วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ร้องทูล

 ร้องทูล  ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ จำนวน 135 ข้อ

ปฐก. 30:6 ราเชล​ว่า “พระ​เจ้า​ทรง​ตัด​สิน​เรื่อง​ของ​ฉัน และ​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ฉัน จึง​ประ​ทาน​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​แก่​ฉัน” ดัง​นั้น​นาง​จึง​ตั้ง​ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า ดาน


ปฐก. 41:55 เมื่อ​ชาว​อียิปต์​อด​อยาก ประชา​ชน​ก็​ร้อง​ทูล​ขอ​อาหาร​ต่อ​ฟาโรห์ ฟาโรห์​มี​รับสั่ง​แก่​ชาว​อียิปต์​ทั้ง​หลาย​ว่า “ไป​หา​โยเซฟ ท่าน​บอก​อะไร ก็​จง​ทำ​ตาม”


อพย. 5:15 นาย​งาน​ของ​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​จึง​มา​ร้อง​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า “ทำ​ไม​จึง​ทรง​ทำ​อย่าง​นี้​กับ​พวก​ทาส​ของ​ฝ่า​พระ​บาท?


อพย. 8:12 โม​เสส​กับ​อา​โรน​ทูล​ลา​ฟา​โรห์​ไป แล้ว​โม​เสส​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​เรื่อง​ฝูง​กบ​ที่​ทรง​ให้​มา​รบ​กวน​ฟา​โรห์


อพย. 14:10 เมื่อ​ฟา​โรห์​ทรง​เข้า​มา​ใกล้ ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ก็​เงย​หน้า​ขึ้น​ดู และ​นี่แน่ะ ชาว​อียิปต์​ยก​ติด​ตาม​มา พวก​เขา​ก็​หวาด​กลัว​ยิ่ง​นัก จึง​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์


อพย. 15:25 โม​เสส​ก็​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​ยาห์​เวห์​จึง​ทรง​ชี้​ให้​ท่าน​เห็น​ต้น​ไม้​ต้น​หนึ่ง เมื่อ​ท่าน​โยน​มัน​ลง​น้ำ น้ำ​ก็​จืด ณ ที่​นั้น พระ​องค์​ประ​ทาน​กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​ไว้ อีก​ทั้ง​ทรง​ลอง​ใจ​พวก​เขา


อพย. 17:4 โมเสส​จึง​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​พระ​องค์​จะ​ทำ​อย่าง​ไร​กับ​ชน​ชาติ​นี้​ดี? พวก​เขา​เกือบ​เอา​หิน​ขว้าง​ข้า​พระ​องค์​ให้​ตาย​อยู่​แล้ว”


กดว. 12:13 แล้ว​โมเสส​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​เจ้า ขอ​ทรง​รักษา​นาง ข้า​พระ​องค์​ขอ​วิง​วอน​ต่อ​พระ​องค์”


กดว. 20:16 และ​เมื่อ​เรา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​องค์​ทรง​สดับ​เสียง​ร้อง​ของ​เรา และ​พระ​องค์​ทรง​ส่ง​ทูต​สวรรค์​องค์​หนึ่ง​นำ​เรา​ออก​จาก​อียิปต์ และ​เรา​ได้​มา​อยู่​ที่​คาเดช​ซึ่ง​เป็น​เมือง​ที่​อยู่​ชิด​พรม​แดน​ของ​ฝ่า​พระ​บาท


ฉธบ. 4:7 เพราะ​มี​ชน​ชาติ​ใหญ่​ชาติ​ใด​เล่า​ที่​มี​พระ​เจ้า​อยู่​ใกล้​ตน ดัง​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เรา​สถิต​ใกล้​เรา ใน​ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​องค์?


ฉธบ. 26:7 แล้ว​เรา​ก็​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​แห่ง​บรรพ​บุรุษ​ของ​เรา และ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ฟัง​เสียง​ของ​เรา และ​ทอด​พระ​เนตร​ความ​ทุกข์​ใจ​ของ​เรา ความ​ลำ​บาก​ของ​เรา และ​การ​ถูก​ข่ม​เหง​ของ​เรา


ยชว. 24:7 และ​เมื่อ​พวก​เขา​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​องค์​ก็​ทรง​บัน​ดาล​ให้​ความ​มืด​เกิด​ขึ้น​ระหว่าง​พวก​เจ้า​และ​ชาว​อียิปต์ และ​ทำ​ให้​ทะเล​ท่วม​มิด​เขา นัยน์ตา​ของ​เจ้า​ได้​เห็น​สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​ใน​อียิปต์ และ​พวก​เจ้า​ก็​ได้​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​เวลา​นาน


วนฉ. 3:9 แต่​เมื่อ​คน​อิส​รา​เอล​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ให้​ผู้​ช่วย​กู้​เกิด​แก่​คน​อิส​รา​เอล ผู้​ได้​ช่วย​กู้​เขา​ทั้ง​หลาย คือ​โอท​นี​เอล​บุตร​เค​นัส น้อง​ชาย​ของ​คา​เลบ


วนฉ. 3:15 แต่​เมื่อ​คน​อิส​รา​เอล​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ให้​ผู้​ช่วย​กู้​คน​หนึ่ง​เกิด​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย ชื่อ​เอ​ฮูด บุตร​เก-รา​เผ่า​เบน​ยา​มิน คน​ถนัด​มือ​ซ้าย คน​อิส​รา​เอล​ให้​ท่าน​เป็น​ผู้​นำ​เครื่อง​บรรณา​การ​ไป​ถวาย​เอก​โลน​กษัตริย์​แห่ง​โมอับ


วนฉ. 10:10 และ​คน​อิส​รา​เอล​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระ​องค์ เพราะ​ได้​ทอด​ทิ้ง​พระ​เจ้า​ของ​พวก​ข้า​พระ​องค์​ไป​ปรน​นิบัติ​บรรดา​พระ​บา​อัล”


วนฉ. 10:14 จง​ไป​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ต่างๆ ซึ่ง​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ได้​เลือก​ปรน​นิบัติ​นั้น​เถิด ให้​พระ​เหล่า​นั้น​ช่วย​กู้​พวก​เจ้า​ใน​ยาม​ทุกข์​ยาก”


วนฉ. 15:18 แซม​สัน​กระ​หาย​น้ำ​มาก จึง​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “พระ​องค์​ประ​ทาน​การ​ช่วย​กู้​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​นี้​โดย​มือ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์ บัด​นี้​ข้า​พระ​องค์​จะ​ตาย​เพราะ​อด​น้ำ และ​ตก​อยู่​ใน​มือ​ของ​ผู้​ที่​ไม่​เข้า​สุหนัต​หรือ?”


วนฉ. 16:28 แซม​สัน​ก็​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์​องค์​เจ้า​นาย ขอ​ทรง​ระลึก​ถึง​ข้า​พระ​องค์ ขอ​ประ​ทาน​กำลัง​แก่​ข้า​พระ​องค์​ครั้ง​นี้​อีก​ครั้ง​เดียว เพื่อ​ข้า​พระ​องค์​จะ​ได้​แก้​แค้น​คน​ฟี​ลิส​เตีย​เพื่อ​ตา​สอง​ข้าง​ของ​ข้า​พระ​องค์”


1ซมอ. 7:8 คน​อิส​รา​เอล​พูด​ต่อ​ซา​มู​เอล​ว่า “อย่า​หยุด​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เรา​เพื่อ​พวก​เรา เพื่อ​ขอ​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​เรา​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​พวก​ฟีลิส​เตีย”


1ซมอ. 7:9 ซา​มู​เอล​ก็​เอา​ลูก​แกะ​อ่อน​ที่​ยัง​กิน​นม​อยู่​ตัว​หนึ่ง​มา​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​แด่​พระ​ยาห์​เวห์ และ​ซา​มู​เอล​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​เพื่อ​อิส​รา​เอล และ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ตอบ​ท่าน


1ซมอ. 12:8 เมื่อ​ยา​โคบ​เข้า​ไป​ใน​อียิปต์ และ​บรรพ​บุรุษ​ของ​พวก​ท่าน​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​ยาห์​เวห์​ก็​ทรง​ใช้​โม​เสส​กับ​อา​โรน ท่าน​ทั้ง​สอง​ได้​นำ​บรรพ​บุรุษ​ของ​พวก​ท่าน​ออก​จาก​อียิปต์​และ​ทำ​ให้​พวก​เขา​มา​อาศัย​อยู่​ใน​ที่​นี้


1ซมอ. 12:10 และ​พวก​เขา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า ‘พวก​ข้า​พระ​องค์​ได้​ทำ​บาป​แล้ว เพราะ​ว่า​พวก​ข้า​พระ​องค์​ได้​ละ​ทิ้ง​พระ​ยาห์​เวห์​ไป​ปรน​นิบัติ​บรรดา​พระ​บาอัล​และ​บรรดา​พระ​อัช​ทา​โรท แต่​บัด​นี้​ขอ​ทรง​ช่วย​กู้​พวก​ข้า​พระ​องค์​ให้​พ้น​มือ​ของ​พวก​ศัตรู​ของ​พวก​ข้า​พระ​องค์ และ​พวก​ข้า​พระ​องค์​จะ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์’


1ซมอ. 12:17 วัน​นี้​เป็น​ฤดู​เกี่ยว​ข้าว​สา​ลี​ไม่​ใช่​หรือ? ข้าพ​เจ้า​จะ​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​พระ​องค์​ทรง​ให้​มี​ฟ้า​ร้อง​และ​ฝน และ​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รู้​และ​เห็น​ว่า​ความ​ชั่ว​ร้าย​ของ​พวก​ท่าน ซึ่ง​พวก​ท่าน​ได้​ทำ​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​นั้น​มาก​มาย​เพียง​ใด ใน​การ​ที่​ได้​ทูล​ขอ​ให้​มี​กษัตริย์​สำหรับ​ตน”


1ซมอ. 12:18 ซา​มู​เอล​จึง​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์ และ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ให้​มี​ฟ้า​ร้อง​และ​ฝน​มา​ใน​วัน​นั้น ประ​ชา​ชน​ทั้งปวง​ก็​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​และ​ซา​มู​เอล​ยิ่ง​นัก


1ซมอ. 15:11 “เรา​เสีย​ใจ​แล้ว​ที่​เรา​ได้​ตั้ง​ซาอูล​เป็น​กษัตริย์ เพราะ​เขา​ได้​หัน​จาก​การ​ตาม​เรา และ​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​บัญ​ชา​ของ​เรา” และ​ซา​มู​เอล​ก็​โกรธ​จึง​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​ตลอด​คืน


1ซมอ. 24:8 จาก​นั้น​ดา​วิด​ก็​ลุก​ขึ้น​ด้วย และ​ออก​ไป​จาก​ถ้ำ​ร้อง​ทูล​ซาอูล​ว่า “ข้า​แต่​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท” และ​เมื่อ​ซาอูล​ทรง​เหลียว​ดู​ด้าน​หลัง ดา​วิด​ก็​ย่อ​ตัว​ลง​ซบ​หน้า​ถึง​ดิน


2ซมอ. 18:28 แล้ว​อา​หิ​มา​อัส​ร้อง​ทูล​พระ​รา​ชา​ว่า “ขอ​สวัสดิ​ภาพ​มี​แด่​พระ​ราชา” เขา​ก็​ย่อ​ตัว​ลง​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​รา​ชา ซบ​หน้า​ลง​ถึง​พื้น​ดิน​ทูล​ว่า “สาธุ​การ​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ฝ่า​พระ​บาท พระ​องค์​ได้​ทรง​มอบ​บรร​ดา​ผู้​ที่​ยก​มือ​ของ​พวก​เขา​ต่อ​สู้​กับ​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​แล้ว”


2ซมอ. 19:28 เพราะ​ว่า​เชื้อ​วงศ์​ราช​บิดา​ของ​ข้า​พระ​บาท​ทั้งสิ้น​นั้น​เป็น​แต่​คน​สม​ควร​ตาย เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท แต่​ฝ่า​พระ​บาท​ก็​ทรง​แต่ง​ตั้ง​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​ไว้​ใน​หมู่​ผู้​ที่​รับ​ประ​ทาน​ร่วม​โต๊ะ​เสวย​ของ​ฝ่า​พระ​บาท ข้า​พระ​บาท​จะ​มี​ความ​ชอบธรรม​ประ​การ​ใด​เล่า​ที่​จะ​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​รา​ชา​อีก?”


2ซมอ. 22:4 ข้าพ​เจ้า​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ ผู้​ทรง​สม​ควร​แก่​การ​สรร​เสริญ และ​ข้าพ​เจ้า​รับ​การ​ช่วย​ให้​พ้น​จาก​บรร​ดา​ศัตรู​ของ​ข้าพ​เจ้า


2ซมอ. 22:7 “เมื่อ​มี​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก ข้าพ​เจ้า​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ ข้าพ​เจ้า​ทูล​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​จาก​พระ​เจ้า​ของ​ข้าพ​เจ้า จาก​พระ​วิหาร​ของ​พระ​องค์ พระ​องค์​ทรง​สดับ​เสียง​ของ​ข้าพ​เจ้า และ​เสียง​ร้อง​ของ​ข้าพ​เจ้า​ได้​ยิน​ไป​ถึง​พระ​กรรณ​ของ​พระ​องค์


2ซมอ. 22:42 พวก​เขา​มอง​หา แต่​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​ให้​รอด​ได้ เขา​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ แต่​พระ​องค์​มิ​ได้​ทรง​ตอบ​พวก​เขา


1พกษ. 17:20 และ​ท่าน​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ พระ​องค์​ทรง​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​เหนือหญิง​ม่าย​ที่​ข้า​พระ​องค์​อา​ศัย​อยู่​ด้วย​ที​เดียว​หรือ? โดย​ทรง​ประ​หาร​บุตร​ของ​นาง​เสีย”


1พกษ. 17:21 แล้ว​ท่าน​ก็​เหยียด​ตัว​ลง​ทับ​เด็ก​นั้น​สาม​ครั้ง และ​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ ขอ​ชีวิต​ของ​เด็ก​คน​นี้​มา​เข้า​ใน​ตัว​เขา​อีก”


1พกษ. 20:39 พอ​พระ​ราชา​ทรง​ผ่าน​ไป ท่าน​ก็​ร้อง​ทูล​พระ​ราชา​ว่า “ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​เข้า​ไป​ใน​กลาง​ศึก และ​ดู​เถิด ทหาร​คน​หนึ่ง​หัน​มา และ​นำ​ชาย​คน​หนึ่ง​มา​ให้​ข้า​พระ​บาท บอก​ว่า ‘จง​ระวัง​ชาย​คน​นี้​ไว้​นะ ถ้า​เขา​หลุด​ไป​ได้​โดย​เหตุ​ใดๆ ชีวิต​ของ​ท่าน​จะ​ต้อง​แทน​ชีวิต​ของ​เขา หรือ​มิ​ฉะ​นั้น​ท่าน​จะ​ต้อง​เสีย​เงิน​ตะ​ลันต์​หนึ่ง’


2พกษ. 6:26 ขณะ​ที่​พระ​ราชา​แห่ง​อิส​รา​เอล​ทรง​ผ่าน​ไป​บน​กำ​แพง มี​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ร้อง​ทูล​พระ​องค์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ราชา เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท ขอ​ทรง​ช่วย​เถิด”


2พกษ. 20:11 และ​อิส​ยาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ และ​พระ​องค์​ทรง​นำ​เงา​ซึ่ง​เลย​ไป​ใน​นา​ฬิ​กา​แดด​ของ​อา​หัส​ย้อน​กลับ​มา​สิบ​ขั้น


1พศด. 5:20 และ​พวก​เขา​ได้​รับ​ความ​ช่วย​เหลือ​ใน​การ​ต่อ​สู้​คน​เหล่า​นั้น คน​ฮา​การ์​และ​ทุกคน​ที่​อยู่​กับ​คน​ฮา​การ์​ก็​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​เขา เพราะ​พวก​เขา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​เจ้า​ใน​สง​คราม และ​พระ​องค์​ประ​ทาน​ตาม​คำ​ทูล​ของ​พวก​เขา เพราะ​พวก​เขา​วาง​ใจ​ใน​พระ​องค์


1พศด. 21:26 ดาวิด​ก็​ทรง​สร้าง​แท่น​บูชา​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​ที่​นั่น และ​ทรง​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​และ​เครื่อง​ศานติ​บูชา และ​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​และ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​พระ​องค์​ด้วย​ไฟ​จาก​สวรรค์​บน​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว


2พศด. 13:14 และ​เมื่อ​ยู​ดาห์​หัน​ไป​มอง​ดู นี่​แน่ะ มี​การ​รบ​อยู่​ทั้ง​ข้าง​หน้า​และ​ข้าง​หลัง เขา​ทั้ง​หลาย​ก็​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ และ​พวก​ปุโร​หิต​ก็​เป่า​แตร


2พศด. 14:11 และ​อา​สา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​พระ​องค์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​ได้​เหมือน​พระ​องค์ ใน​การ​สู้​รบ​กัน​ระ​หว่าง​พวก​มี​กำลัง​กับ​พวก​ไม่​มี​กำลัง ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย โปรด​ช่วย​พวก​ข้า​พระ​องค์ เพราะ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​พึ่ง​พระ​องค์ พวก​ข้า​พระ​องค์​มา​ต่อ​สู้​กับ​ชน​หมู่​ใหญ่​นี้​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​องค์​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย ขอ​อย่า​ทรง​ให้​มนุษย์​ชนะ​พระ​องค์”


2พศด. 20:9 ‘ถ้า​มี​เหตุ​ร้าย​มา​เหนือ​พวก​ข้า​พระ​องค์​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ดาบ การ​พิ​พาก​ษา โรค​ระบาด หรือ​การ​กัน​ดาร​อา​หาร ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​จะ​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​พระ​นิเวศ​นี้​และ​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​องค์ (เพราะ​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​อยู่​ใน​พระ​นิเวศ​นี้) และ​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​องค์​ใน​ความ​ทุกข์​ใจ​ของ​พวก​ข้า​พระ​องค์ แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​ฟัง​และ​จะ​ทรง​ช่วย​ให้​รอด’


2พศด. 32:20 แล้ว​เฮ​เซ​คี​ยาห์​พระ​ราชา​และ​อิส​ยาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​บุตร​อา​มอส​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​เรื่อง​นี้​และ​ร้อง​ทูล​ต่อ​ฟ้า​สวรรค์


