถ้า​เสด็จ​พ่อ​ของ​ท่าน​ทรง​สังเกต​จริงๆ ว่า​ข้าพ​เจ้า​ขาด​ไป ก็​ขอ​ทูล​พระ​องค์​ว่า ‘ดา​วิด​วิง​วอน​ขอ​ลา​ข้า​พระ​บาท​รีบ​กลับ​ไป​เบธ​เล​เฮม​เมือง​ของ​เขา เพราะ​ทุก​คน​ใน​ตระกูล​ทำ​การ​ถวาย​สัตว​บูชา​ประ​จำ​ปี​ที่​นั่น’

1ซมอ. 20:7 ถ้า​พระ​องค์​รับ​สั่ง​ว่า ‘ดี​แล้ว’ ผู้​รับ​ใช้​ของ​ท่าน​ก็​จะ​ปลอดภัย แต่​ถ้า​พระ​องค์​กริ้ว​จริงๆ ก็​ทรง​ทราบ​ได้​ว่า พระ​องค์​ทรง​ดำริ​การ​ร้าย

1ซมอ. 20:8 ขอ​ท่าน​แสดง​ความ​รัก​มั่น​คง​แก่​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ท่าน​ตาม​ที่​ท่าน​ได้​นำ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ท่าน​เข้า​มา​ใน​พันธ​สัญญา​แห่ง​พระ​ยาห์​เวห์​กับ​ท่าน แต่​ถ้า​ข้าพ​เจ้า​มี​ความ​ผิด ท่าน​จง​ฆ่า​ข้าพ​เจ้า ทำไม​จะ​นำ​ข้าพ​เจ้า​ไป​ให้​เสด็จ​พ่อ​ของ​ท่าน”

1ซมอ. 20:9 โย​นา​ธาน​จึง​ตรัส​ว่า “อย่า​เป็น​อย่าง​นั้น​สำหรับ​ท่าน​เลย เพราะ​ถ้า​ฉัน​ทราบ​จริงๆ ว่า​เสด็จ​พ่อ​ทรง​ดำริ​การ​ร้าย​ที่​จะ​มา​ถึง​ท่าน ฉัน​จะ​ไม่​ไป​บอก​ท่าน​หรือ?”

1ซมอ. 20:10 แล้ว​ดา​วิด​ก็​ทูล​โย​นา​ธาน​ว่า “ใคร​จะ​บอก​ข้าพ​เจ้า ถ้า​เสด็จ​พ่อ​ของ​ท่าน​ตอบ​ท่าน​อย่าง​ดุดัน?”

1ซมอ. 20:11 และ​โย​นา​ธาน​ตรัส​กับ​ดา​วิด​ว่า “มา​เถิด​ให้​เรา​ออก​ไป​ที่​ทุ่ง​นา” ทั้ง​สอง​จึง​ออก​ไป​ที่​ทุ่ง​นา

1ซมอ. 20:12 และ​โย​นา​ธาน​ตรัส​กับ​ดา​วิด​ว่า “ขอ​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​เจ้า​แห่ง​อิส​รา​เอล​ทรง​เป็น​พยาน เมื่อ​ฉัน​หยั่ง​ดู​เสด็จ​พ่อ​ของ​ฉัน​ใน​วัน​พรุ่ง​นี้​ประ​มาณ​เวลา​นี้ หรือ​ใน​วัน​ที่​สาม ดู​เถิด ถ้า​มี​อะไร​ดี​ต่อ​ดา​วิด​แล้ว ฉัน​จะ​ไม่​ใช้​คน​ไป​แจ้ง​ท่าน​ที​เดียว​หรือ?

1ซมอ. 20:13 แต่​ถ้า​เสด็จ​พ่อ​พอ​พระ​ทัย​ที่​จะ​ทำ​ร้าย​ท่าน ถ้า​ฉัน​ไม่​แจ้ง​ให้​ท่าน​ทราบ และ​ไม่​ส่ง​ท่าน​ให้​ไป​อย่าง​ปลอด​ภัย​แล้ว ก็​ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ลง​โทษ​แก่​โย​นา​ธาน และ​ทรง​เพิ่ม​โทษ​นั้น ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​สถิต​กับ​ท่าน อย่าง​ที่​พระ​องค์​สถิต​กับ​เสด็จ​พ่อ​ของ​ฉัน