อสร. 8:23 เรา​จึง​อด​อา​หาร​และ​วิง​วอน​พระ​เจ้า​ของ​เรา​เพื่อ​เรื่อง​นี้ และ​พระ​องค์​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​เรา


นหม. 9:27 เพราะ​ฉะนั้น​พระ​องค์​ทรง​มอบ​เขา​ไว้​ใน​มือ​ศัตรู​ของ​เขา ผู้​ทำ​ให้​เขา​ทน​ทุกข์​และ​ใน​เวลา​แห่ง​การ​ทน​ทุกข์​ของ​เขา​นั้น เขา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​องค์ และ​พระองค์​ทรง​ฟัง​เขา​จาก​ฟ้า​สวรรค์ พระ​องค์​ได้​ประทาน​พวก​ผู้​ช่วย​แก่​เขา ผู้​ได้​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​มือ​ศัตรู​ของ​เขา ตาม​พระ​กรุ​ณา​เหลือ​ล้น​ของ​พระองค์


นหม. 9:28 แต่​เมื่อ​เขา​พัก​สงบ​แล้ว เขา​ก็​ทำ​ความ​ชั่ว​ต่อ​พระ​พักตร์​พระองค์​อีก พระองค์​จึง​ทรง​ปล่อย​เขา​ไว้​ใน​มือ​ศัตรู​ของ​เขา ศัตรู​จึง​ได้​ปก​ครอง​เขา ถึง​กระ​นั้น​เมื่อ​เขา​หัน​มา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​องค์ พระ​องค์​ทรง​ฟัง​เขา​จาก​ฟ้า​สวรรค์​และ​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​กู้​เขา​ไว้​หลาย​ครั้ง​หลาย​หน ตาม​พระ​กรุ​ณา​ของ​พระ​องค์


โยบ 9:16 ถ้า​ข้า​ร้อง​ทูล และ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​ข้า ข้า​ก็​ไม่​เชื่อ​ว่า พระ​องค์​ทรง​ฟัง​เสียง​ของ​ข้า


โยบ 12:4 ข้า​เป็น​ที่​หัว​เราะ​เยาะ​ของ​เพื่อนๆ แม้​ข้า​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า​และ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​ข้า คน​ชอบ​ธรรม​และ​ดี​พร้อม​ก็​ยัง​เป็น​ที่​หัว​เราะ​เยาะ


โยบ 13:22 ขอ​ทรง​เรียก​เถิด แล้ว​ข้า​พระ​องค์​จะ​ทูล​ตอบ หรือ​ให้​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล และ​ขอ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์​เถิด


โยบ 16:21 ขอ​ให้​พยาน​นั้น​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า​เพื่อ​มนุษย์ อย่าง​ที่​มนุษย์​ทำ​เพื่อ​เพื่อน​บ้าน​ของ​เขา


โยบ 30:20 ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ แต่​พระ​องค์​ไม่​ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​ยืน​ขึ้น และ​พระ​องค์​ก็​เพียง​ทอด​พระ​เนตร​ข้า


โยบ 34:31 “เพราะ​มี​ผู้​ใด​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า​แล้ว​หรือ​ว่า ‘ข้า​พระ​องค์​ถูก​ตี​สอน​แล้ว ข้า​พระ​องค์​จะ​ไม่​ทำ​ผิด​อีก


สดด. 3:4 ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ และ​พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​ข้า​พระ​องค์​จาก​ภูเขา​บริ​สุทธิ์​ของ​พระ​องค์        ​เส-ลาห์


สดด. 4:1 ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ให้​ข้า​พระ​องค์​เป็น​ฝ่าย​ชอบ​ธรรม ขอ​ทรง​ตอบ​เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​จน​ตรอก ขอ​ประ​ทาน​ช่อง​ทาง ขอ​ทรง​พระ​เมต​ตา​ข้า​พระ​องค์ และ​ขอ​ทรง​ฟัง​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ข้า​พระ​องค์


สดด. 5:2 ข้า​แต่​พระ​เจ้า พระ​มหา​กษัตริย์​ของ​ข้า​พระ​องค์ ขอ​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ข้า​พระ​องค์ เพราะ​ข้า​พระ​องค์​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​องค์


สดด. 14:4 ผู้​ทำ​ความ​ชั่ว​ทุก​คน​ไม่​รู้​หรือ? คือ​ผู้​ที่​กิน​ประ​ชา​กร​ของ​เรา​อย่าง​กิน​อา​หาร และ​ไม่​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์


สดด. 17:1 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​ทรง​สดับ​คำ​ร้อง​ขอ​ความ​ยุติ​ธรรม ขอ​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ข้า​พระ​องค์ ขอ​เงี่ย​พระ​กรรณ​ฟัง​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ข้า​พระ​องค์​ซึ่ง​มา​จาก​ริม​ฝี​ปาก​ที่​ไม่​หลอก​ลวง


สดด. 17:6 ข้า​แต่​พระ​เจ้า ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ เพราะ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์ ขอ​เอียง​พระ​กรรณ​ฟัง​ถ้อย​คำ​ของ​ข้า​พระ​องค์​เถิด


สดด. 18:3 ข้าพ​เจ้า​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ผู้​ทรง​สม​ควร​แก่​การ​สรร​เสริญ และ​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​ข้าพ​เจ้า​ให้​พ้น​จาก​ศัตรู


สดด. 18:6 เมื่อ​มี​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก ข้าพ​เจ้า​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ ข้าพ​เจ้า​ทูล​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​จาก​พระ​เจ้า​ของ​ข้าพ​เจ้า จาก​พระ​วิ​หาร​ของ​พระ​องค์ พระ​องค์​ทรง​สดับ​เสียง​ของ​ข้าพ​เจ้า และ​เสียง​ร้อง​ของ​ข้าพ​เจ้า​ได้​ยิน​ไป​ถึง​พระ​กรรณ​ของ​พระ​องค์


สดด. 18:41 พวก​เขา​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ แต่​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​ให้​รอด​ได้ เขา​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ แต่​พระ​องค์​มิ​ได้​ทรง​ตอบ​เขา


สดด. 20:9 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​ประ​ทาน​ชัย​ชนะ​แด่​พระรา​ชา เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ร้อง​ทูล ขอ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​ด้วย​เถิด


สดด. 22:2 ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​ใน​เวลา​กลาง​วัน แต่​พระ​องค์​มิ​ได้​ตรัส​ตอบ ถึง​เวลา​กลาง​คืน ข้า​พระ​องค์​ไม่​มี​ความ​สงบ​เลย


สดด. 22:5 พวก​เขา​ร้อง​ทูล พระ​องค์​ก็​ทรง​ช่วย​เขา​ให้​รอด เขา​วาง​ใจ​ใน​พระ​องค์ เขา​จึง​ไม่​อับ​อาย


สดด. 27:7 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​ทรง​ฟัง เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล ขอ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​และ​ตรัส​ตอบ​ข้า​พระ​องค์​เถิด


สดด. 28:1 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ ศิลา​ของ​ข้า​พระ​องค์ ขอ​อย่า​ทรง​เงียบ​เฉย​ต่อ​ข้า​พระ​องค์ เกรง​ว่า​ถ้า​พระ​องค์​ทรง​เงียบ​อยู่​ต่อ​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​จะ​เป็น​เหมือน​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ลง​ไป​ยัง​หลุม​มรณา


สดด. 30:8 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​พระ​องค์​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ และ​ข้า​พระ​องค์​ได้​วิง​วอน​องค์​เจ้า​นาย​ว่า


สดด. 31:17 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​อย่า​ให้​ข้า​พระ​องค์​อับ​อาย เพราะ​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ ขอ​ให้​คน​อธรรม​อับ​อาย ขอ​ให้​เขา​นิ่ง​เงียบ​ไป​ยัง​แดน​คน​ตาย


สดด. 34:6 คน​ยาก​จน​คน​นี้​ร้อง​ทูล และ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ฟัง และ​ทรง​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ทั้ง​สิ้น


สดด. 34:17 เมื่อ​คน​ชอบ​ธรรม​ร้อง​ทูล พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​สดับ และ​ทรง​ช่วย​กู้​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ทั้ง​สิ้น


สดด. 40:1 ข้าพ​เจ้า​ได้​อด​ทน​รอ​คอย​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​องค์​ได้​เอน​พระ​องค์​มา​ยัง​ข้าพ​เจ้า และ​ฟัง​คำ​ร้อง​ทูล​ของ​ข้าพ​เจ้า


สดด. 50:15 และ​จง​ร้อง​ทูล​เรา​ใน​วัน​ยาก​ลำ​บาก เรา​จะ​ช่วย​กู้​เจ้า และ​เจ้า​จะ​ถวาย​เกียรติ​แก่​เรา”


สดด. 53:4 บรร​ดา​ผู้​ทำ​ความ​ชั่ว​ไม่​รู้​หรือ? คือ​ผู้​ที่​กิน​ประ​ชา​กร​ของ​เรา​อย่าง​กิน​อา​หาร และ​ไม่​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า


สดด. 55:16 ส่วน​ข้าพ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​จะ​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า และ​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ช่วย​ข้าพ​เจ้า​ให้​รอด


สดด. 56:9 แล้ว​ศัตรู​ของ​ข้า​พระ​องค์​จะ​หัน​กลับ ใน​วัน​ที่​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล ข้า​พระ​องค์​ทราบ​เช่น​นี้​ว่า พระ​เจ้า​ทรง​อยู่​ฝ่าย​ข้า​พระ​องค์


สดด. 57:2 ข้าพ​เจ้า​จะ​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​เจ้า​ผู้​สูง​สุด ต่อ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ทำ​การ​ให้​สำ​เร็จ​เพื่อ​ข้าพ​เจ้า


สดด. 61:1 ข้า​แต่​พระ​เจ้า ขอ​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ข้า​พระ​องค์ ขอ​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ข้า​พระ​องค์


สดด. 61:2 ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์​จาก​ที่​สุด​ปลาย​แผ่น​ดิน​โลก เมื่อ​จิต​ใจ​ของ​ข้า​พระ​องค์​อ่อน​ระอา​ไป ขอ​ทรง​นำ​ข้า​พระ​องค์ มา​ถึง​ศิลา​ที่​สูง​กว่า​ข้า​พระ​องค์


สดด. 66:17 ปาก​ข้าพ​เจ้า​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ และ​ลิ้น​ข้าพ​เจ้า​ได้​ยก​ย่อง​พระ​องค์


สดด. 77:1 ข้าพ​เจ้า​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า​เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ฟัง​ข้าพ​เจ้า


สดด. 86:3 ข้า​แต่​องค์​เจ้า​นาย ขอ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ต่อ​ข้า​พระ​องค์ เพราะ​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​องค์​วัน​ยัง​ค่ำ


สดด. 86:5 ข้า​แต่​องค์​เจ้า​นาย เพราะ​พระ​องค์​ประ​เสริฐ​และ​ทรง​ให้​อภัย อุดม​ด้วย​ความ​รัก​มั่น​คง​ต่อ​ทุก​คน​ที่​ร้อง​ทูล​พระ​องค์


สดด. 86:7 ใน​วัน​ที่​ข้า​พระ​องค์​ทุกข์​ใจ ข้า​พระ​องค์​จะ​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ เพราะ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์


สดด. 88:1 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​เจ้า​แห่ง​ความ​รอด​ของ​ข้า​พระ​องค์ กลาง​วัน​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล กลาง​คืน​ก็​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​องค์


สดด. 88:2 ขอ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ข้า​พระ​องค์​มา​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์ ขอ​เงี่ย​พระ​กรรณ​ฟัง​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ข้า​พระ​องค์


สดด. 88:9 ​​ดวง​ตา​ของ​ข้า​พระ​องค์​มัว​ไป​เพราะ​ความ​ทุกข์ ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์​ทุก​วัน ข้า​พระ​องค์​ชู​มือ​ต่อ​พระ​องค์


สดด. 91:15 เขา​จะ​ร้อง​ทูล​เรา แล้ว​เรา​จะ​ตอบ​เขา เรา​จะ​อยู่​กับ​เขา​ใน​ยาม​ลำ​บาก เรา​จะ​ช่วย​กู้​เขา​และ​ให้​เกียรติ​เขา


สดด. 99:6 โม​เสส​และ​อา​โรน​อยู่​ใน​พวก​ปุโร​หิต​ของ​พระ​องค์ ซา​มู​เอล​อยู่​ใน​พวก​ที่​ทูล​ออก​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​ด้วย ท่าน​เหล่า​นั้น​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ และ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​ท่าน


สดด. 102:2 ขอ​อย่า​ซ่อน​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​จาก​ข้า​พระ​องค์ ใน​ยาม​ที่​ข้า​พระ​องค์​ทุกข์​ยาก ขอ​เงี่ย​พระ​กรรณ​ฟัง​ข้า​พระ​องค์ ขอ​ทรง​ตอบ​โดย​เร็ว เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล


สดด. 106:44 ถึง​อย่าง​ไร พระ​องค์​ก็​ยัง​ทอด​พระ​เนตร​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก​ของ​ท่าน เมื่อ​ทรง​สดับ​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ท่าน


สดด. 107:6 เมื่อ​มี​ความทุกข์​ลำ​บาก เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​กู้​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ทุกข์​ใจ


สดด. 107:13 เมื่อ​มี​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ทุกข์​ใจ


สดด. 107:19 เมื่อ​มี​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก เขา​ทั้ง​หลายได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ทุกข์​ใจ


สดด. 107:28 เมื่อ​มี​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ แล้ว​พระ​องค์​ทรง​นำ​เขา​ออก​จาก​ความ​ทุกข์​ใจ


สดด. 116:4 แล้ว​ข้าพ​เจ้า​ร้อง​ทูล​ออก​พระ​นาม​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​ทรง​ช่วย​ชีวิต​ข้า​พระ​องค์​เถิด”


สดด. 118:5 ข้าพ​เจ้า​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​จาก​ความ​คับ​แค้น​ใจ พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ตอบ​ข้าพ​เจ้า​โดย​ประ​ทาน​ความ​โล่ง​ใจ​ให้


สดด. 119:145 ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​ด้วย​สุด​ใจ ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์​เถิด ข้า​พระ​องค์​จะ​รัก​ษา​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระ​องค์


สดด. 119:146 ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ ขอ​ทรง​ช่วย​ข้า​พระ​องค์​ให้​รอด เพื่อ​ข้า​พระ​องค์​จะ​ปฏิ​บัติ​ตาม​พระ​โอ​วาท​ของ​พระ​องค์


สดด. 119:169 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​ให้​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ข้า​พระ​องค์​ขึ้น​มา​ถึง​พระ​องค์ ขอ​ประ​ทาน​ความ​เข้า​ใจ​แก่​ข้า​พระ​องค์ ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์


สดด. 120:1 เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​ทุกข์​ใจ ข้าพ​เจ้า​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ และ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​ข้าพ​เจ้า


สดด. 130:1 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์​จาก​ที่​ลึก


สดด. 138:3 ใน​วัน​ที่​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล พระ​องค์​ได้​ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์ พระ​องค์​ทรง​ให้​ข้า​พระ​องค์​กล้า​หาญ​โดย​ประ​ทาน​กำ​ลัง​แก่​จิต​ใจ​ของ​ข้า​พระ​องค์


สดด. 141:1 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ ขอ​ทรง​รีบ​ตอบ​ข้า​พระ​องค์ ขอ​เงี่ย​พระ​กรรณ​ฟัง​เสียง​ข้า​พระ​องค์ เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์


สดด. 142:1 ข้าพ​เจ้า​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ ด้วย​เสียง​ของ​ข้าพ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​ขอ​พระ​กรุ​ณา​จาก​พระ​ยาห์​เวห์ ด้วย​เสียง​ของ​ข้าพ​เจ้า


สดด. 142:5 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​ทูล​ว่า พระ​องค์​ทรง​เป็น​ที่​ลี้​ภัย​ของ​ข้า​พระ​องค์ เป็น​มรดก​ส่วน​ของ​ข้า​พระ​องค์​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​คน​เป็น


สดด. 142:6 ขอ​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ข้า​พระ​องค์ เพราะ​ข้า​พระ​องค์​ตก​ต่ำ​มาก​นัก ขอ​ทรง​ช่วยกู้​ข้า​พระ​องค์​ให้​พ้น​จาก​ผู้​ข่ม​เหง เพราะ​พวก​เขา​แข็ง​แรง​เกิน​กำลัง​ข้า​พระ​องค์


สดด. 145:18 พระ​ยาห์​เวห์​สถิต​ใกล้​ทุก​คน​ที่​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ คือ​ทุก​คน​ที่​ร้อง​ทูล​พระ​องค์​ด้วย​ใจ​จริง


สดด. 145:19 พระ​องค์​ประ​ทาน​ตาม​ความ​ปรารถ​นา​ของ​บรร​ดา​ผู้​ที่​ยำ​เกรง​พระ​องค์ พระ​องค์​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​พวก​เขา​ด้วย และ​ทรง​ช่วย​เขา​ให้​รอด


อสย. 12:4 และ​ใน​วัน​นั้น พวก​ท่าน​จะ​กล่าว​ว่า “จง​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​ยาห์​เวห์ จง​ร้อง​ทูล​ออก​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ จง​ประ​กาศ​บรร​ดา​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​องค์​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย จง​ให้​พวก​เขา​รำลึก​ว่า​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​เป็น​ที่​เชิด​ชู


อสย. 19:20 ซึ่ง​จะ​เป็น​หมาย​สำ​คัญ​และ​เป็น​สักขี​พยาน​ให้​พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์ เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​เนื่อง​ด้วย​ผู้​กด​ขี่​พวก​เขา พระ​องค์​จะ​ทรง​ส่ง​ผู้​ช่วย​และ​ผู้​ปก​ป้อง​คน​หนึ่ง​มา​ให้​เขา และผู้​นั้นจะ​ช่วย​กู้​เขา​ทั้งหลาย


อสย. 30:19 เออ ประ​ชา​ชน​ผู้​อยู่​ใน​ศิโยน ผู้​อาศัย​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม ท่าน​จะ​ไม่​ร้อง​ไห้​อีก​ต่อ​ไป พระ​องค์​จะ​ทรง​กรุ​ณาต่อ​เสียง​ร้อง​ทูล​ของ​ท่าน​อย่าง​แน่นอน เมื่อ​พระ​องค์​ได้​ยิน พระ​องค์​จะ​ทรง​ตอบ​ท่าน


อสย. 58:9 แล้ว​เมื่อ​เจ้า​ทูล พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ตอบ เมื่อ​เจ้า​ร้อง​ทูล พระ​องค์​จะ​ตรัส​ว่า เรา​อยู่​นี่ ถ้า​เจ้า​จะ​เอา​แอก​ออก​ไป​จาก​ท่าม​กลาง​เจ้า รวมทั้ง​การ​ชี้​หน้า และ​คำ​พูด​อธรรม


อสย. 64:7 ไม่​มี​ใคร​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ หรือ​เร้า​ตัว​เอง​ให้​ยึด​พระ​องค์​ไว้ เพราะ​พระ​องค์​ซ่อน​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​จาก​พวก​ข้า​พระ​องค์ และ​ทรง​ทำ​ให้​พวก​ข้า​พระ​องค์​ละลาย​ไป​ด้วย​อำ​นาจ​ความ​บาป​ของ​พวก​ข้า​พระ​องค์


ยรม. 29:12 แล้ว​เจ้า​จะ​ร้อง​ทูล​เรา และ​มา​อธิษ​ฐาน​ต่อ​เรา และ​เรา​จะ​ฟัง​เจ้า


พคค. 2:18 ใจ​ของ​พวก​เขา​ร้อง​ทูล​องค์​เจ้านาย​ว่า โอ กำแพง​ของ​ธิดา​แห่งศิ​โยน​เอ๋ย จง​ให้​น้ำตา​ไหล​พรั่ง​พรู​ดุจ​สาย​ธาร ทั้ง​กลางวัน​และ​กลางคืน เจ้า​อย่าได้​หยุด​หย่อน​เลย อย่า​ให้​ดวงตา​ได้​พัก​เลย


พคค. 2:19 จง​ลุก​ขึ้น​ร้อง​ทูล​ตอน​กลางคืน​ทุก​ยาม จง​ระบาย​ความ​ใน​ใจ​ของ​เจ้า​ออกมา​อย่าง​น้ำ เฉพาะ​พระ​พักตร์​องค์​เจ้านาย จง​ชู​มือ​ทั้ง​สอง​ของ​เจ้า​ขึ้น​ตรง​ไป​ยัง​พระองค์ เพื่อ​ขอ​ชีวิต​ลูก​เด็ก​เล็ก​แดง​ของ​เจ้า ที่​หิว​จน​เป็น​ลม​สลบ​ไป ตาม​หัว​ถนน​ทุก​แห่ง


พคค. 3:8 ​แม้​เมื่อ​ข้าพเจ้า​ร้อง​ทูล​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ พระองค์​มิ​ทรง​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของ​ข้าพเจ้า


พคค. 3:57 ​พระองค์​ทรง​เข้า​มา​ใกล้​ใน​วันที่​ข้า​พระองค์​ร้อง​ทูล​พระองค์ พระองค์​ตรัส​ว่า ‘อย่า​กลัว​เลย’


ฮชย. 11:7 ประ​ชา​กร​ของ​เรา​ตั้ง​ใจ​จะ​เหิน​ห่าง​จาก​เรา เขา​ร้อง​ทูล​องค์​ผู้​สูง​สุด แต่​พระ​องค์​มิ​ได้​ทรง​ยก​ชู​เขา​เลย


ยอล. 1:14 จง​จัด​พิธี​อด​อา​หาร จง​เรียก​ประ​ชุม​ทำ​พิธี จง​รวบ​รวม​พวก​ผู้ใหญ่ และ​ทุก​คน​ที่​อา​ศัย​ใน​แผ่น​ดิน ให้​ไป​ยัง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน และ​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์


ยอล. 1:19 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​องค์ เพราะ​ว่า​ไฟ​ได้​เผา​ผลาญ ทุ่ง​หญ้า​แห่ง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร และ​เปลว​ไฟ​ได้​ไหม้ ต้น​ไม้​ใน​ทุ่ง​หมดสิ้น​แล้ว


ยอล. 1:20 แม้​สัตว์​ป่า​ใน​ทุ่ง​ก็​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​องค์​ด้วย เพราะ​ว่า​น้ำ​ใน​ห้วย​แห้ง​ไป และ​ไฟ​ก็​เผา​ผลาญ ทุ่ง​หญ้า​ของ​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร


ยอล. 2:32 แล้ว​จะ​เป็น​อย่าง​นี้ คือ​ทุกคน​ที่​ร้อง​ทูล​ออก​พระ​นาม​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​รอด​ เพราะว่า​จะ​มี​คน​รอด​บน​ภูเขา​ศิโยน​และ​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ตาม​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ไว้ และ​ใน​บรรดา​คน​ที่​เหลืออยู่​นั้น​จะ​มี​คน​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​เรียก


ยนา. 1:14 ดังนั้น พวก​เขา​จึง​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ขอ​วิง​วอน​ต่อ​พระ​องค์ ขอ​อย่า​ให้​พวก​ข้า​พระ​องค์​พินาศ เพราะ​ชีวิต​ของ​ชาย​ผู้​นี้​เลย ขอ​อย่า​ให้​โทษ​ของ​การ​ทำ​ให้​โล​หิต​ที่​ไร้​ความ​ผิด​ตก​มา​เหนือ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ เพราะ​พระ​องค์​ได้​ทรง​ทำ​สิ่ง​ที่​พระ​องค์​พอ​พระ​ทัย”


ยนา. 2:2 “ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ใน​ยาม​ยาก​ลำ​บาก และ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล​จาก​ท้อง​ของ​แดน​คน​ตาย และ​พระ​องค์​ทรง​ฟัง​เสียง​ข้า​พระ​องค์


ยนา. 3:8 ให้​ทั้ง​คน​และ​สัตว์​เลี้ยง​นุ่ง​ห่ม​ผ้า​กระ​สอบ ให้​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​เจ้า​อย่าง​จริง​จัง เออ ให้​ทุก​คน​หัน​กลับ​จาก​การ​ประ​พฤติ​ชั่ว และ​เลิก​การ​ทา​รุณ​ซึ่ง​มือ​พวก​เขา​ทำ


ฮบก. 1:2 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้าพระองค์​จะ​ร้องทุกข์​นาน​สัก​เท่าใด? และ​พระองค์​มิ​ทรง​ฟัง หรือ​ข้าพระองค์​จะ​ร้องทูล​พระองค์​ว่า “ทา​รุณ พระ​เจ้า​ข้า” และ​พระองค์​ก็​ไม่​ทรง​ช่วย


ศฟย. 3:9 “ใน​เวลา​นั้น เรา​จะ​เปลี่ยน​ริม​ฝี​ปาก​ของ​ประ​ชา​กรทั้ง​หลาย ให้​เป็น​ริม​ฝี​ปากที่​บริ​สุทธิ์ เพื่อ​ว่า​ทุก​คน​จะ​ร้อง​ทูล​ออก​พระ​นาม​พระ​ยาห์​เวห์ และ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​เป็น​ใจ​เดียว​กัน


ศคย. 7:13 พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า เมื่อ​เรา​ร้อง​เรียก เขา​ไม่​ฟัง​อย่าง​ไร เมื่อ​เขา​ร้อง​ทูล เรา​ก็​ไม่​ฟัง​อย่าง​นั้น


ศคย. 13:9 เรา​จะ​เอา​หนึ่ง​ใน​สาม​นี้​ใส่​ไฟ และ​ถลุง​เขา​เหมือน​ถลุง​เงิน และ​ทด​สอบ​เขา​เหมือน​ทด​สอบ​ทอง​คำ เขา​จะ​ร้อง​ทูล​ออก​นาม​ของ​เรา และ​เรา​จะ​ตอบ​เขา เรา​จะ​กล่าว​ว่า ‘เขา​ทั้ง​หลาย​เป็น​ชน​ชาติ​ของ​เรา’ และ​เขา​จะ​กล่าว​ว่า ‘พระ​ยาห์​เวห์​คือ​พระ​เจ้า​ของ​ข้าพ​เจ้า’ ”


มธ. 15:22 มี​หญิง​ชาว​คา​นา​อัน​คน​หนึ่ง​มา​จาก​เขต​แดน​นั้น​ร้อง​ทูล​พระ​องค์​ว่า “พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​บุตร​ดาวิด​เจ้า​ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต​ตา​ข้า​พระ​องค์​เถิด ลูก​สาว​ของ​ข้า​พระ​องค์​มี​ผี​สิง​อยู่ เป็น​ทุกข์​ลำบาก​อย่าง​ยิ่ง”


มก. 9:24 บิดา​ของ​เด็ก​จึง​ร้อง​ทูล​ทัน​ที​ว่า “ข้าพ​เจ้า​เชื่อ และ​ขอ​โปรด​ช่วย​ใน​ส่วน​ที่​ขาด​อยู่​ด้วย​เถิด”


ลก. 11:27 ขณะ​ที่​พระ​องค์​กำ​ลัง​ตรัส​คำ​เหล่า​นั้น มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​อยู่​ท่าม​กลาง​ฝูง​ชน​ร้อง​ทูล​พระ​องค์​ว่า “ครรภ์​ที่​ให้​กำ​เนิด​ท่าน​และ​เต้า​นม​ที่​เลี้ยง​ท่าน​นั้น​ก็​เป็น​สุข”


กจ. 7:59 ขณะ​ที่​พวก​เขา​เอา​หิน​ขว้าง​สเท​เฟน​อยู่​นั้น ท่าน​ร้องทูล​ว่า “ข้า​แต่​พระ​เยซู องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ขอ​ทรง​รับ​จิต​วิญ​ญาณ​ของ​ข้า​พระ​องค์​ด้วย”


กจ. 22:16 บัด​นี้​ท่าน​จะ​ชัก​ช้า​รอ​อยู่​ทำไม? จง​ลุก​ขึ้น​รับ​บัพ​ติศ​มา รับ​การ​ชำระ​บาป​ของ​ท่าน โดย​ร้อง​ทูล​ออก​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์’


วว. 14:15 และ​มี​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง​ออก​มา​จาก​พระ​วิหาร ร้อง​ทูล​พระ​องค์​ผู้​ประ​ทับ​อยู่​บน​เมฆ​นั้น​ด้วย​เสียง​ดัง​ว่า “จง​ใช้​เคียว​ของ​พระ​องค์​เก็บ​เกี่ยว​เถิด เพราะ​ถึง​เวลา​เกี่ยว​แล้ว เพราะ​ว่า​ผล​ที่​ต้อง​เก็บ​เกี่ยว​บน​แผ่น​ดิน​โลก​สุก​งอม​แล้ว”

อธิษฐานในพระคริสตธรรมคัมภีร์

ทั้งหมด 294 ข้อ ใหม่ 141 ข้อ เดิม 153 ข้อ

วิงวอน ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ จำนวน 116 ข้อ

ร้องทูล  ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ จำนวน 135 ข้อ

​วิง​วอน

 ​วิง​วอน จาก ฉบับ THSV  จำนวน 116 ข้อ

(ปฐก. 19:2 [THSV Free])

กล่าวว่า “เจ้านายของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่าน ขอท่านแวะไปบ้านข้าพเจ้าผู้รับใช้ของท่าน ค้างสักคืนหนึ่ง ล้างเท้าของท่าน แล้วค่อยลุกขึ้นแต่เช้า เดินทางต่อไป” ทั้งสองตอบว่า “อย่าเลย เราจะค้างคืนที่ลานเมือง

(อพย. 8:8 [THSV Free])

ฟาโรห์ตรัสเรียกโมเสสกับอาโรนมาว่า “เจ้าทั้งสองจงวิงวอนพระยาห์เวห์ ขอทรงบันดาลให้ฝูงกบไปเสียจากเราและจากพลเมืองของเรา แล้วเราจะยอมปล่อยให้คนอิสราเอลไปถวายสัตวบูชาแด่พระยาห์เวห์

(อพย. 8:9 [THSV Free])

โมเสสจึงทูลฟาโรห์ว่า “เวลาไหนที่ฝ่าพระบาทมีพระประสงค์ให้ข้าพระบาทวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อฝ่าพระบาท ข้าราชบริพารและพลเมืองของฝ่าพระบาท เพื่อกำจัดฝูงกบไปจากฝ่าพระบาทและบ้านเรือนของฝ่าพระบาท ให้เหลืออยู่แต่ในแม่น้ำไนล์ ก็โปรดบัญชาข้าพระบาทเถิด

(อพย. 8:28 [THSV Free])

ฟาโรห์จึงตรัสว่า “เราจะปล่อยพวกเจ้าไป เพื่อถวายสัตวบูชาแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าในถิ่นทุรกันดาร เพียงแต่อย่าไปไกลนัก จงวิงวอนเพื่อเราด้วย

(อพย. 9:28 [THSV Free])

ขอท่านทูลวิงวอนพระยาห์เวห์ให้ยุติเสียงฟ้าร้องและลูกเห็บเสียที แล้วเราจะปล่อยพวกเจ้าไป จะไม่กักไว้อีก

(อพย. 10:17 [THSV Free])

ขอเจ้ายกโทษบาปครั้งนี้ให้เราสักครั้งหนึ่งเถิด จงวิงวอนพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เพื่อพระองค์จะโปรดให้ความตายนี้พ้นไปจากเรา

(อพย. 10:18 [THSV Free])

โมเสสก็ไปจากฟาโรห์ และกราบทูลวิงวอนพระยาห์เวห์

(อพย. 32:11 [THSV Free])

แต่โมเสสกราบทูลวิงวอนพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ทำไมพระองค์จึงกริ้วยิ่งนักต่อประชากรของพระองค์ ซึ่งทรงนำออกจากแผ่นดินอียิปต์ด้วยฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ และด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์เล่า?

(กดว. 12:13 [THSV Free])

แล้วโมเสสร้องทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงรักษานาง ข้าพระองค์ขอวิงวอนต่อพระองค์

(กดว. 14:17 [THSV Free])

บัดนี้ข้าพระองค์ทูลวิงวอน ขอองค์เจ้านายทรงสำแดงฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่ตามที่พระองค์ตรัสไว้ว่า

(กดว. 21:7 [THSV Free])

และประชาชนมาหาโมเสสกล่าวว่า “เราทำบาปเพราะเราต่อว่าพระยาห์เวห์และต่อว่าท่าน ขอทูลวิงวอนพระยาห์เวห์ให้พระองค์ทรงนำงูไปจากเรา” ดังนั้นโมเสสจึงทูลวิงวอนเพื่อประชาชน

(วนฉ. 10:15 [THSV Free])

และคนอิสราเอลทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทำบาปแล้ว ขอพระองค์ทรงทำแก่ข้าพระองค์ตามที่ทรงเห็นชอบ ข้าพระองค์ขอวิงวอนเพียงว่า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นภัยในวันนี้เถิด

(วนฉ. 13:8 [THSV Free])

แล้วมาโนอาห์ก็วิงวอนพระยาห์เวห์ว่า “ข้าแต่องค์เจ้านาย โปรดให้คนของพระเจ้าผู้ซึ่งพระองค์ทรงใช้มานั้นมาหาข้าพระองค์ทั้งสองอีก เพื่อสอนพวกข้าพระองค์ว่า ควรทำอย่างไรแก่เด็กที่จะเกิดมานั้น

(นรธ. 1:16 [THSV Free])

แต่รูธตอบว่า “ขอแม่อย่าวิงวอนให้ลูกจากแม่หรือเลิกตามแม่กลับไปเลย เพราะแม่จะไปไหนลูกจะไปด้วย และแม่จะอาศัยอยู่ที่ไหนลูกก็จะอยู่ที่นั่นด้วย ชนชาติของแม่จะเป็นชนชาติของลูก และพระเจ้าของแม่ก็จะเป็นพระเจ้าของลูก

(1ซมอ. 1:12 [THSV Free])

อยู่มาเมื่อนางยังวิงวอนเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์อยู่นั้น เอลีก็สังเกตดูปากของนาง

(1ซมอ. 1:26 [THSV Free])

นางก็กล่าวว่า “เจ้านายของดิฉันมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ท่านเจ้าข้า ดิฉันเองคือผู้หญิงที่เคยยืนอยู่ที่นี่ต่อหน้าท่าน และทูลวิงวอนต่อพระยาห์เวห์

(1ซมอ. 1:27 [THSV Free])

ดิฉันทูลวิงวอนขอเด็กคนนี้ และพระยาห์เวห์ประทานตามคำทูลขอของดิฉันตามที่ได้ทูลวิงวอนต่อพระองค์

(1ซมอ. 13:12 [THSV Free])

ข้าพเจ้าจึงว่า ‘บัดนี้ พวกฟีลิสเตียจะยกมารบกับข้าพเจ้าที่กิลกาล และข้าพเจ้ายังไม่ได้ทูลวิงวอนเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์’ ข้าพเจ้าจึงบังคับตัวเองขึ้นไปถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัว

(1ซมอ. 20:6 [THSV Free])

ถ้าเสด็จพ่อของท่านทรงสังเกตจริงๆ ว่าข้าพเจ้าขาดไป ก็ขอทูลพระองค์ว่า ‘ดาวิดวิงวอนขอลาข้าพระบาทรีบกลับไปเบธเลเฮมเมืองของเขา เพราะทุกคนในตระกูลทำการถวายสัตวบูชาประจำปีที่นั่น

(1ซมอ. 20:28 [THSV Free])

โยนาธานทูลตอบซาอูลว่า “ดาวิดวิงวอนขอลาข้าพระบาทไปยังบ้านเบธเลเฮม

(2ซมอ. 7:27 [THSV Free])

เพราะพระองค์ พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าของอิสราเอล ได้ทรงสำแดงแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ ตรัสว่า ‘เราจะสร้างราชวงศ์ให้เจ้า’ เพราะฉะนั้น ผู้รับใช้ของพระองค์จึงมีใจกล้าวิงวอนต่อพระองค์ด้วยคำอธิษฐานนี้

(1พกษ. 8:28 [THSV Free])

แต่ขอพระองค์สนพระทัยในคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และในคำวิงวอนของเขา ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงร้องและคำอธิษฐาน ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์ อธิษฐานต่อพระองค์ในวันนี้