1ซมอ. 20:14 ถ้า​ฉัน​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​ไป ขอ​ท่าน​สำ​แดง​ความ​รัก​มั่น​คง​แห่ง​พระ​ยาห์​เวห์​ต่อ​ฉัน แต่​ถ้า​ฉัน​ตาย

1ซมอ. 20:15 ขอ​อย่า​ตัด​ความ​รัก​มั่น​คง​ของ​ท่าน​ที่​มี​ต่อ​พงศ์​พันธุ์​ของ​ฉัน​นิรันดร และ​อย่า​หยุด​แม้​เมื่อ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​กำ​จัด​ศัตรู​ทั้ง​สิ้น​ของ​ดา​วิด​จาก​พื้น​พิภพ​แล้ว”

1ซมอ. 20:16 โย​นา​ธาน​จึง​ทำ​พันธ​สัญญา​กับ​พงศ์​พันธุ์​ของ​ดา​วิด​ว่า “ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​แก้​แค้น​พวก​ศัตรู​ของ​ดา​วิด”

1ซมอ. 20:17 และ​โย​นา​ธาน​ทรง​ให้​ดา​วิด​ปฏิ​ญาณ​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​โดย​ความ​รัก​ของ​ท่าน​ที่​มี​ต่อ​เขา เพราะ​ท่าน​ทรง​รัก​เขา​อย่าง​กับ​รัก​ชีวิต​ของ​ท่าน​เอง

1ซมอ. 20:18 แล้ว​โย​นา​ธาน​ตรัส​กับ​ดาวิด​ว่า “พรุ่ง​นี้​เป็น​วัน​ขึ้น​ค่ำ และ​เขา​จะ​เห็น​ว่า​ท่าน​ขาด​ไป เพราะ​ที่​นั่ง​ของ​ท่าน​จะ​ว่าง​อยู่

1ซมอ. 20:19 เมื่อ​ท่าน​อยู่​สาม​วัน​แล้ว วัน​มะรืน​นี้ ให้​ท่าน​ลง​ไป​โดย​เร็ว ไป​ที่​ที่​ท่าน​เคย​ซ่อน​ตัว ใน​วัน​ที่​เกิด​เรื่อง​นี้​ขึ้น และ​คอย​อยู่​ข้าง​ศิลา​เอ​เซล

1ซมอ. 20:20 ฉัน​จะ​ยิง​ลูก​ธนู​สาม​ลูก​ไป​ข้างๆ ที่​นั่น เหมือน​กับ​ว่า​ฉัน​ยิง​เป้า

1ซมอ. 20:21 และ​นี่​แน่ะ ฉัน​จะ​ใช้​เด็ก​หนุ่ม​ไป สั่ง​ว่า ‘จง​ไป​หา​พวก​ลูก​ธนู’ ถ้า​ฉัน​พูด​กับ​เด็ก​หนุ่น​นั้น​จริงๆ ว่า ‘นี่​แน่ะ พวก​ลูก​ธนู​นั้น​อยู่​ทาง​ข้าง​นี้​ของ​เจ้า ไป​เอา​มา’ แล้ว​ท่าน​จง​มา​เพราะ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​พระ​ชนม์​แน่​ฉัน​ใด ท่าน​ก็​ปลอด​ภัย​แล้ว ไม่​มี​อัน​ตราย​อะไร

1ซมอ. 20:22 แต่​ถ้า​ฉัน​พูด​กับ​เด็ก​หนุ่ม​นั้น​ว่า ‘นี่​แน่ะ พวก​ลูก​ธนู​อยู่​ข้าง​หน้า​เจ้า​โน้น’ ท่าน​จง​ไป เพราะ​ว่า​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ส่ง​ท่าน​ไป

1ซมอ. 20:23 ส่วน​เรื่อง​ที่​เรา​พูด​กัน​คือ​ทั้ง​ท่าน​กับ​ฉัน​นั้น ดู​เถิด พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​เป็น​พยาน​ระหว่าง​ท่าน​และ​ฉัน​นิรันดร”

1ซมอ. 20:24 ดา​วิด​จึง​ซ่อน​ตัว​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา​และ​เมื่อ​ถึง​วัน​ขึ้น​ค่ำ พระ​ราชา​ก็​ประ​ทับ​เสวย​อา​หาร