(1พกษ. 8:30 [THSV Free])

และขอพระองค์ทรงสดับคำวิงวอนของผู้รับใช้ของ พระองค์ และของอิสราเอลประชากรของพระองค์ เมื่อเขาทั้งหลายอธิษฐานต่อสถานที่นี้ ขอพระองค์เองทรงสดับจากสถานที่ประทับของพระองค์คือจากฟ้าสวรรค์ และเมื่อทรงสดับแล้ว ก็ขอทรงอภัย

(1พกษ. 8:38 [THSV Free])

แล้วหากคนหนึ่งคนใด หรืออิสราเอลประชากรทั้งหมดของพระองค์ ได้สำนึกในใจของเขาเรื่องภัยพิบัติ จะอธิษฐานหรือวิงวอนประการใด โดยกางมือของเขาสู่พระนิเวศนี้

(1พกษ. 8:45 [THSV Free])

ก็ขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐาน และคำวิงวอนของพวกเขาในฟ้าสวรรค์ และขอประทานความยุติธรรมแก่พวกเขา

(1พกษ. 8:47 [THSV Free])

แต่ถ้าเขาสำนึกผิดในแผ่นดินที่เขาถูกจับไปเป็นเชลย และได้กลับใจ แล้วได้วิงวอนต่อพระองค์ในแผ่นดินของผู้จับเขาไปเป็นเชลย ทูลว่า ‘ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทำบาป และได้ประพฤติชั่วร้ายและได้ทำการอธรรม

(1พกษ. 8:49 [THSV Free])

ก็ขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐานและคำวิงวอนของพวกเขาในฟ้าสวรรค์ อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และขอประทานความยุติธรรมแก่พวกเขา

(1พกษ. 8:52 [THSV Free])

ขอลืมพระเนตรของพระองค์อยู่ต่อคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และต่อคำวิงวอนของอิสราเอลประชากรของพระองค์ ขอทรงฟังเมื่อเขาทั้งหลายร้องต่อพระองค์

(1พกษ. 8:54 [THSV Free])

เมื่อซาโลมอนทรงจบคำอธิษฐาน และคำวิงวอนทั้งสิ้นนี้ต่อพระยาห์เวห์แล้ว ก็ทรงลุกขึ้นจากหน้าแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ ที่ที่ทรงคุกเข่าพร้อมกับกางพระหัตถ์สู่ฟ้าสวรรค์

(1พกษ. 8:59 [THSV Free])

ขอให้ถ้อยคำเหล่านี้ ที่ข้าพเจ้าได้วิงวอนเฉพาะพระยาห์เวห์ อยู่ใกล้พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราทั้งวันและคืน และขอให้ความยุติธรรมแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ และแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์ ตามความต้องการในแต่ละวัน

(1พกษ. 9:3 [THSV Free])

และพระยาห์เวห์ตรัสกับท่านว่า “เราได้ยินคำอธิษฐานและคำวิงวอนของเจ้า ซึ่งเจ้าได้อ้อนวอนเรานั้นแล้ว เราได้ทำนิเวศนี้ซึ่งเจ้าได้สร้างไว้ให้บริสุทธิ์ และได้ใส่นามของเราไว้ที่นั่นเป็นนิตย์ ตาของเราและใจของเราจะอยู่ที่นั่นตลอดไป

(1พกษ. 13:6 [THSV Free])

แล้วพระราชาตรัสตอบคนของพระเจ้าว่า “โปรดวิงวอนขอพระกรุณาแห่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อเรา แล้วเราจะชักมือกลับเข้าหาตัวได้อีก” และคนของพระเจ้าก็วิงวอนขอพระกรุณาแห่งพระยาห์เวห์ และพระราชาก็ชักพระหัตถ์กลับเข้าหาพระองค์ได้อีก และหายเป็นปกติ

(2พกษ. 1:13 [THSV Free])

แล้วพระราชารับสั่งให้นายกองคนที่สามไปพร้อมกับทหาร 50 นายของเขา และนายกองคนที่สามก็ขึ้นไป และคุกเข่าต่อหน้าเอลียาห์ และวิงวอนท่านว่า “ท่านคนของพระเจ้า ขอให้ชีวิตของข้าพเจ้าและชีวิตของผู้รับใช้ของท่านอีก 50 คนนี้เป็นสิ่งประเสริฐในสายตาของท่าน

(2พกษ. 13:4 [THSV Free])

แล้วเยโฮอาหาสได้วิงวอนพระยาห์เวห์ และพระยาห์เวห์ทรงฟังท่าน เพราะพระองค์ทรงเห็นการกดขี่อิสราเอล คือที่พระราชาแห่งซีเรียกดขี่พวกเขาอย่างไร

(2พศด. 6:19 [THSV Free])

แต่ขอพระองค์สนพระทัยในคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และในคำวิงวอนของเขา ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงร้องและคำอธิษฐาน ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์อธิษฐานต่อพระองค์

(2พศด. 6:21 [THSV Free])

และขอพระองค์ทรงสดับคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และของอิสราเอลประชากรของพระองค์ เมื่อเขาทั้งหลายอธิษฐานต่อสถานที่นี้ ขอพระองค์เองทรงสดับจากที่ประทับของพระองค์คือฟ้าสวรรค์ และเมื่อพระองค์ทรงสดับแล้ว ก็ขอทรงอภัย

(2พศด. 6:29 [THSV Free])

แล้วหากคนหนึ่งคนใด หรืออิสราเอลประชากรของพระองค์ทั้งหมดที่ตระหนักในภัยพิบัติและความทุกข์ จะอธิษฐานหรือวิงวอนประการใด โดยกางมือของเขาสู่พระนิเวศนี้

(2พศด. 6:35 [THSV Free])

แล้วขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐาน และคำวิงวอนของเขาจากฟ้าสวรรค์ และขอประทานความยุติธรรมแก่พวกเขา

(2พศด. 6:37 [THSV Free])

แต่ถ้าเขาสำนึกผิดในแผ่นดินที่เขาถูกจับไปเป็นเชลยและได้กลับใจ แล้วได้วิงวอนต่อพระองค์ในแผ่นดินที่เขาไปเป็นเชลย ทูลว่า ‘ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทำบาป และได้ประพฤติชั่วร้ายและได้ทำการอธรรม

(2พศด. 6:39 [THSV Free])

ขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐานและคำวิงวอนของพวกเขาจากฟ้าสวรรค์ อันเป็นที่ประทับของพระองค์และขอประทานความยุติธรรมแก่พวกเขา และขอทรงอภัยให้ประชากรของพระองค์ผู้ทำบาปต่อพระองค์

(2พศด. 33:12 [THSV Free])

เมื่อทรงทุกข์ยาก พระองค์ทรงวิงวอนขอพระกรุณาต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์ และถ่อมพระทัยลงอย่างมากต่อพระเจ้าของบรรพบุรุษของพระองค์

(2พศด. 33:13 [THSV Free])

พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าและพระเจ้าทรงฟังคำวิงวอน และคำอ้อนวอนของพระองค์ และทรงให้พระองค์กลับมายังกรุงเยรูซาเล็มในราชอาณาจักรของพระองค์อีก แล้วมนัสเสห์ทรงทราบว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้า

(2พศด. 33:19 [THSV Free])

ทั้งคำอธิษฐานของพระองค์ เรื่องที่พระเจ้าทรงฟังคำวิงวอนของพระองค์ ความบาปและความไม่ซื่อสัตย์ทั้งหมดของพระองค์ บรรดาสถานที่ซึ่งพระองค์ทรงใช้สร้างปูชนียสถานสูง และใช้ตั้งพวกพระอาเช-ราห์และรูปเคารพ ก่อนที่พระองค์จะถ่อมพระทัยลงนั้น ดูสิ มีบันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารของผู้ทำนาย

(อสร. 8:23 [THSV Free])

เราจึงอดอาหารและวิงวอนพระเจ้าของเราเพื่อเรื่องนี้ และพระองค์ทรงฟังเสียงร้องทูลของเรา

(อสธ. 4:8 [THSV Free])

โมรเดคัยยังได้ให้สำเนาบันทึกกฤษฎีกาที่ออกในสุสา สั่งให้ทำลายพวกเขา เพื่อให้ฮาธาคนำไปแสดงต่อพระนางเอสเธอร์ และอธิบายเรื่องราวต่อพระนาง พร้อมกับกำชับให้พระนางเข้าเฝ้ากษัตริย์ เพื่อทูลอ้อนวอนพระองค์ และวิงวอนพระองค์เพื่อชนชาติของพระนาง

(อสธ. 8:3 [THSV Free])

แล้วพระนางเอสเธอร์ทูลกษัตริย์อีก พระนางกราบลงที่พระบาทของพระองค์ และวิงวอนพระองค์ด้วยน้ำพระเนตร เพื่อขอให้ยุติแผนชั่วของฮามาน คนอากัก และการคิดร้ายต่อพวกยิวเสีย

(โยบ 8:5 [THSV Free])

ถ้าท่านเองจะแสวงหาพระเจ้า และวิงวอนองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

(โยบ 9:15 [THSV Free])

แม้ข้าเป็นฝ่ายชอบธรรม ข้าก็ตอบพระองค์ไม่ได้ ข้าจะต้องวิงวอนองค์ตุลาการของข้า

(โยบ 13:6 [THSV Free])

บัดนี้ขอฟังเหตุผลของข้า และขอสดับคำวิงวอนแห่งริมฝีปากของข้า

(โยบ 19:16 [THSV Free])

ข้าเรียกคนใช้ของข้า แต่เขาไม่ตอบข้า ข้าต้องวิงวอนเขาด้วยปากของข้า

(โยบ 41:3 [THSV Free])

มันจะวิงวอนต่อเจ้าเป็นอันมากหรือมันจะพูดกับเจ้าด้วยคำอ่อนหวานหรือ?

(สดด. 6:9 [THSV Free])

พระยาห์เวห์ได้ทรงสดับคำวิงวอนของข้า พระยาห์เวห์ทรงรับคำอธิษฐานของข้า

(สดด. 28:2 [THSV Free])

ขอทรงฟังเสียงวิงวอนของข้าพระองค์ ขณะเมื่อข้าพระองค์ทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ขณะเมื่อข้าพระองค์ชูมือทั้งคู่ มายังอภิสุทธิสถานของพระองค์

(สดด. 28:6 [THSV Free])

สาธุการแด่พระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงฟังเสียงวิงวอนของข้าพเจ้า

(สดด. 30:8 [THSV Free])

ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพระองค์ได้ร้องทูลพระองค์ และข้าพระองค์ได้วิงวอนองค์เจ้านายว่า

(สดด. 31:22 [THSV Free])

ข้าพระองค์ตกใจ กล่าวว่า “ข้าพระองค์ถูกตัดขาดไปพ้นสายพระเนตรของพระองค์แล้ว” แต่พระองค์ทรงสดับเสียงวิงวอนของข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์

(สดด. 39:12 [THSV Free])

ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงสดับคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอเงี่ยพระกรรณฟังคำวิงวอนของข้าพระองค์ ขออย่าทรงเฉยเมยต่อน้ำตาของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์เป็นคนต่างด้าวสำหรับพระองค์ เป็นคนร่อนเร่ อย่างบรรพบุรุษทั้งสิ้นของข้าพระองค์

(สดด. 55:1 [THSV Free])

ข้าแต่พระเจ้า ขอเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขออย่าซ่อนพระองค์จากคำวิงวอนของข้าพระองค์

(สดด. 86:6 [THSV Free])

ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอเงี่ยพระโสตฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงวิงวอนของข้าพระองค์

(สดด. 116:1 [THSV Free])

ข้าพเจ้ารักพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงฟังเสียงและคำวิงวอนของข้าพเจ้า

(สดด. 119:58 [THSV Free])

ข้าพระองค์วิงวอนขอความโปรดปรานของพระองค์ด้วยสุดใจ ขอทรงพระกรุณาแก่ข้าพระองค์ตามพระสัญญาของพระองค์

(สดด. 119:170 [THSV Free])

ขอทรงสดับคำวิงวอนของข้าพระองค์ ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ตามพระสัญญาของพระองค์

(สดด. 130:2 [THSV Free])

​​ข้าแต่องค์เจ้านาย ขอทรงฟังเสียงของข้าพระองค์ ขอเงี่ยพระกรรณ ฟังเสียงวิงวอนของข้าพระองค์

(สดด. 140:6 [THSV Free])

ข้าพเจ้าทูลพระยาห์เวห์ว่า “พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอเงี่ยพระกรรณฟังเสียงวิงวอนของข้าพระองค์

(สดด. 143:1 [THSV Free])

ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอเงี่ยพระกรรณสดับคำวิงวอนของข้าพระองค์ตามความซื่อสัตย์ของพระองค์ ขอทรงตอบข้าพระองค์ตามความชอบธรรมของพระองค์

(สภษ. 6:3 [THSV Free])

ลูกเอ๋ย จงทำอย่างนี้และช่วยตัวเจ้าให้พ้นภัย เพราะเจ้าตกอยู่ในกำมือเพื่อนบ้านของเจ้าแล้ว รีบไป ถ่อมตัวลง และวิงวอนเพื่อนบ้านของเจ้า

(สภษ. 18:23 [THSV Free])

คนยากจนใช้คำวิงวอน แต่คนมั่งคั่งตอบเสียงห้วนๆ

(สภษ. 19:7 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหมดของคนยากจนก็ยังเกลียดเขา แล้วเพื่อนจะยิ่งหนีห่างจากเขาสักเท่าไร แม้เขาตามไปวิงวอน แต่พวกเขาก็หายหน้ากันไปหมด

(อสย. 19:22 [THSV Free])

พระยาห์เวห์จะทรงโจมตีอียิปต์ แต่เมื่อโจมตีแล้วก็จะรักษา และเขาทั้งหลายจะหันกลับมาหาพระยาห์เวห์ แล้วพระองค์จะทรงฟังคำวิงวอนของเขาและทรงรักษาพวกเขา

(อสย. 38:3 [THSV Free])

ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพระองค์ขอวิงวอนพระองค์ให้ระลึกว่า ข้าพระองค์ได้ดำเนินเฉพาะพระพักตร์พระองค์ด้วยความซื่อสัตย์และด้วยสิ้นสุดใจ ทั้งได้ทำสิ่งดีในสายพระเนตรของพระองค์” แล้วเฮเซคียาห์ทรงกันแสงอย่างมาก

(อสย. 45:14 [THSV Free])

พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “ทรัพย์สมบัติของอียิปต์และสินค้าของชาวคูช ทั้งของชาวเสบาคนร่างสูง จะมาหาเจ้าและเป็นของเจ้า พวกเขาจะเดินตามหลังเจ้า เขาจะมาหาพร้อมตรวนและกราบเจ้า พวกเขาจะวิงวอนเจ้าว่า ‘พระเจ้าสถิตกับท่านแน่แล้ว และไม่มีอื่นใดอีก ไม่มีพระเจ้าอื่นใด’ ”

(ยรม. 3:21 [THSV Free])

เขาได้ยินเสียงมาจากที่สูงโล่ง เป็นเสียงร้องไห้และเสียงวิงวอนของบุตรทั้งหลายของอิสราเอล เพราะเขาได้แปรวิถีของเขาเสียแล้ว เขาได้ลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา

(ยรม. 7:16 [THSV Free])

ส่วนเจ้า อย่าอธิษฐานเพื่อประชากรนี้ อย่าร้องขอหรืออธิษฐานเพื่อเขา และอย่าวิงวอนต่อเรา เพราะเราจะไม่ฟังเจ้า

(ยรม. 11:14 [THSV Free])

เพราะฉะนั้น เจ้าเองอย่าอธิษฐานเพื่อชนชาตินี้ อย่าวิงวอนหรืออธิษฐานเพื่อพวกเขา เพราะเราจะไม่ฟังเมื่อเขาร้องต่อเราในเวลาลำบาก

(ยรม. 26:19 [THSV Free])

เฮเซคียาห์กษัตริย์ยูดาห์ และคนยูดาห์ทั้งสิ้นได้ฆ่าท่านเสียหรือท่านยำเกรงพระยาห์เวห์และทูลวิงวอนขอพระยาห์เวห์ และพระยาห์เวห์ได้กลับพระทัยต่อเหตุร้ายซึ่งพระองค์ทรงกำหนดให้เขาเหล่านั้นไม่ใช่หรือแต่เรากำลังจะนำเหตุร้ายยิ่งใหญ่มาสู่ตัวเราเอง

(ยรม. 27:18 [THSV Free])

ถ้าเขาเหล่านั้นเป็นผู้เผยพระวจนะ และถ้าพระวจนะของพระยาห์เวห์อยู่กับเขา ก็ขอให้เขาทูลวิงวอนต่อพระยาห์เวห์จอมทัพไม่ให้เครื่องใช้ซึ่งเหลืออยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และในพระราชวังของกษัตริย์แห่งยูดาห์ และในกรุงเยรูซาเล็ม ถูกนำไปยังบาบิโลน

(ยรม. 36:7 [THSV Free])

บางทีคำทูลวิงวอนของเขาจะมาถึงพระยาห์เวห์ และทุกคนจะหันกลับจากทางชั่วของตน เพราะความกริ้วและพระพิโรธ ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงประกาศเป็นโทษเหนือชนชาตินี้นั้นใหญ่หลวงนัก

(ยรม. 36:25 [THSV Free])

แม้ว่าเมื่อเอลนาธันและเดลายาห์และเกมาริยาห์ได้ทูลวิงวอนกษัตริย์ไม่ให้พระองค์ทรงเผาหนังสือม้วนพระองค์ก็ไม่ทรงฟัง

(พคค. 1:17 [THSV Free])

เมืองศิโยนกางมือทั้งคู่ออกวิงวอน แต่ไม่มีผู้ใดปลอบโยนเธอ พระยาห์เวห์ทรงบัญชาต่อสู้ยาโคบ คือให้เพื่อนบ้านของเขากลายเป็นคู่อริ เยรูซาเล็มกลายเป็น สิ่งโสโครกท่ามกลางเขาทั้งหลาย

(ดนล. 6:11 [THSV Free])

เมื่อพวกที่สมรู้ร่วมคิดพากันมาพบดาเนียลกำลังอธิษฐานและวิงวอนต่อพระเจ้าของท่าน

(ดนล. 9:3 [THSV Free])