1ซมอ. 20:25 พระ​ราชา​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​องค์​อย่าง​ที่​เคย​ทำ คือ​ประ​ทับ​ที่​พระ​ที่​นั่ง​ข้าง​ฝา​ผนัง โย​นา​ธาน​ทรง​ยืน​อยู่​และ​อับ​เนอร์​นั่ง​ข้าง​ซาอูล แต่​ที่​ของ​ดา​วิด​ว่าง​อยู่

1ซมอ. 20:26 ใน​วัน​นั้น​ซาอูล​ไม่​ได้​ตรัส​อะไร เพราะ​ทรง​ดำริ​ว่า “ดา​วิด​คง​มี​เหตุ​บาง​อย่าง เขา​มี​มล​ทิน เขา​มี​มล​ทิน​แน่”

1ซมอ. 20:27 แต่​รุ่ง​ขึ้น​จาก​วัน​ขึ้น​ค่ำ คือ​วัน​ที่​สอง ที่​ของ​ดา​วิด​ก็​ว่าง​อยู่ และ​ซาอูล​ก็​ตรัส​กับ​โย​นา​ธาน​ราช​บุตร​ของ​พระ​องค์​ว่า “ทำไม​บุตร​เจสซี​ไม่​ได้​มา​รับ​ประ​ทาน​อาหาร ทั้ง​วาน​นี้​และ​วัน​นี้”

1ซมอ. 20:28 โย​นา​ธาน​ทูล​ตอบ​ซาอูล​ว่า “ดา​วิด​วิง​วอน​ขอ​ลา​ข้า​พระ​บาท​ไป​ยัง​บ้าน​เบธ​เล​เฮม

1ซมอ. 20:29 เขา​ว่า ‘ขอ​ปล่อย​ข้าพ​เจ้า​ไป เพราะ​ตระกูล​ของ​ข้าพ​เจ้า​มี​การ​ถวาย​สัตว​บูชา​ใน​เมือง และ​พี่​ชาย​ของ​ข้าพ​เจ้า​สั่ง​ข้าพ​เจ้า​ให้​ไป ดังนั้น​ถ้า​ข้าพ​เจ้า​ได้​รับ​ความ​โปรด​ปราน​จาก​ท่าน ก็​ขอ​ให้​ข้าพ​เจ้า​ลา​ไป​เยี่ยม​พวก​พี่​ชาย​ของ​ข้าพ​เจ้า’ ด้วย​เหตุ​นี้​เขา​จึง​ไม่​ได้​มา​ที่​โต๊ะ​ของ​พระ​รา​ชา”

1ซมอ. 20:30 แล้ว​ความ​กริ้ว​ของ​ซาอูล​ก็​พลุ่ง​ขึ้น​ต่อ​โย​นา​ธาน ตรัส​ว่า “เจ้า ลูก​ของ​หญิง​กบฏ​และ​วิป​ลาส ข้า​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​เจ้า​เลือก​บุตร​เจสซี​มา​เป็น​ความ​อับ​อาย​แก่​เจ้า และ​แก่​แม่​ผู้​ให้​กำเนิด​เจ้า?

1ซมอ. 20:31 ตราบ​ใด​ที่​บุตร​เจสซี​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​โลก ตัว​เจ้า​หรือ​ราช​อา​ณา​จักร​ของ​เจ้า​ก็​จะ​ตั้ง​มั่น​ไม่​ได้ เพราะ​ฉะนั้น​จง​ใช้​คน​ไป​จับ​เขา​มา​ให้​ข้า เพราะ​เขา​จะ​ต้อง​ตาย​แน่”

1ซมอ. 20:32 โย​นา​ธาน​จึง​ทูล​ตอบ​พระ​ราช​บิดา​ของ​ท่าน​ว่า “ทำไม​เขา​จะ​ต้อง​ถูก​ฆ่า? เขา​ทำ​อะไร​บ้าง?”

1ซมอ. 20:33 แต่​ซาอูล​ทรง​พุ่ง​หอก​ใส่​ท่าน เพื่อ​จะ​ฆ่า​ท่าน ดัง​นั้น​โย​นา​ธาน​จึง​ทราบ​ว่า​พระ​ราช​บิดา​ของ​ท่าน​ทรง​ตั้ง​พระ​ทัย​ฆ่า​ดา​วิด

1ซมอ. 20:34 โย​นา​ธาน​จึง​ทรง​ลุก​ขึ้น​จาก​โต๊ะ​ด้วย​ความ​โกรธ​ยิ่ง​นัก ไม่​ได้​เสวย​อา​หาร​ใน​วัน​ที่​สอง​ของ​เดือน​นั้น เพราะ​เศร้า​ใจ​ด้วย​เรื่อง​ดา​วิด เพราะ​ว่า​พระ​ราช​บิดา​ของ​ท่าน​ทรง​เหยียด​หยาม​ดาวิด

1ซมอ. 20:35 พอ​รุ่ง​เช้า​โย​นา​ธาน​ก็​ทรง​ออก​ไป​ที่​ทุ่ง​นา​ตาม​ที่​นัด​หมาย​ไว้​กับ​ดา​วิด มี​เด็ก​ไป​ด้วย​คน​หนึ่ง

1ซมอ. 20:36 และ​ทรง​รับ​สั่ง​เด็ก​นั้น​ว่า “จง​วิ่ง​ไป​หา​พวก​ลูก​ธนู​ที่​ฉัน​ยิง​ไป” เมื่อ​เด็ก​นั้น​วิ่ง​ไป โย​นา​ธาน​ก็​ทรง​ยิง​ธนู​ลูก​หนึ่ง​ไป​ข้าง​หน้า​เด็ก​นั้น

1ซมอ. 20:37 และ​เมื่อ​เด็ก​นั้น​มา​ถึง​ที่​ที่​ลูก​ธนู​ซึ่ง​โย​นา​ธาน​ทรง​ยิง​ไป​นั้น โย​นา​ธาน​ก็​ทรง​ร้อง​ไล่​หลัง​เด็ก​นั้น​ว่า “ลูก​ธนู​อยู่​ข้าง​หน้า​โน้น​ไม่​ใช่​หรือ?”

1ซมอ. 20:38 และ​โย​นา​ธาน​ทรง​ร้อง​ไล่​หลัง​เด็ก​นั้น​ว่า “จง​รีบ​ไป​โดย​เร็ว อย่า​หยุด​อยู่” เด็ก​ของ​โย​นา​ธาน​ก็​ไป​เก็บ​ลูก​ธนู และ​กลับ​มา​หา​นาย​ของ​เขา

1ซมอ. 20:39 แต่​เด็ก​นั้น​ไม่​รู้​เรื่อง โย​นา​ธาน​และ​ดา​วิด​เท่า​นั้น​ที่​รู้

1ซมอ. 20:40 และ​โย​นา​ธาน​ก็​ทรง​มอบ​เครื่อง​อาวุธ​ของ​ท่าน​ให้​เด็ก​นั้น และ​ตรัส​เขา​ว่า “จง​ไป จง​เข้า​ไป​ใน​เมือง”

1ซมอ. 20:41 เมื่อ​เด็ก​นั้น​ไป​แล้ว ดา​วิด​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​จาก​ทาง​ด้าน​ข้าง​ของ​กอง​หิน​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน แล้ว​ย่อ​ตัว​ลง​สาม​ครั้ง และ​ทั้ง​สอง​ก็​จูบ​กัน และ​ร้อง​ไห้​กัน แต่​ดา​วิด​ร้อง​ไห้​มาก​กว่า

1ซมอ. 20:42 โย​นา​ธาน​จึง​ตรัส​กับ​ดา​วิด​ว่า “จง​ไป​โดย​สวัสดิ​ภาพ​เถิด เพราะ​เรา​ทั้ง​สอง​ได้​ปฏิ​ญาณ​ไว้​แล้ว​ใน​พระ​นาม​แห่ง​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า ‘พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​เป็น​พยาน​ระหว่าง​ฉัน​กับ​ท่าน และ​ระหว่าง​พงศ์​พันธุ์​ของ​ฉัน​กับ​พงศ์​พันธุ์​ของ​ท่าน​สืบ​ไป​เป็น​นิตย์’ ” ดา​วิด​ก็​ลุก​ขึ้น​จาก​ไป และ​โย​นา​ธาน​ก็​ทรง​เข้า​ไป​ใน​เมือง


วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566

อสย. 58:5 นี่​คือ​การ​อด​อา​หาร​ที่​เรา​เลือก​หรือ? คือ​วัน​ที่​คน​ถ่อม​ตัว​เอง​ลง​หรือ? คือ​การ​ก้ม​ศีรษะ​ของ​เขา​ลง​เหมือน​ต้น​อ้อ​เล็ก แล้ว​ปู​ผ้า​กระ​สอบ​และ​ขี้เถ้า​เป็น​ที่รอง​นั่ง​หรือ? เจ้า​จะ​เรียก​การ​อย่าง​นี้​ว่า​อด​อา​หาร​หรือ? และ​เป็น​วัน​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​โปรดปราน​หรือ?