แล้วข้าพเจ้าก็หันหน้าไปหาพระเจ้าองค์เจ้านาย แสวงหาด้วยการอธิษฐานและการวิงวอน ทั้งด้วยการอดอาหาร และนุ่งห่มผ้ากระสอบและนั่งบนขี้เถ้า

(ดนล. 9:13 [THSV Free])

ดังที่ได้จารึกไว้ในธรรมบัญญัติของโมเสสแล้ว วิบัติทั้งสิ้นก็ได้ตกอยู่เหนือข้าพระองค์ทั้งหลายแล้ว แต่พวกข้าพระองค์ยังไม่ได้ทูลวิงวอนขอพระกรุณาจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ด้วยการหันจากความผิดของข้าพระองค์ทั้งหลาย หรือใส่ใจในความจริงของพระองค์

(ดนล. 9:17 [THSV Free])

ฉะนั้น ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์และคำวิงวอนของเขา ข้าแต่องค์เจ้านาย เพื่อเห็นแก่พระองค์ ขอพระพักตร์ของพระองค์ทอแสงเหนือสถานนมัสการของพระองค์ซึ่งร้างเปล่านั้น

(ดนล. 9:18 [THSV Free])

ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอเงี่ยพระกรรณสดับ ขอลืมพระเนตรดูความร้างเปล่าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ทั้งนครซึ่งมีชื่อตามพระนามของพระองค์ เพราะว่าข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ได้ถวายคำวิงวอนต่อพระองค์ ด้วยอ้างความชอบธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นเหตุ แต่ได้อ้างพระกรุณายิ่งใหญ่ของพระองค์

(ดนล. 9:20 [THSV Free])

ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังพูด อธิษฐานสารภาพบาปของข้าพเจ้าและบาปของอิสราเอลประชากรของข้าพเจ้า และเสนอคำวิงวอนต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพเจ้าเพื่อภูเขาบริสุทธิ์ของพระองค์

(ดนล. 9:23 [THSV Free])

เมื่อท่านเริ่มวิงวอนคำตอบก็ปรากฏทันที ข้าพเจ้าจึงมาบอกให้ท่านทราบ เพราะท่านเป็นผู้ที่ทรงรักมาก เพราะฉะนั้นจงพิจารณาคำตอบและเข้าใจนิมิตนั้น

(ยนา. 1:14 [THSV Free])

ดังนั้น พวกเขาจึงร้องทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพระองค์ทั้งหลายขอวิงวอนต่อพระองค์ ขออย่าให้พวกข้าพระองค์พินาศ เพราะชีวิตของชายผู้นี้เลย ขออย่าให้โทษของการทำให้โลหิตที่ไร้ความผิดตกมาเหนือข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าแต่พระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ได้ทรงทำสิ่งที่พระองค์พอพระทัย

(ศคย. 12:10 [THSV Free])

และเราจะเทวิญญาณแห่งความโปรดปรานและการวิงวอนบนราชวงศ์ดาวิดและชาวเยรูซาเล็ม ดังนั้นเมื่อเขาทั้งหลายมองดูท่าน ผู้ซึ่งเขาเองได้แทง เขาจะไว้ทุกข์เพื่อท่าน เหมือนคนไว้ทุกข์เพื่อบุตรคนเดียวของตน และร้องไห้อย่างขมขื่นเพื่อท่าน เหมือนอย่างคนร้องไห้เพื่อบุตรหัวปีของตน

(มธ. 18:26 [THSV Free])

ทาสคนนั้นจึงกราบลงวิงวอนว่า ‘ขอโปรดผัดไว้ก่อน แล้วข้าพระองค์จะใช้หนี้ทั้งหมด

(มก. 1:40 [THSV Free])

มีคนโรคเรื้อนคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์และคุกเข่าลงทูลวิงวอนพระองค์ว่า “เพียงแต่พระองค์พอพระทัย ก็จะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์หายสะอาดได้

(กจ. 16:15 [THSV Free])

เมื่อหญิงคนนั้นกับครัวเรือนของนางได้รับบัพติศมาแล้ว จึงอ้อนวอนเราว่า “ถ้าท่านทั้งหลายเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ขอเชิญเข้ามาพักอาศัยในบ้านของข้าพเจ้าเถิด” และนางก็ได้วิงวอนจนเราขัดไม่ได้

(กจ. 19:31 [THSV Free])

แม้แต่บางคนในพวกหัวหน้าศาสนาประจำแคว้นเอเชียซึ่งเป็นเพื่อนของเปาโล ก็ใช้คนไปวิงวอนเปาโลไม่ให้เข้าไปในเวทีมหรสพ

(กจ. 25:2 [THSV Free])

พวกหัวหน้าปุโรหิตกับคนสำคัญๆ ในพวกยิวมาฟ้องเปาโลต่อท่าน และวิงวอน

(รม. 10:1 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย ความปรารถนาในจิตใจของข้าพเจ้าและคำวิงวอนขอต่อพระเจ้าเพื่อคนอิสราเอลนั้น คือขอให้เขาได้รับความรอด

(รม. 12:1 [THSV Free])

ดังนั้น พี่น้องทั้งหลาย โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ที่มีชีวิต และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่าน

(รม. 15:30 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย โดยพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา และโดยความรักของพระวิญญาณ ข้าพเจ้าวิงวอนขอให้ท่านร่วมอธิษฐานต่อพระเจ้าด้วยใจกระตือรือร้นเพื่อข้าพเจ้า

(รม. 16:17 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้สังเกตดูคนที่ก่อเหตุวิวาทและทำให้คนอื่นหลงไปจากคำสอนที่ท่านทั้งหลายได้เรียนมา จงตีตัวออกห่างจากคนเหล่านั้น

(1คร. 1:10 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอให้ปรองดองกัน อย่ามีความแตกแยกในพวกท่าน แต่ขอให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความคิดและความเห็น

(1คร. 4:13 [THSV Free])

เมื่อถูกกล่าวร้ายก็พยายามวิงวอน เรากลายเป็นเหมือนเศษเดนของโลก และเหมือนราคีของทุกสิ่งจนถึงบัดนี้

(2คร. 5:20 [THSV Free])

เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายผ่านทางเรา เราจึงวิงวอนท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกับพระเจ้า

(2คร. 8:4 [THSV Free])

พวกเขาวิงวอนเราอย่างมาก ขอร้องให้มีส่วนในคุณความดีในการช่วยเหลือธรรมิกชนด้วย

(2คร. 9:14 [THSV Free])

และเขาก็จะวิงวอนขอเพื่อท่านทั้งหลายและคิดถึงท่าน เพราะเหตุพระคุณของพระเจ้าที่อยู่ในท่านอย่างมากมาย

(2คร. 12:8 [THSV Free])

เรื่องหนามนั้น ข้าพเจ้าวิงวอนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า

(กท. 4:12 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนพวกท่านให้เป็นเหมือนข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าก็เป็นเหมือนพวกท่าน พวกท่านไม่ได้ทำผิดต่อข้าพเจ้าเลย

(อฟ. 4:1 [THSV Free])

เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าผู้เป็นนักโทษโดยเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอวิงวอนพวกท่านให้ดำเนินชีวิตสมกับการทรงเรียกที่ท่านได้รับการทรงเรียกมานั้น

(อฟ. 6:18 [THSV Free])

จงอธิษฐานในพระวิญญาณทุกเวลาโดยการอธิษฐานและการวิงวอนทุกๆ อย่าง เพราะเหตุนี้จงเฝ้าระวังด้วยความเพียรและด้วยการวิงวอนเผื่อธรรมิกชนทุกคนอยู่เสมอ

(ฟป. 4:6 [THSV Free])

อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ

(1ธส. 4:1 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดนี้ เนื่องจากเราได้สอนท่านถึงวิธีดำเนินชีวิตซึ่งจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า และท่านดำเนินอย่างนั้นอยู่แล้ว เราจึงขอวิงวอนและเตือนสติท่านในพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า จงดำเนินให้ดียิ่งขึ้นอีก

(1ทธ. 2:1 [THSV Free])

เพราะฉะนั้นก่อนสิ่งอื่นใดทั้งหมด ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่านให้วิงวอน อธิษฐาน ทูลขอ และขอบพระคุณเพื่อทุกคน

(1ทธ. 5:5 [THSV Free])

ส่วนผู้หญิงที่เป็นแม่ม่ายไร้ที่พึ่งและอยู่ตามลำพังย่อมหวังในพระเจ้า เฝ้าวิงวอนและอธิษฐานทั้งกลางวันกลางคืนไม่หยุดหย่อน

(2ทธ. 1:3 [THSV Free])

ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าผู้ที่ข้าพเจ้ารับใช้ด้วยมโนธรรมอันบริสุทธิ์เช่นบรรพบุรุษทั้งหลายของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้าระลึกถึงท่านเสมอในการทูลวิงวอนทั้งกลางวันกลางคืน

(ฮบ. 13:22 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอวิงวอนพวกท่านให้อดทนฟังคำเตือนสตินี้ เพราะข้าพเจ้าเขียนมาถึงพวกท่านแต่เพียงย่อๆ เท่านั้น

(ยก. 5:16 [THSV Free])

เพราะฉะนั้นท่านจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเผื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รับการรักษาโรค คำวิงวอนของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังมากและเกิดผล

(1ปต. 3:21 [THSV Free])

บัดนี้น้ำนั้นที่เล็งถึงพิธีบัพติศมาก็ช่วยพวกท่านให้รอดเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เป็นการชำระมลทินทางกาย แต่เป็นการวิงวอนพระเจ้าเพื่อจะมีมโนธรรมที่ดี ความรอดนั้นมาโดยทางการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์

(2ยน. 1:5 [THSV Free])

ท่านสุภาพสตรีที่รัก เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่าน ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเขียนบัญญัติใหม่ถึงท่าน แต่เป็นบัญญัติที่เรามีอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มแรก นั่นก็คือให้เรารักกันและกัน

(ยด. 1:3 [THSV Free])

ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเขียนถึงท่านเรื่องความรอดที่เรามีร่วมกัน แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า จำเป็นจะต้องเขียนวิงวอนท่านให้ต่อสู้เพื่อหลักความเชื่อที่ได้ทรงมอบให้กับพวกธรรมิกชนครั้งเดียวสำหรับตลอดไป

วิงวอน จาก ฉบับ TBS1971  จำนวน 120 ข้อ

(ปฐก. 19:2 [TBS1971])

กล่าวว่า “เจ้านายของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่าน ขอท่านแวะไปบ้านข้าพเจ้าผู้รับใช้ของท่านค้างสักคืนหนึ่ง ล้างเท้าของท่าน แล้วค่อยลุกขึ้นแต่เช้าเดินทางต่อไป” ท่านทั้งสองตอบว่า “อย่าเลย เราจะค้างคืนที่ลานเมือง​”

(ปฐก. 23:8 [TBS1971])

และพูดกับพวกเขาว่า “ถ้าท่านยินยอมให้ข้าพเจ้าฝังผู้ตายของข้าพเจ้าให้พ้นสายตาไปแล้ว ขอท่านฟังข้าพเจ้าเถิด และวิงวอนเอโฟรนบุตรโศหาร์เพื่อข้าพเจ้า

(อพย. 8:8 [TBS1971])

ฟาโรห์ตรัสเรียกโมเสสกับอาโรนมาว่า “เจ้าทั้งสองจงกราบทูลวิงวอนขอพระเจ้าทรงบันดาลให้ฝูงกบไปเสียจากเราและจากพลเมืองของเรา แล้วเราจะยอมปล่อยให้ประชากรเหล่านั้นไปถวายสัตวบูชาแด่พระเจ้า

(อพย. 8:9 [TBS1971])

โมเสสจึงทูลฟาโรห์ว่า “เวลาใดที่ฝ่าพระบาทมีพระประสงค์ให้ข้าพระบาทวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อฝ่าพระบาท ข้าราชบริพารและพลเมืองของฝ่าพระบาท ขอให้ทรงขับไล่ฝูงกบไปเสียจากฝ่าบาทและราชสำนักลงไปอยู่ในแม่น้ำไนล์ ​ก็จงมีพระบัญชามาเถิด ข้าพระบาทจะกราบทูลขอให้เป็นไปดังพระประสงค์

(อพย. 8:28 [TBS1971])

ฟาโรห์จึงรับสั่งว่า “เราจะปล่อยพวกเจ้าไป เพื่อจะได้ถวายสัตวบูชาแด่พระเจ้าของเจ้าในถิ่นทุรกันดาร แต่ว่าพวกเจ้าอย่าไปให้ไกลนัก จงวิงวอนเพื่อเราด้วย

(อพย. 9:28 [TBS1971])

ขอท่านทูลวิงวอนพระเจ้าให้เลิกมีฟ้าร้องและลูกเห็บเสียที เราจะปล่อยพวกท่านไป จะไม่กักไว้อีก

(อพย. 10:17 [TBS1971])

ขอเจ้ายกโทษบาปให้เราครั้งนี้สักครั้งเถิด จงวิงวอนขอพระเจ้าของเจ้า เพื่อพระองค์จะได้ทรงโปรดให้ความตายนี้พ้นไปจากเรา

(อพย. 10:18 [TBS1971])

โมเสสก็ไปจากฟาโรห์ และทูลวิงวอนพระเจ้า

(อพย. 32:11 [TBS1971])

ฝ่ายโมเสสก็วิงวอนกราบทูลพระเจ้าของท่านว่า “ข้าแต่พระเจ้า ไฉนพระองค์จึงทรงพระพิโรธต่อประชากรของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงนำออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ ด้วยฤทธานุภาพอันใหญ่ยิ่ง และด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์เล่า

(กดว. 12:13 [TBS1971])

และโมเสสได้ร้องทูลพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงรักษานาง ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์

(กดว. 14:17 [TBS1971])

บัดนี้ข้าพระองค์ทูลวิงวอน ขอพระองค์ทรงบันดาลให้ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าให้ใหญ่ยิ่งดังพระสัญญาที่ว่า

(วนฉ. 10:15 [TBS1971])

และคนอิสราเอลกราบทูลพระเจ้าว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำบาปแล้ว ขอพระองค์ทรงกระทำแก่ข้าพระองค์ตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบ ข้าพระองค์ขอวิงวอนเพียงว่าขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นในวันนี้เถิด

(วนฉ. 13:8 [TBS1971])

แล้วมาโนอาห์ก็วิงวอนพระเจ้าทูลว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอบุรุษของพระเจ้าผู้ซึ่งพระองค์ทรงใช้มานั้นปรากฏแก่ข้าพระองค์ทั้งสองอีกครั้งหนึ่ง สั่งสอนข้าพระองค์ว่า ข้าพระองค์ควรกระทำอย่างไรแก่เด็กที่จะเกิดมานั้น

(นรธ. 1:16 [TBS1971])

แต่รูธตอบว่า “ขอแม่อย่าวิงวอนให้ฉันจากแม่หรือเลิกติดตามแม่ไปเลย เพราะแม่จะไปไหนฉันจะไปด้วย และแม่จะอาศัยอยู่ที่ไหนฉันก็จะอยู่ที่นั่นด้วย ญาติของแม่จะเป็นญาติของฉัน และพระเจ้าของแม่ก็จะเป็นพระเจ้าของฉัน

(1ซมอ. 20:6 [TBS1971])

ถ้าเสด็จพ่อของท่านเห็นข้าพเจ้าขาดไป ​ก็ขอโปรดทูลพระองค์ว่า ‘ดาวิดได้วิงวอนขอลาข้าพระบาทรีบกลับไปเมืองเบธเลเฮมเมืองของตน เพราะที่นั่นวงศ์ญาติทำการถวายสัตวบูชาประจำปี

(1ซมอ. 20:28 [TBS1971])

โยนาธานทูลตอบซาอูลว่า “ดาวิดได้วิงวอนขอลาข้าพระบาทไปยังบ้านเบธเลเฮม

(2ซมอ. 7:27 [TBS1971])

ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธาพระเจ้าของอิสราเอล เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสำแดงแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ว่า ‘เราจะสร้างราชวงศ์ให้เจ้า’ เพราะฉะนั้น ผู้รับใช้ของพระองค์จึงกล้าหาญที่จะวิงวอนด้วยคำอธิษฐานนี้ต่อพระองค์

(2ซมอ. 21:17 [TBS1971])

แต่อาบีชัยบุตรนางเศรุยาห์เข้ามาช่วยพระองค์ไว้ และสู้รบกับคนฟีลิสเตียคนนั้นฆ่าเขาเสีย แล้วบรรดาประชาชนของดาวิดก็ทูลวิงวอนพระองค์ด้วยการสาบานว่า “ขอฝ่าพระบาทอย่าเสด็จไปทำศึกพร้อมกับพวกข้าพระบาททั้งหลายอีกต่อไปเลย เกรงว่าฝ่าพระบาทจะดับประทีปของอิสราเอลเสีย

(1พกษ. 8:28 [TBS1971])

แต่ขอพระองค์สนพระทัยในคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และในคำวิงวอนนี้ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ​พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงร้องและคำอธิษฐานซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์ อธิษฐานต่อพระองค์ในวันนี้

(1พกษ. 8:30 [TBS1971])

และขอพระองค์ทรงสดับคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และของอิสราเอลชนชาติของพระองค์ เมื่อเขาอธิษฐานตรงต่อสถานที่นี้ ขอพระองค์ทรงสดับอยู่ในฟ้าสวรรค์อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และเมื่อพระองค์ทรงสดับแล้ว ​ก็ขอพระองค์ทรงประทานอภัย

(1พกษ. 8:33 [TBS1971])

เมื่ออิสราเอลชนชาติของพระองค์พ่ายแพ้ต่อศัตรู เพราะเขาได้กระทำบาปต่อพระองค์ ถ้าเขาหันกลับมาหาพระองค์อีก และยอมรับพระนามของพระองค์ และอธิษฐานและกระทำการวิงวอนต่อพระองค์ในพระนิเวศนี้

(1พกษ. 8:38 [TBS1971])

ไม่ว่าคำอธิษฐานอย่างใด หรือคำวิงวอนประการใดซึ่งประชาชนคนใด หรืออิสราเอลประชากรของพระองค์ทั้งสิ้นทูล ต่างก็สำนึกในใจของเขาในเรื่องภัยพิบัติอันจะตกแก่เขา และได้กางมือของเขาสู่พระนิเวศนี้

(1พกษ. 8:45 [TBS1971])

ขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐานของเขาและคำวิงวอนของเขาในฟ้าสวรรค์ และขอทรงให้สิทธิอันชอบธรรมของเขาคงอยู่

(1พกษ. 8:47 [TBS1971])

แต่ถ้าเขาสำนึกผิดในใจในแผ่นดินซึ่งเขาได้ถูกจับไปเป็นเชลยและได้กลับใจ และได้ทำการวิงวอนต่อพระองค์ในแผ่นดินของผู้จับเขาไปเป็นเชลย ทูลว่า ‘ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำบาป และได้ประพฤติชั่วร้ายและอย่างอธรรม

(1พกษ. 8:49 [TBS1971])

ขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐานและคำวิงวอนของเขาในฟ้าสวรรค์ อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และขอทรงให้สิทธิอันชอบธรรมของเขาคงอยู่

(1พกษ. 8:52 [TBS1971])

ขอพระเนตรของพระองค์จงลืมอยู่ต่อคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และต่อคำวิงวอนของอิสราเอลประชากรของพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังเมื่อเขาทั้งหลายร้องต่อพระองค์

(1พกษ. 8:54 [TBS1971])

ครั้นซาโลมอนทรงจบคำอธิษฐาน และคำวิงวอนทั้งสิ้นนี้ต่อพระเจ้าแล้ว ​ก็ทรงลุกขึ้นจากหน้าแท่นบูชาของพระเจ้า ที่ซึ่งทรงคุกเข่าพร้อมกับกางพระหัตถ์สู่ฟ้าสวรรค์

(1พกษ. 8:59 [TBS1971])

ขอให้ถ้อยคำเหล่านี้ของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าได้วิงวอนขอต่อพระเจ้าให้อยู่ใกล้พระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเราทั้งวันและคืน และขอให้สิทธิอันชอบธรรมของผู้รับใช้ของพระองค์คงอยู่ และให้สิทธิอันชอบธรรมของอิสราเอลประชากรของพระองค์คงอยู่ ตามต้องการแต่ละวัน

(1พกษ. 9:3 [TBS1971])

และพระเจ้าตรัสกับท่านว่า “เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าและคำวิงวอนของเจ้า ซึ่งเจ้าได้กระทำต่อเรานั้นแล้ว เราได้รับพระนิเวศซึ่งเจ้าได้สร้างนี้ไว้เป็นสถานบริสุทธิ์ และได้ประดิษฐานชื่อของเราไว้ที่นั่นเป็นนิตย์ ตาของเราและใจของเราจะอยู่ที่นั่นตลอดไป

(1พกษ. 13:6 [TBS1971])

และพระราชาตรัสกับคนของพระเจ้าว่า “จงวิงวอนขอพระกรุณาแห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ขอจงอธิษฐานเพื่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะชักมือกลับเข้าหาตัวได้อีก” และคนของพระเจ้าก็วิงวอนต่อพระเจ้า และพระราชาก็ทรงชักพระหัตถ์กลับเข้าหาพระองค์ได้อีกและเป็นเหมือนเดิม

(2พกษ. 1:13 [TBS1971])

และพระราชารับสั่งให้นายห้าสิบคนที่สาม ไปพร้อมกับทหารห้าสิบคนของเขา และนายห้าสิบคนที่สามก็ขึ้นไป และคุกเข่าลงต่อหน้าเอลียาห์ และวิงวอนท่านว่า “ข้าแต่คนแห่งพระเจ้า ขอชีวิตของข้าพเจ้าและชีวิตของผู้รับใช้ของท่านอีกห้าสิบคนนี้ ให้เป็นสิ่งประเสริฐในสายตาของท่าน

(2พกษ. 13:4 [TBS1971])

แล้วเยโฮอาหาสได้วิงวอนพระเจ้า และพระเจ้าทรงฟังท่าน เพราะพระองค์ทรงเห็นการบีบบังคับอิสราเอล คือที่พระราชาแห่งซีเรียบีบบังคับเขาอย่างไร

(2พศด. 6:19 [TBS1971])

แต่ขอพระองค์ทรงสนพระทัยในคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และในคำวิงวอนนี้ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ​พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงร้องและคำอธิษฐาน ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์อธิษฐานต่อพระองค์

(2พศด. 6:21 [TBS1971])

และขอพระองค์ทรงสดับคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และของอิสราเอลประชากรของพระองค์ เมื่อเขาอธิษฐานตรงต่อสถานที่นี้ ขอพระองค์ทรงสดับอยู่ในฟ้าสวรรค์อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และเมื่อพระองค์ทรงสดับแล้ว ​ก็ขอพระองค์ทรงประทานอภัย

(2พศด. 6:24 [TBS1971])

ถ้าอิสราเอลประชากรของพระองค์พ่ายแพ้ต่อศัตรู เพราะเขาได้กระทำบาปต่อพระองค์ และเขาหันกลับมาหาพระองค์อีก ยอมรับพระนามของพระองค์ และอธิษฐานและกระทำการวิงวอนต่อพระองค์ในพระนิเวศนี้

(2พศด. 6:29 [TBS1971])

ไม่ว่าคำอธิษฐานอย่างใด หรือคำวิงวอนประการใด ซึ่งประชาชนคนใด หรืออิสราเอลประชากรของพระองค์ทั้งสิ้นทูล ต่างก็ประจักษ์ในภัยพิบัติและความทุกข์ใจของเขา และได้กางมือของเขาสู่พระนิเวศนี้

(2พศด. 6:35 [TBS1971])

แล้วขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐานของเขาและคำวิงวอนของเขาในฟ้าสวรรค์ และขอทรงให้สิทธิอันชอบธรรมของเขาคงอยู่

(2พศด. 6:37 [TBS1971])

แต่ถ้าเขาสำนึกผิดในใจในแผ่นดินซึ่งเขาได้ถูกจับไปเป็นเชลยและได้กลับใจ และได้ทำการวิงวอนต่อพระองค์ในแผ่นดินที่เขาไปเป็นเชลย ทูลว่า ‘ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำบาป และได้ประพฤติชั่วร้ายและอย่างอธรรม

(2พศด. 6:39 [TBS1971])

แล้วขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐานและคำวิงวอนของเขาในฟ้าสวรรค์ อันเป็นที่ประทับของพระองค์และขอทรงให้สิทธิอันชอบธรรมของเขาคงอยู่ และขอทรงประทานอภัยแก่ประชากรของพระองค์ผู้ได้กระทำบาปต่อพระองค์

(2พศด. 33:12 [TBS1971])

และเมื่อพระองค์ทรงทุกข์ยาก ​พระองค์ทรงวิงวอนขอพระกรุณาต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพระองค์ และถ่อมพระทัยลงอย่างมากต่อพระเจ้าของบรรพบุรุษของพระองค์

(2พศด. 33:13 [TBS1971])

พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าและพระเจ้าทรงรับคำวิงวอนของท่าน และทรงฟังคำอ้อนวอนของท่าน และนำท่านกลับมายังกรุงเยรูซาเล็มในราชอาณาจักรของท่านอีก แล้วมนัสเสห์ทรงทราบว่าพระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า

(2พศด. 33:19 [TBS1971])

และคำอธิษฐานของพระองค์ และเรื่องที่พระเจ้าทรงรับคำวิงวอนของพระองค์ บาปทั้งสิ้นของพระองค์ และความไม่ซื่อของพระองค์ทั้งสิ้น และสถานที่ซึ่งพระองค์ทรงสร้างปูชนียสถานสูง และตั้งบรรดาอาเชราห์และรูปเคารพ ก่อนที่พระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลงนั้น ดูเถิด เขาบันทึกไว้ในหนังสือประวัติที่ผู้ทำนายแต่ง

(อสร. 8:23 [TBS1971])

เราจึงอดอาหารและวิงวอนพระเจ้าของเราเพื่อเรื่องนี้ และพระองค์ทรงฟังเสียงร้องทูลของเรา

(อสธ. 4:8 [TBS1971])

โมรเดคัยยังได้ให้สำเนากฤษฎีกาเขียนที่ออกในสุสาสั่งให้ทำลายเขาทั้งหลายเพื่อนำไปแสดงแก่พระนางเอสเธอร์ อธิบายเรื่องให้พระนาง และกำชับให้พระนางเข้าเฝ้าพระราชา เพื่อทูลอ้อนวอนพระองค์ และวิงวอนพระองค์เพื่อเห็นแก่ชนชาติของพระนาง

(อสธ. 8:3 [TBS1971])

แล้วพระนางเอสเธอร์กราบทูลพระราชาอีก ​พระนางกราบลงที่พระบาทของพระองค์ และวิงวอนพระองค์ด้วยน้ำพระเนตร ขอให้แผนการร้ายของฮามาน คนอากัก และการปองร้ายซึ่งท่านได้คิดขึ้นต่อพวกยิวนั้นพ้นไปเสีย

(โยบ 8:5 [TBS1971])

ถ้าท่านจะหมั่นแสวงหาพระเจ้า และวิงวอนต่อองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

(โยบ 13:6 [TBS1971])

บัดนี้ขอฟังการหาเหตุผลของข้า และขอฟังคำวิงวอนแห่งริมฝีปากของข้า

(โยบ 19:16 [TBS1971])

ข้าเรียกคนใช้ของข้า แต่เขาไม่ตอบข้า ข้าต้องวิงวอนเขาด้วยปากของข้า

(โยบ 41:3 [TBS1971])

มันจะวิงวอนต่อเจ้าเป็นอันมากหรือ มันจะพูดด้วยคำอ่อนหวานกับเจ้าหรือ

(สดด. 6:9 [TBS1971])

พระเจ้าทรงสดับคำวิงวอนของข้า ​พระองค์ทรงรับคำอธิษฐานของข้า

(สดด. 28:2 [TBS1971])

ขอทรงฟังเสียงวิงวอนของข้าพระองค์ ขณะเมื่อข้าพระองค์ร้องทูลขอความอุปถัมภ์จากพระองค์ ขณะเมื่อข้าพระองค์ยกมือของข้าพระองค์ ขึ้นตรงต่ออภิสุทธิสถานของพระองค์

(สดด. 28:6 [TBS1971])

สาธุการแด่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงฟังเสียงวิงวอนของข้าพเจ้า

(สดด. 30:8 [TBS1971])

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์ และข้าพระองค์ได้วิงวอนพระเจ้าว่า

(สดด. 31:22 [TBS1971])

ข้าพระองค์ตกใจกล่าวว่า “ข้าพระองค์ถูกตัดขาดไปพ้นสายพระเนตรของพระองค์แล้ว” แต่พระองค์ยังทรงได้ยินคำวิงวอนของข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ร้องทูลขอความอุปถัมภ์จากพระองค์

(สดด. 55:1 [TBS1971])

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขออย่าซ่อนพระองค์เสียจากคำวิงวอนของข้าพระองค์

(สดด. 86:6 [TBS1971])

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระโสตฟังคำทูลอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงร้องทูลวิงวอนของข้าพระองค์

(สดด. 116:1 [TBS1971])

ข้าพเจ้ารักพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงฟังเสียงและคำวิงวอนของข้าพเจ้า

(สดด. 119:170 [TBS1971])

ขอคำวิงวอนของข้าพระองค์ขึ้นมาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ตามพระดำรัสของพระองค์

(สดด. 130:2 [TBS1971])

        ​​ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงฟังเสียงของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระโสต ฟังเสียงคำวิงวอนของข้าพระองค์

(สดด. 140:6 [TBS1971])

ข้าพเจ้าทูลพระเจ้าว่า “​พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังคำทูลวิงวอนของข้าพระองค์

(สดด. 142:1 [TBS1971])

ข้าพเจ้าร้องทูลพระเจ้าด้วยเสียงของข้าพเจ้า ด้วยเสียงของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าวิงวอนต่อพระเจ้า

(สดด. 143:1 [TBS1971])

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณสดับคำวิงวอนของข้าพระองค์ ขอทรงตอบข้าพระองค์ตามความสัตย์สุจริตของพระองค์ ตามความชอบธรรมของพระองค์

(สภษ. 6:3 [TBS1971])

บุตรชายของเราเอ๋ย จงทำอย่างนี้และช่วยตัวเจ้าให้รอดเถิด เพราะเจ้าตกอยู่ในกำมือเพื่อนบ้านของเจ้าแล้ว​ ไป รีบไปวิงวอนเพื่อนบ้านของเจ้า

(สภษ. 18:23 [TBS1971])

คนยากจนใช้คำวิงวอน แต่คนมั่งคั่งตอบเสียงห้วนๆ

(อสย. 19:22 [TBS1971])

และพระเจ้าจะโจมตีอียิปต์ ทรงโจมตีพลางทรงรักษาพลาง และเขาทั้งหลายจะหันกลับมาหาพระเจ้า และพระองค์จะทรงฟังคำวิงวอนของเขาและทรงรักษาเขา

(อสย. 45:14 [TBS1971])

พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า “ทรัพยากรของอียิปต์และสินค้ากำไรของเอธิโอเปีย และคนเสบา คนร่างสูง จะมาหาเจ้าและเป็นของเจ้า เขาจะติดตามเจ้า เขาจะติดตรวนมาหาและกราบไหว้เจ้า เขาจะวิงวอนเจ้าว่า ‘พระเจ้าอยู่กับท่านแน่ และไม่มีอื่นใดอีก ไม่มีพระเจ้าอื่น’ ”

(ยรม. 3:21 [TBS1971])

เขาได้ยินเสียงมาจากที่สูงโล้น เป็นเสียงร้องไห้และเสียงวิงวอนของบุตรทั้งหลายของอิสราเอล เพราะเขาได้แปรวิถีของเขาเสียแล้ว​ เขาได้ลืมพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขา

(ยรม. 7:16 [TBS1971])

ฝ่ายเจ้า เจ้าอย่าอธิษฐานเพื่อชนชาตินี้ อย่าร้องขึ้นหรืออธิษฐานเพื่อเขา และอย่าวิงวอนขอต่อเรา เพราะเราจะไม่ฟังเจ้า

(ยรม. 15:11 [TBS1971])

ข้าแต่พระเจ้า ถ้าข้าพระองค์มิได้วิงวอนพระองค์เพื่อความดีของเขา ถ้าข้าพระองค์มิได้ทูลขอต่อพระองค์เพื่อศัตรูในเวลาลำบากและในเวลาทุกข์ใจก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นเถิด ​พระเจ้าข้า

(ยรม. 26:19 [TBS1971])

เฮเซคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ และคนยูดาห์ทั้งสิ้นได้ฆ่าเขาเสียหรือ ท่านไม่ยำเกรงพระเจ้าและทูลวิงวอนขอพระเจ้าหรือ และพระเจ้ามิได้กลับพระทัยต่อโทษซึ่งพระองค์ทรงกำหนดให้เขาเหล่านั้นหรือ แต่เรากำลังจะนำเหตุร้ายใหญ่ยิ่งมาสู่ตัวเราเอง

(ยรม. 27:18 [TBS1971])

ถ้าเขาเหล่านั้นเป็นผู้เผยพระวจนะ และถ้าพระวจนะของพระเจ้าอยู่กับเขา ​ก็ขอให้เขาทูลวิงวอนต่อพระเจ้าจอมโยธาว่า ให้เครื่องใช้ซึ่งอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า และในพระราชวังของกษัตริย์แห่งยูดาห์ และในกรุงเยรูซาเล็ม อย่าให้ไปยังบาบิโลน

(ยรม. 36:7 [TBS1971])

ชะรอยคำทูลวิงวอนของเขาจะมาถึงพระเจ้า และทุกคนจะหันกลับจากทางชั่วของตัว เพราะความกริ้วและความพิโรธ ซึ่งพระเจ้าทรงประกาศเป็นโทษเหนือชนชาตินี้นั้นใหญ่หลวงนัก

(ยรม. 36:25 [TBS1971])

แม้ว่าเมื่อเอลนาธันและเดลายาห์และเกมาริยาห์ ได้ทูลวิงวอนพระราชามิให้พระองค์ทรงเผาหนังสือม้วนพระองค์หาทรงฟังไม่

(พคค. 1:17 [TBS1971])

เมืองศิโยนได้เหยียดมือทั้งสองออกวิงวอน แต่ก็ไม่มีใครที่เล้าโลมเธอได้ ​พระเจ้าทรงมีพระบัญชากล่าวโทษยาโคบ ว่าให้พวกที่อยู่ล้อมรอบยาโคบตั้งตัวขึ้นเป็นคู่อริ เยรูซาเล็มเป็นสิ่งโสโครกท่ามกลางเขาทั้งหลาย

(อสค. 16:34 [TBS1971])

ฉะนั้นเจ้าจึงผิดกับหญิงอื่นในเรื่องการเล่นชู้ของเจ้า ไม่มีใครมาวิงวอนให้เล่นชู้ และเจ้ากลับให้สินจ้าง ขณะเมื่อไม่มีผู้ใดให้สินจ้างแก่เจ้า เพราะฉะนั้นเจ้าจึงแตกต่างกัน

(ดนล. 6:11 [TBS1971])

แล้วคนเหล่านี้ก็ได้พากันมาและได้พบดาเนียลทูลขอ และวิงวอนอยู่ต่อพระเจ้าของท่าน

(ดนล. 9:3 [TBS1971])

แล้วข้าพเจ้าก็หันหน้าไปหาพระเจ้า แสวงหาด้วยการอธิษฐานและการวิงวอน ทั้งด้วยการอดอาหาร และนุ่งห่มผ้ากระสอบและนั่งบนมูลเถ้า

(ดนล. 9:13 [TBS1971])

ดังที่ได้จารึกไว้ในบัญญัติของโมเสสแล้ว วิบัติทั้งสิ้นก็ได้ตกอยู่เหนือข้าพระองค์ทั้งหลายแล้ว แต่ข้าพระองค์ทั้งหลายยังมิได้ทูลวิงวอนขอพระกรุณาจากพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย โดยหันเสียจากความบาปชั่วของข้าพระองค์ และเชื่อฟังความจริงของพระองค์

(ดนล. 9:17 [TBS1971])

ฉะนั้น ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอพระองค์ทรงสดับคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และคำวิงวอนของเขา ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อเห็นแก่พระองค์ ขอพระพักตร์ของพระองค์ทอแสงที่สถานศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ซึ่งร้างเปล่านั้น