มธ. 10:42 และ​ถ้า​ผู้​ใด​จะ​เอา​น้ำ​เย็น​สัก​ถ้วย​หนึ่ง ให้​คน​เล็ก​น้อย​เหล่า​นี้​คน​ใด​คน​หนึ่ง​ดื่ม เพราะ​เป็น​สา​วก​ของ​เรา เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​พวก​ท่าน​ว่า คน​นั้น​จะ​ไม่​ขาด​บำ​เหน็จ​แน่​นอน”


ยน. 8:32 และ​พวก​ท่าน​จะ​รู้​จัก​สัจ​จะ และ​สัจจะ​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​เป็น​ไท”

ยน. 14:6 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เรา​เป็น​ทาง​นั้น เป็น​ความ​จริง และ​เป็น​ชีวิต ไม่​มี​ใคร​มา​ถึง​พระ​บิดา​ได้​นอก​จาก​จะ​มา​ทาง​เรา

มธ. 19:21 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​ท่าน​ต้อง​การ​จะ​เป็น​คน​ดี​พร้อม จง​ไป​ขาย​ทรัพย์​สิ่ง​ของ​ที่​ท่าน​มี​อยู่​แจก​จ่าย​ให้​คน​ยาก​จน แล้ว​ท่าน​จะ​มี​ทรัพย์​สม​บัติ​ใน​สวรรค์ และ​จง​ตาม​เรา​มา”
มธ. 19:22 เมื่อ​ชาย​หนุ่ม​ได้​ยิน​ถ้อย​คำ​นั้น​ก็​ออก​ไป​เป็น​ทุกข์ เพราะ​เขา​มี​ทรัพย์​สิน​จำนวน​มาก
มธ. 19:23 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​สา​วก​ทั้ง​หลาย​ของ​พระ​องค์​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า คน​ร่ำ​รวย​จะ​เข้า​ใน​แผ่น​ดิน​สวรรค์​ก็​ยาก

ฮบ. 13:8 พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​เหมือน​เดิม​ทั้ง​วาน​นี้ และ​วัน​นี้ และ​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์

มธ. 17:21 ​“แต่​ผี​ชนิด​นี้​ไม่​เคย​ถูก​ขับ​ออก เว้น​ไว้​โดย​การ​อธิษฐาน​และ​กา​รอด​อาหาร”

********

 อสย. 58:5 นี่​คือ​การ​อด​อา​หาร​ที่​เรา​เลือก​หรือ? คือ​วัน​ที่​คน​ถ่อม​ตัว​เอง​ลง​หรือ? คือ​การ​ก้ม​ศีรษะ​ของ​เขา​ลง​เหมือน​ต้น​อ้อ​เล็ก แล้ว​ปู​ผ้า​กระ​สอบ​และ​ขี้เถ้า​เป็น​ที่รอง​นั่ง​หรือ? เจ้า​จะ​เรียก​การ​อย่าง​นี้​ว่า​อด​อา​หาร​หรือ? และ​เป็น​วัน​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​โปรดปราน​หรือ?

อสย. 58:6 เรา​เลือก​การ​อด​อา​หาร​อย่าง​นี้​ไม่​ใช่​หรือ? คือ​การ​แก้​พันธ​นะ​อธรรม การ​แก้​สาย​รัด​ของ​แอก การ​ปลด​ปล่อย​ผู้​ถูก​บีบ​บัง​คับ​ให้​เป็น​อิสระ และ​การ​หัก​แอก​ทั้งหมด​เสีย

อสย. 58:7 คือ​การ​แบ่ง​อา​หาร​ของ​เจ้า​กับ​คน​หิว การ​นำ​คน​ยาก​จน​ไร้​บ้าน​เข้า​มา​ใน​บ้าน​ไม่​ใช่​หรือ? และ​เมื่อ​เห็น​คน​เปลือย​กาย​ก็​คลุม​กาย​เขา​ไว้ ทั้ง​ไม่​ซ่อน​ตัว​เจ้า​จาก​ญาติ​ของ​เจ้า​ไม่ใช่​หรือ?