(ดนล. 9:18 [TBS1971])

ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณสดับ ขอทรงลืมพระเนตรดูความร้างเปล่าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ทั้งนครซึ่งมีชื่อตามพระนามของพระองค์ เพราะว่าข้าพระองค์ทั้งหลายมิได้ถวายคำวิงวอนต่อพระองค์ ด้วยอ้างความชอบธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นเหตุ แต่ได้อ้างพระกรุณายิ่งใหญ่ของพระองค์

(ดนล. 9:20 [TBS1971])

ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังพูด กำลังอธิษฐานและสารภาพบาปของข้าพเจ้า และบาปของอิสราเอล ประชากรของข้าพเจ้า และเสนอคำวิงวอนของข้าพเจ้าต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้า เพื่อภูเขาบริสุทธิ์แห่งพระเจ้าของข้าพเจ้าอยู่นั้น

(ดนล. 9:23 [TBS1971])

ในตอนต้นแห่งคำวิงวอนของท่านก็มีคำหนึ่งออกไป ข้าพเจ้าจึงมาบอกให้ท่านทราบ เพราะท่านเป็นผู้ที่ทรงรักมาก เพราะฉะนั้นจงพิจารณาคำนั้นและเข้าใจนิมิตนั้น

(ยนา. 1:14 [TBS1971])

เพราะฉะนั้น เขาจึงร้องทูลต่อพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้งหลายขอวิงวอนต่อพระองค์ ขออย่าให้พวกข้าพระองค์พินาศ เพราะชีวิตของชายผู้นี้เลย ขออย่าให้โทษของการทำให้โลหิตที่ไร้ความผิดตกมาเหนือข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงพอพระทัย

(ศคย. 12:10 [TBS1971])

และเราจะเทวิญญาณแห่งความเมตตาเอ็นดูและการวิงวอนบนราชวงศ์ดาวิดและชาวเยรูซาเล็ม ดังนั้นเมื่อเขาทั้งหลายมองดูเรา​ ผู้ซึ่งเขาเองได้แทงเขาจะไว้ทุกข์เพื่อท่าน เหมือนคนไว้ทุกข์เพื่อบุตรคนเดียวของตน และร้องไห้อย่างขมขื่นเพื่อท่าน เหมือนอย่างคนร้องไห้เพื่อบุตรหัวปีของตน

(มธ. 18:26 [TBS1971])

ทาสลูกหนี้ผู้นั้นจึงกราบลงวิงวอนว่า ‘ข้าแต่ท่าน ขอโปรดผัดไว้ก่อน แล้วข้าพเจ้าจะใช้หนี้ทั้งสิ้น

(มก. 1:40 [TBS1971])

คนโรคเรื้อนคนหนึ่งมาหาพระองค์ คุกเข่าลงทูลวิงวอนพระองค์ว่า “เพียงแต่พระองค์จะโปรด ​ก็จะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์หายโรคได้

(ลก. 11:8 [TBS1971])

เราบอกท่านทั้งหลายว่า แม้เขาจะไม่ลุกขึ้นหยิบให้คนนั้นเพราะเป็นมิตรสหายกัน แต่ว่าเพราะวิงวอนมากเข้า เขาจึงจะลุกขึ้นหยิบให้ตามที่เขาต้องการ

(กจ. 16:15 [TBS1971])

เมื่อหญิงคนนั้นกับทั้งครอบครัวของเขาได้รับบัพติศมาแล้ว จึงอ้อนวอนเราว่า “ถ้าท่านเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า เชิญเข้ามาพักอาศัยในตึกของข้าพเจ้าเถิด” และเขาได้วิงวอนจนเราขัดไม่ได้

(กจ. 19:31 [TBS1971])

มีบางคนในพวกศาสนประธานที่ประจำแคว้นเอเชีย ซึ่งเป็นสหายของเปาโล​ ได้ใช้คนไปวิงวอนขอเปาโลมิให้เข้าไปในเวทีมหรสพ

(กจ. 25:2 [TBS1971])

พวกมหาปุโรหิตกับคนสำคัญๆ ในพวกยิวมาฟ้องเปาโลต่อท่าน และได้วิงวอน

(กจ. 25:24 [TBS1971])

เฟสทัสจึงทูลว่า “ดูก่อน ท่านกษัตริย์อากริปปาและท่านทั้งหลายที่อยู่ด้วยกันที่นี่ ท่านทั้งหลายเห็นคนนี้ ที่บรรดาพวกยิวได้วิงวอนข้าพเจ้าทั้งในกรุงเยรูซาเล็มและที่นี่ด้วย ร้องว่าเขาไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไป

(รม. 10:1 [TBS1971])

พี่น้องทั้งหลาย ความปรารถนาในจิตใจของข้าพเจ้า และคำวิงวอนขอต่อพระเจ้าเพื่อคนอิสราเอลนั้น คือขอด้วยหวังให้เขารอด

(รม. 12:1 [TBS1971])

พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย

(รม. 15:30 [TBS1971])

พี่น้องทั้งหลาย โดยพระเยซูคริสต์พระผู้เป็นเจ้าของเรา และโดยความรักของพระวิญญาณ ข้าพเจ้าวิงวอนขอให้ท่านช่วยอธิษฐานพระเจ้าด้วยใจร้อนรนเพื่อข้าพเจ้า

(รม. 16:17 [TBS1971])

พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่าน ให้สังเกตดูคนเหล่านั้นที่ก่อเหตุวิวาทและทำให้คนอื่นหลง ซึ่งเป็นการผิดคำสอนที่ท่านทั้งหลายได้เรียนมา จงเมินหน้าจากคนเหล่านั้น

(1คร. 1:10 [TBS1971])

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ขอให้ท่านปรองดองกัน อย่าถือพวกถือคณะ แต่ขอให้ท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

(2คร. 2:8 [TBS1971])

ดังนั้นข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้ยืนยันความรักต่อคนนั้นใหม่

(2คร. 6:1 [TBS1971])

ในเมื่อเราทำงานร่วมกับพระคริสต์แล้ว เราจึงขอวิงวอนท่านว่า อย่าสักแต่รับพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น

(2คร. 8:4 [TBS1971])

และเขายังได้วิงวอนเรามากมาย ขอให้เขามีส่วนในการช่วยธรรมิกชนด้วย

(2คร. 9:5 [TBS1971])

เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเห็นว่า สมควรจะวิงวอนให้พี่น้องเหล่านั้นไปหาท่านก่อนข้าพเจ้า และให้จัดเตรียมทานของท่านไว้ ตามที่ท่านได้สัญญาไว้แล้ว เพื่อทานนั้นจะมีอยู่พร้อม และจะเป็นทานที่ให้ด้วยใจศรัทธา มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ

(2คร. 9:14 [TBS1971])

เขาก็จะวิงวอนขอพระพรให้แก่ท่านทั้งหลายและอาลัยท่านเป็นอันมาก เพราะเหตุพระคุณของพระเจ้าซึ่งสถิตอยู่ในท่านอย่างเหลือล้น

(2คร. 10:1 [TBS1971])

ข้าพเจ้า ​เปาโล​ ขอวิงวอนต่อท่านเป็นส่วนตัว โดยเห็นแก่ความอ่อนสุภาพและพระทัยกรุณาของพระคริสต์​ ข้าพเจ้าผู้ซึ่งท่านว่า เป็นคนสุภาพถ่อมตนเมื่ออยู่กับท่านทั้งหลาย แต่เมื่ออยู่ต่างหากก็เป็นคนใจกล้า

(2คร. 12:8 [TBS1971])

เรื่องหนามใหญ่นั้น ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า

(2คร. 13:11 [TBS1971])

ในที่สุดนี้พี่น้องทั้งหลาย ขอลาก่อน ท่านจงปรับปรุงตัวให้ดี จงฟังคำวิงวอนของข้าพเจ้า จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และพระเจ้าแห่งความรักและสันติสุขจะทรงสถิตอยู่กับท่าน

(กท. 4:12 [TBS1971])

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนให้ท่านเป็นเหมือนข้าพเจ้า เพราะว่าข้าพเจ้าก็ได้กลายเป็นอย่างท่านแล้วเหมือนกัน ท่านไม่ได้ทำผิดต่อข้าพเจ้าเลย

(อฟ. 4:1 [TBS1971])

เหตุฉะนั้นข้าพเจ้า ผู้ถูกจำจองเพราะเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอวิงวอนท่านให้ดำเนินชีวิตสมกับพันธกิจอันเนื่องจากการทรงเรียกท่านนั้น

(อฟ. 6:18 [TBS1971])

จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อธรรมิกชนทุกคน

(ฟป. 4:6 [TBS1971])

อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ

(1ธส. 4:1 [TBS1971])

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดนี้ เราขอวิงวอนและเตือนสติท่านในพระเยซูเจ้าว่า ท่านได้เรียนจากเราแล้วว่าควรจะประพฤติอย่างไร จึงจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า ท่านกำลังประพฤติอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ขอประพฤติให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

(1ธส. 4:10 [TBS1971])

ความจริงท่านได้ประพฤติต่อพวกพี่น้องทั่วแคว้นมาซิโดเนียเช่นนั้นอยู่ แต่พี่น้องทั้งหลาย เราขอวิงวอนท่านให้มีความรักทวีขึ้นอีก

(1ธส. 5:12 [TBS1971])

พี่น้องทั้งหลาย เราขอวิงวอนท่านให้นับถือคนที่ทำงานอยู่ในพวกท่าน ซึ่งปกครองท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้า และตักเตือนท่าน

(1ธส. 5:14 [TBS1971])

และพี่น้องทั้งหลาย เราขอวิงวอนพวกท่านให้ตักเตือนคนที่เกียจคร้าน หนุนน้ำใจผู้ที่ท้อใจ ชูกำลังคนที่อ่อนกำลัง และมีใจอดเอาเบาสู้ต่อคนทั้งปวง

(2ธส. 2:1 [TBS1971])

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เรื่องการซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าของเราจะเสด็จมา และที่พระองค์จะทรงรวบรวมเราทั้งหลายไปเป็นของพระองค์นั้น เราขอวิงวอนท่านว่า

(1ทธ. 2:1 [TBS1971])

เหตุฉะนั้นก่อนสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้าขอร้องท่านทั้งหลายให้วิงวอนอธิษฐานทูลขอ และขอบพระคุณเพื่อคนทั้งปวง

(1ทธ. 5:5 [TBS1971])

ฝ่ายผู้หญิงที่เป็นแม่ม่ายไร้ที่พึ่ง และอยู่แต่ลำพังผู้เดียวนั้นก็ย่อมมอบความหวังไว้กับพระเจ้า และวิงวอนอธิษฐานทั้งกลางวันกลางคืนไม่ขาด

(ฮบ. 5:7 [TBS1971])

ฝ่ายพระเยซู​ ขณะเมื่อพระองค์ทรงเป็นมนุษย์อยู่นั้น ​พระองค์ได้ทรงร้องอธิษฐาน และทูลวิงวอนด้วยน้ำพระเนตรไหล ต่อพระเจ้าผู้ทรงสามารถช่วยพระองค์ให้พ้นจากความตายได้ และพระเจ้าได้ทรงสดับเนื่องด้วยความยำเกรงของพระเยซู

(ฮบ. 13:22 [TBS1971])

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้เพียรฟังคำเตือนสตินี้ เพราะข้าพเจ้าได้เขียนมาถึงท่านทั้งหลายแต่เพียงย่อๆ เท่านั้น

(1ปต. 2:11 [TBS1971])

ดูก่อนท่านที่รัก ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านทั้งหลาย ผู้อาศัยในโลกอย่างโลกไม่เป็นบ้านเกิดเมืองนอน ให้เว้นจากตัณหาของเนื้อหนัง ซึ่งเป็นข้าศึกต่อวิญญาณจิตของท่าน

(2ยน. 1:5 [TBS1971])

และดูก่อนท่านสุภาพสตรี บัดนี้ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่าน มิใช่เสมือนหนึ่งว่าข้าพเจ้าเขียนบัญญัติใหม่ถึงท่าน แต่เป็นพระบัญญัติที่เราได้มีมาแล้วตั้งแต่เริ่มแรก นั่นก็คือให้เราทั้งหลายรักกันและกัน

(ยด. 1:3 [TBS1971])

ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้ตั้งใจจะเขียนถึงท่านเรื่องความรอดร่วมกัน แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า จำเป็นจะต้องเขียนวิงวอนท่านให้ต่อสู้เพื่อหลักคำสอนที่เชื่อกันอยู่ ที่ได้ทรงโปรดมอบไว้แก่ธรรมิกชนครั้งเดียวเป็นพอนั้น

อ้อนวอน จาก ฉบับ THSV  จำนวน 46 ข้อ

(ปฐก. 33:11 [THSV Free])

ข้าพเจ้าขอท่านรับของขวัญที่นำมาให้ท่าน เพราะพระเจ้าทรงกรุณาข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็มีพอเพียงแล้ว” ท่านอ้อนวอนเอซาว เขาจึงรับไว้

(ปฐก. 42:21 [THSV Free])

พวกพี่ชายจึงพูดกันว่า “สมควรแล้วที่เรามีความผิดเรื่องน้องของเรา เพราะเราได้เห็นความทุกข์ใจของน้องเมื่อเขาอ้อนวอนเรา แต่เราไม่ฟัง เพราะฉะนั้นความทุกข์ใจครั้งนี้จึงเกิดแก่เรา

(ฉธบ. 3:23 [THSV Free])

เวลานั้นข้าพเจ้าอ้อนวอนพระยาห์เวห์ว่า

(1ซมอ. 28:23 [THSV Free])

แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ รับสั่งว่า “ไม่กิน” แต่พวกมหาดเล็กกับหญิงนั้นอ้อนวอนพระองค์ พระองค์ก็ทรงฟังเสียงของพวกเขา พระองค์ทรงลุกขึ้นจากพื้นดินและประทับบนเตียง

(2ซมอ. 12:16 [THSV Free])

ดาวิดก็ทรงอ้อนวอนพระเจ้าเพื่อพระกุมารนั้น และดาวิดทรงอดอาหารและบรรทมบนพื้นดินคืนยังรุ่ง

(1พกษ. 9:3 [THSV Free])

และพระยาห์เวห์ตรัสกับท่านว่า “เราได้ยินคำอธิษฐานและคำวิงวอนของเจ้า ซึ่งเจ้าได้อ้อนวอนเรานั้นแล้ว เราได้ทำนิเวศนี้ซึ่งเจ้าได้สร้างไว้ให้บริสุทธิ์ และได้ใส่นามของเราไว้ที่นั่นเป็นนิตย์ ตาของเราและใจของเราจะอยู่ที่นั่นตลอดไป

(2พศด. 33:13 [THSV Free])

พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าและพระเจ้าทรงฟังคำวิงวอน และคำอ้อนวอนของพระองค์ และทรงให้พระองค์กลับมายังกรุงเยรูซาเล็มในราชอาณาจักรของพระองค์อีก แล้วมนัสเสห์ทรงทราบว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้า

(นหม. 4:9 [THSV Free])

แต่พวกเราได้อ้อนวอนต่อพระเจ้าของเรา และวางยามป้องกันพวกเขาทั้งกลางวันและกลางคืน

(อสธ. 4:8 [THSV Free])

โมรเดคัยยังได้ให้สำเนาบันทึกกฤษฎีกาที่ออกในสุสา สั่งให้ทำลายพวกเขา เพื่อให้ฮาธาคนำไปแสดงต่อพระนางเอสเธอร์ และอธิบายเรื่องราวต่อพระนาง พร้อมกับกำชับให้พระนางเข้าเฝ้ากษัตริย์ เพื่อทูลอ้อนวอนพระองค์ และวิงวอนพระองค์เพื่อชนชาติของพระนาง

(สดด. 34:15 [THSV Free])

พระเนตรของพระยาห์เวห์เฝ้าดูคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับคำอ้อนวอนของเขา

(อสย. 53:12 [THSV Free])

เพราะฉะนั้นเราจะแบ่งส่วนหนึ่งแก่เขาเช่นเดียวกับคนใหญ่โต และเขาจะแบ่งของริบกับพวกผู้ยิ่งใหญ่ เพราะเขาเทตัวของเขาลงถึงความมรณะ และถูกนับเข้ากับพวกคนทรยศ เขาเองแบกบาปของคนจำนวนมาก และเขาอ้อนวอนเพื่อพวกคนทรยศ

(อสย. 59:16 [THSV Free])

พระองค์ทรงเห็นว่าไม่มีผู้ใดเลย และประหลาดพระทัยว่าไม่มีใครอ้อนวอนเผื่อ แล้วพระกรของพระองค์เองก็นำชัยชนะมาให้พระองค์ และความชอบธรรมของพระองค์เชิดชูพระองค์ไว้

(ยรม. 15:11 [THSV Free])

พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราไม่ได้ปลดปล่อยเจ้าเพราะประสงค์ดีหรือเราไม่ได้ให้ศัตรูมาอ้อนวอนต่อเจ้าในเวลาลำบากและในเวลาทุกข์ใจหรือ?