อสย. 58:8 แล้ว​ความ​สว่าง​จะ​พุ่ง​ออก​มา​แก่​เจ้า​เหมือน​รุ่งอรุณ และ​การ​รัก​ษา​แผล​ของ​เจ้า​จะ​มี​ขึ้น​อย่าง​รวด​เร็ว ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​เจ้า​จะ​เดิน​นำ​หน้า​เจ้า และ​พระ​สิริ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ระวัง​หลัง​เจ้า

อสย. 58:9 แล้ว​เมื่อ​เจ้า​ทูล พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ตอบ เมื่อ​เจ้า​ร้อง​ทูล พระ​องค์​จะ​ตรัส​ว่า เรา​อยู่​นี่ ถ้า​เจ้า​จะ​เอา​แอก​ออก​ไป​จาก​ท่าม​กลาง​เจ้า รวมทั้ง​การ​ชี้​หน้า และ​คำ​พูด​อธรรม

อสย. 58:10 และ​ถ้า​เจ้า​ทุ่ม​เท​ชีวิต​ของ​เจ้า​แก่​ผู้​หิวโหย และ​ทำให้​ผู้​ถูก​ข่ม​ใจ​ได้​อิ่ม​เอิบ แล้ว​ความ​สว่าง​จะ​โผล่​ขึ้น​แก่​เจ้า​ใน​ความ​มืด และ​ความ​มืด​คลุ้ม​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​เหมือน​เที่ยง​วัน

อสย. 58:11 และ​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​นำ​เจ้า​อย่าง​ต่อ​เนื่อง และ​ทำให้​ตัวเจ้า​อิ่ม​เอิบ​ใน​ที่​แห้ง​แล้ง และ​ทำ​ให้​กระ​ดูก​ของ​เจ้า​แข็งแรง และ​เจ้า​จะ​เป็น​เหมือน​สวน​มี​น้ำ​ชุ่ม เหมือน​น้ำ​พุ​ที่​น้ำ​ของ​มัน​จะ​ไม่​ขาด

อสย. 58:12 สิ่ง​ปรัก​หัก​พัง​โบ​ราณ​ของ​เจ้า​จะ​รับ​การ​สร้าง​ขึ้น​ใหม่ เจ้า​จะ​ซ่อม​เสริม​ราก​ฐาน​ของ​คน​หลาย​ชั่ว​อายุ​ขึ้น​ใหม่ เจ้า​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ผู้​ซ่อม​กำ​แพง​ที่​พัง ผู้​ซ่อม​แซม​ถนน​ให้​เหมือน​เดิม​เพื่อ​อยู่​อา​ศัย

อสย. 58:13 ถ้า​เจ้า​หัน​เท้า​จาก​การ​เหยียบ​ย่ำ​วัน​สะ​บา​โต คือ​จาก​การ​ทำ​ตาม​ใจ​ของ​เจ้า​ใน​วัน​บริ​สุทธิ์​ของ​เรา และ​เรียก​สะ​บา​โต​ว่า​วัน​ปีติ​ยินดี และ​เรียก​วัน​บริ​สุทธิ์​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า​วัน​มี​เกียรติ ถ้า​เจ้า​ให้​เกียรติ​วัน​นั้น ไม่​ไป​ตาม​ทาง​ของ​เจ้า​เอง ไม่​ทำ​ตาม​ความพอใจ​ของ​เจ้า หรือ​พูด​แต่​เรื่อง​ไร้​สาระ

อสย. 58:14 แล้ว​เจ้า​จะ​ปีติ​ยินดี​ใน​พระ​ยาห์​เวห์ และ​เรา​จะ​ให้​เจ้า​ขึ้น​ขี่​อยู่​บน​ที่​สูง​ของ​แผ่น​ดิน​โลก และ​เรา​จะ​เลี้ยง​เจ้า​ด้วย​มร​ดก​ของ​ยา​โคบ​บิดา​ของ​เจ้า เพราะ​โอษฐ์​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​ได้​ตรัส​แล้ว