(ยรม. 42:9 [THSV Free])

และบอกเขาว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ซึ่งท่านได้ใช้ให้ข้าพเจ้านำเอาคำอ้อนวอนของท่านไปเสนอพระองค์นั้น ได้ตรัสดังนี้ว่า

(มลค. 1:9 [THSV Free])

ลองอ้อนวอนขอความชอบต่อพระเจ้า เพื่อพระองค์จะทรงพระกรุณาต่อพวกเราดูซี ด้วยของถวายดังกล่าวมานี้จากมือของเจ้า พระองค์จะทรงชอบพอเจ้าสักคนหนึ่งหรือพระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ

(มธ. 8:5 [THSV Free])

เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม มีนายร้อยคนหนึ่งมาอ้อนวอนพระองค์

(มธ. 8:31 [THSV Free])

ผีเหล่านั้นอ้อนวอนพระองค์ว่า “ถ้าท่านขับเราออกก็ขอให้เข้าไปอยู่ในฝูงสุกรนั้นเถิด

(มธ. 8:34 [THSV Free])

นี่แน่ะ คนทั้งเมืองพากันออกมาหาพระเยซู เมื่อพบพระองค์แล้ว พวกเขาจึงอ้อนวอนขอให้พระองค์เสด็จไปเสียจากเขตแดนของพวกเขา

(มธ. 9:38 [THSV Free])

เพราะฉะนั้นท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ทรงส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์

(มธ. 18:29 [THSV Free])

เพื่อนทาสคนนั้นจึงกราบลงอ้อนวอนว่า ‘ขอผัดไว้ก่อนแล้วข้าจะใช้ให้

(มธ. 18:32 [THSV Free])

ท่านจึงเรียกทาสนั้นมาตรัสว่า ‘ไอ้ข้าชั่วร้าย เรายกหนี้ให้เอ็งทั้งหมด ก็เพราะเอ็งอ้อนวอนเรา

(มก. 5:10 [THSV Free])

มันจึงอ้อนวอนพระองค์อย่างมาก ที่จะไม่ให้ขับไล่พวกมันออกจากเขตแดนเมืองนั้น

(มก. 5:12 [THSV Free])

ผีเหล่านั้นก็อ้อนวอนพระองค์ว่า “ขอส่งพวกเราเข้าไปในฝูงสุกร เพื่อให้พวกเราสิงในตัวพวกมัน

(มก. 5:17 [THSV Free])

คนทั้งหลายจึงพากันอ้อนวอนขอให้พระองค์เสด็จไปเสียจากเขตเมืองของพวกเขา

(มก. 5:18 [THSV Free])

ขณะที่พระองค์กำลังเสด็จลงเรือ คนที่เคยถูกผีสิงอ้อนวอนขอติดตามพระองค์ไปด้วย

(มก. 5:23 [THSV Free])

แล้วทูลอ้อนวอนพระองค์ว่า “ลูกสาวเล็กๆ ของข้าพระองค์ป่วยหนัก ขอพระองค์เสด็จไปวางพระหัตถ์บนเธอ เพื่อเธอจะหายโรคและมีชีวิตอยู่

(มก. 7:26 [THSV Free])

หญิงผู้นี้มีเชื้อชาติซีเรียฟีนิเซีย เป็นคนต่างศาสนา นางทูลอ้อนวอนขอให้พระองค์ขับผีออกจากลูกสาวของนาง

(มก. 8:22 [THSV Free])

พระองค์กับพวกสาวกจึงไปยังเมืองเบธไซดา มีบางคนพาคนตาบอดคนหนึ่งมาหาพระองค์ และทูลอ้อนวอนขอให้พระองค์ทรงสัมผัสคนนั้น

(ลก. 4:38 [THSV Free])

เมื่อพระองค์ทรงลุกออกจากธรรมศาลา ก็เสด็จเข้าไปในบ้านของซีโมน แม่ยายของซีโมนกำลังป่วยมีไข้สูง พวกเขาจึงอ้อนวอนขอให้พระองค์ช่วยนาง

(ลก. 5:12 [THSV Free])

ต่อมาขณะที่พระเยซูประทับอยู่ในเมืองแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีคนหนึ่งเป็นโรคเรื้อนเต็มทั้งตัว เมื่อเขาเห็นพระเยซูก็ซบหน้าลงถึงดินทูลอ้อนวอนพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอเพียงแต่พระองค์เต็มพระทัยเท่านั้น ก็จะทำให้ข้าพระองค์หายสะอาดได้

(ลก. 7:3 [THSV Free])

เมื่อนายร้อยได้ยินเรื่องพระเยซู จึงส่งผู้ใหญ่บางคนของพวกยิวไปอ้อนวอน เชิญพระองค์เสด็จมารักษาทาสของเขา

(ลก. 7:4 [THSV Free])

พวกเขาจึงไปหาพระเยซูแล้วก็อ้อนวอนพระองค์ด้วยใจกระตือรือร้นว่า “นายร้อยคนนั้นเป็นคนที่พระองค์สมควรจะทำสิ่งนี้ให้

(ลก. 8:31 [THSV Free])

พวกผีก็อ้อนวอนขอพระองค์อย่าสั่งให้พวกมันกลับไปที่นรกขุมลึก

(ลก. 8:32 [THSV Free])

ขณะนั้นมีสุกรฝูงใหญ่กำลังหากินอยู่บนไหล่เขา ผีเหล่านั้นจึงอ้อนวอนพระองค์ ขออนุญาตให้พวกมันเข้าสิงในสุกรฝูงนั้น พระองค์ก็ทรงอนุญาต

(ลก. 8:41 [THSV Free])

นี่แน่ะ มีชายคนหนึ่งชื่อไยรัส เป็นนายธรรมศาลา เขามากราบที่พระบาทของพระเยซูอ้อนวอนขอให้พระองค์เสด็จไปที่บ้านของเขา

(ลก. 10:2 [THSV Free])

พระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมาก แต่คนงานยังน้อยอยู่ เพราะฉะนั้นพวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์

(ยน. 4:47 [THSV Free])

เมื่อท่านทราบข่าวว่าพระเยซูเสด็จออกจากแคว้นยูเดียไปแคว้นกาลิลีแล้ว ท่านจึงไปอ้อนวอนพระองค์ขอให้เสด็จไปรักษาบุตรของตนเพราะว่าเขาใกล้จะตายแล้ว

(ยน. 16:26 [THSV Free])

ในวันนั้นพวกท่านจะทูลขอในนามของเรา และเราจะไม่บอกท่านว่าเราจะอ้อนวอนพระบิดาเพื่อท่าน

(กจ. 8:24 [THSV Free])

ซีโมนจึงตอบว่า “ขอพวกท่านช่วยอ้อนวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อว่าเหตุการณ์ที่พวกท่านกล่าวนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าแม้แต่อย่างเดียว

(กจ. 10:2 [THSV Free])

ท่านและครอบครัวเป็นคนเคร่งศาสนาและเกรงกลัวพระเจ้า ท่านให้ทานแก่ประชาชนอย่างมากมายและอ้อนวอนพระเจ้าอยู่เสมอ

(กจ. 13:42 [THSV Free])

ขณะที่ท่านทั้งสองกำลังเดินออกไป คนทั้งหลายก็อ้อนวอนพวกท่านให้กล่าวคำเหล่านั้นให้พวกเขาฟังอีกในวันสะบาโตหน้า

(กจ. 16:9 [THSV Free])

ในเวลากลางคืน เปาโลได้รับนิมิตเห็นชาวมาซิโดเนียคนหนึ่งยืนอ้อนวอนว่า “ขอมาช่วยเราในแคว้นมาซิโดเนียด้วย

(กจ. 16:15 [THSV Free])

เมื่อหญิงคนนั้นกับครัวเรือนของนางได้รับบัพติศมาแล้ว จึงอ้อนวอนเราว่า “ถ้าท่านทั้งหลายเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ขอเชิญเข้ามาพักอาศัยในบ้านของข้าพเจ้าเถิด” และนางก็ได้วิงวอนจนเราขัดไม่ได้

(กจ. 21:12 [THSV Free])

เมื่อเราได้ยินอย่างนั้น เรากับคนที่นั่นจึงอ้อนวอนเปาโลไม่ให้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม

(ฮบ. 12:19 [THSV Free])

หรือมาถึงเสียงแตร หรือมาถึงพระสุรเสียงตรัส ที่คนเหล่านั้นเมื่อได้ยินแล้วก็อ้อนวอนขอไม่ให้ตรัสกับพวกเขาอีก

(1ปต. 3:12 [THSV Free])

เพราะว่าพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าเฝ้าดูคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับคำอ้อนวอนของพวกเขา แต่พระพักตร์ของพระองค์ต่อสู้กับคนเหล่านั้นที่ทำชั่ว

อ้อนวอน จาก ฉบับ TBS1971  จำนวน 47 ข้อ

(ปฐก. 33:11 [TBS1971])

ข้าพเจ้าอ้อนวอน ขอท่านรับของขวัญที่นำมาให้ท่าน เพราะพระเจ้าทรงโปรดกรุณาข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็มีพอเพียงแล้ว” เขาอ้อนวอนอย่างนี้เอซาวจึงรับไว้

(ปฐก. 42:21 [TBS1971])

พวกพี่ชายจึงพูดกันว่า “ที่จริงเรามีความผิดเรื่องน้องเรา เพราะเราได้เห็นความทุกข์ใจของน้องเมื่อเขาอ้อนวอนเรา แต่แล้วมิได้ฟัง เพราะฉะนั้นความทุกข์ใจทั้งนี้จึงบังเกิดแก่เรา

(ฉธบ. 3:23 [TBS1971])

ครั้งนั้นข้าพเจ้าได้อ้อนวอนพระเจ้าว่า

(วนฉ. 14:15 [TBS1971])

พอถึงวันที่เจ็ดเขาจึงไปอ้อนวอนภรรยาของแซมสันว่า “จงลวงสามีของเจ้าให้แก้ปริศนานี้ให้เราฟัง มิฉะนั้นเราจะเอาไฟเผาเจ้ากับบ้านครอบครัวบิดาของเจ้าเสีย เจ้าเชิญเรามาหวังจะทำให้เรายากจนหรือ

(1ซมอ. 28:23 [TBS1971])

พระองค์ก็ทรงปฏิเสธ รับสั่งว่า “ไม่กิน” แต่มหาดเล็กกับหญิงนั้นอ้อนวอนพระองค์ ​พระองค์ก็ทรงฟังเสียงของเขา ​พระองค์ทรงลุกขึ้นประทับบนเตียง

(2ซมอ. 12:16 [TBS1971])

ดาวิดก็ทรงอ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อพระกุมารนั้น และดาวิดทรงอดพระกระยาหารและบรรทมบนพื้นดินคืนยังรุ่ง

(2พศด. 33:13 [TBS1971])

พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าและพระเจ้าทรงรับคำวิงวอนของท่าน และทรงฟังคำอ้อนวอนของท่าน และนำท่านกลับมายังกรุงเยรูซาเล็มในราชอาณาจักรของท่านอีก แล้วมนัสเสห์ทรงทราบว่าพระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า

(นหม. 4:9 [TBS1971])

แต่เราทั้งหลายได้อ้อนวอนต่อพระเจ้าของเรา และวางยามป้องกันเขาทั้งหลายทั้งกลางวันและกลางคืน

(อสธ. 4:8 [TBS1971])

โมรเดคัยยังได้ให้สำเนากฤษฎีกาเขียนที่ออกในสุสาสั่งให้ทำลายเขาทั้งหลายเพื่อนำไปแสดงแก่พระนางเอสเธอร์ อธิบายเรื่องให้พระนาง และกำชับให้พระนางเข้าเฝ้าพระราชา เพื่อทูลอ้อนวอนพระองค์ และวิงวอนพระองค์เพื่อเห็นแก่ชนชาติของพระนาง

(สดด. 34:15 [TBS1971])

พระเนตรของพระเจ้า เห็นคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับคำอ้อนวอนของเขา

(อสย. 53:12 [TBS1971])

ฉะนี้ เราจะแบ่งส่วนหนึ่งให้ท่านกับผู้ยิ่งใหญ่ และท่านจะแบ่งรางวัลกับคนแข็งแรง​ เพราะท่านเทวิญญาณจิตของท่านถึงความมรณะ และถูกนับเข้ากับคนทรยศ ถึงกระนั้นท่านก็แบกบาปของคนเป็นอันมาก และทำการอ้อนวอนเพื่อผู้ทรยศ

(อสย. 59:16 [TBS1971])

พระองค์ทรงเห็นว่าไม่มีคนใดเลย ทรงประหลาดพระทัยว่าไม่มีใครอ้อนวอนเผื่อ แล้วพระกรของพระองค์เองก็นำความรอดมา และความชอบธรรมของพระองค์ชูพระองค์ไว้

(ยรม. 42:2 [TBS1971])

และพูดกับเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะว่า “ขอให้คำอ้อนวอนของข้าพเจ้าทั้งหลายมาอยู่ต่อหน้าท่าน และขอท่านอธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเพื่อเราทั้งหลาย เพื่อคนที่เหลืออยู่นี้ทั้งสิ้น (​เพราะเรามีเหลือน้อยจากคนมาก ตามที่ท่านเห็นอยู่กับตาแล้ว​)​

(ยรม. 42:9 [TBS1971])

และบอกเขาว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ซึ่งท่านได้ใช้ให้ข้าพเจ้านำเอาคำอ้อนวอนของท่านไปเสนอพระองค์นั้น ได้ตรัสดังนี้ว่า

(มลค. 1:9 [TBS1971])

ลองอ้อนวอนขอความชอบต่อพระเจ้า เพื่อพระองค์จะทรงพระกรุณาต่อพวกเราดูซี ด้วยของถวายดังกล่าวมานี้จากมือของเจ้า ​พระองค์จะทรงชอบพอเจ้าสักคนหนึ่งหรือ ​พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ

(มธ. 8:5 [TBS1971])

เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม มีนายร้อยคนหนึ่งมาอ้อนวอนพระองค์

(มธ. 8:31 [TBS1971])

ผีเหล่านั้นได้อ้อนวอนพระองค์ว่า “ถ้าท่านขับพวกเราออกก็ขอให้เข้าอยู่ในฝูงสุกรนั้นเถิด

(มธ. 8:34 [TBS1971])

ดูเถิด คนทั้งนครพากันออกมาหาพระเยซู เมื่อพบพระองค์แล้ว เขาจึงอ้อนวอนขอให้พระองค์ไปเสียจากเขตแดนของเขา

(มธ. 9:38 [TBS1971])

เหตุนั้นพวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาก็เกี่ยวพืชผลของพระองค์

(มธ. 18:29 [TBS1971])

เพื่อนทาสคนนั้นได้กราบลงอ้อนวอนว่า ‘ขอโปรดผัดไว้ก่อนแล้วข้าพเจ้าจะใช้ให้

(มธ. 18:32 [TBS1971])

ท่านจึงทรงเรียกทาสนั้นมาสั่งว่า ‘อ้ายข้าชาติชั่ว เราได้โปรดยกหนี้ให้เอ็งหมด เพราะเอ็งได้อ้อนวอนเรา

(มก. 5:10 [TBS1971])

มันจึงอ้อนวอนพระองค์เป็นอันมาก มิให้ขับไล่มันออกจากแดนเมืองนั้น

(มก. 5:12 [TBS1971])

ผีเหล่านั้นก็อ้อนวอนพระองค์ว่า “ขอโปรดให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเข้าในสุกรเหล่านี้เถิด

(มก. 5:17 [TBS1971])

คนทั้งหลายจึงพากันอ้อนวอนพระองค์ให้เสด็จไปเสียจากเขตแดนเมืองของเขา

(มก. 5:18 [TBS1971])

เมื่อพระองค์กำลังเสด็จลงเรือ คนที่ผีได้สิงแต่ก่อนนั้นได้อ้อนวอนขอติดตามพระองค์ไป

(มก. 5:23 [TBS1971])

แล้วทูลอ้อนวอนพระองค์ว่า “ลูกสาวเล็กๆ ของข้าพระองค์เจ็บ เกือบจะตายแล้ว ขอเชิญพระองค์ไปวางพระหัตถ์บนเขา เพื่อเขาจะได้หายโรคและไม่ตาย

(มก. 7:26 [TBS1971])

ผู้หญิงนั้นมีเชื้อชาติซีเรียฟีนิเซีย พูดภาษากรีก แล้วนางทูลอ้อนวอนขอพระองค์ให้ขับผีออกจากลูกสาวของตน

(มก. 8:22 [TBS1971])

พระองค์กับสาวกจึงไปยังเมืองเบธไซดา เขาพาคนตาบอดคนหนึ่งมาหาพระองค์ ทูลอ้อนวอนขอพระองค์ให้โปรดถูกต้องคนนั้น

(ลก. 4:38 [TBS1971])

ฝ่ายพระองค์ทรงลุกขึ้นออกจากธรรมศาลา เสด็จเข้าไปในเรือนของซีโมน แม่ยายซีโมนป่วยเป็นไข้หนัก เขาทั้งหลายจึงอ้อนวอนพระองค์ให้ช่วยหญิงนั้น

(ลก. 5:12 [TBS1971])

เมื่อพระเยซู ทรงอยู่ในเมืองหนึ่ง นี่แน่ะมีคนเป็นโรคเรื้อนเต็มทั้งตัว เมื่อเขาเห็นพระเยซูก็ซบหน้าลงถึงดินอ้อนวอนทูลพระองค์ว่า “​พระองค์เจ้าข้า เพียงแต่พระองค์จะโปรดก็จะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์หายโรคได้

(ลก. 7:3 [TBS1971])

เมื่อนายร้อยได้ยินถึงพระเยซู จึงใช้ผู้ใหญ่บางคนของพวกยิวให้ไปอ้อนวอน เชิญพระองค์เสด็จมารักษาทาสของตน

(ลก. 7:4 [TBS1971])

เมื่อเขาเหล่านั้นมาถึงพระเยซูแล้ว เขาก็อ้อนวอนพระองค์ด้วยใจร้อนรนว่า “นายร้อยนั้นเป็นคนสมควรที่พระองค์จะกระทำการนั้นให้ท่าน

(ลก. 8:31 [TBS1971])

ผีนั้นจึงอ้อนวอนขอพระองค์มิให้สั่งให้มันกลับไปยังนรกขุมลึก

(ลก. 8:32 [TBS1971])

ตำบลนั้น มีสุกรฝูงใหญ่กำลังหากินอยู่ที่ภูเขา ผีเหล่านั้นได้อ้อนวอนพระองค์ ขออนุญาตให้มันเข้าสิงในฝูงสุกร ​พระองค์ก็ทรงอนุญาต

(ลก. 8:37 [TBS1971])

ชาวเมืองเก-ราซาและคนทั้งปวงที่อยู่ตามชนบทโดยรอบ จึงอ้อนวอนพระองค์ให้ไปเสียจากเขา เพราะว่าเขากลัวยิ่งนัก ​พระองค์จึงเสด็จลงเรือกลับไป

(ลก. 8:38 [TBS1971])

คนที่ผีออกจากตัวนั้นอ้อนวอนขอติดตามพระองค์ แต่พระเยซูตรัสสั่งเขาให้ไปว่า

(ลก. 8:41 [TBS1971])

นี่แน่ะ มีชายคนหนึ่งชื่อไยรัส เป็นนายธรรมศาลามากราบลงที่พระบาทพระเยซู อ้อนวอนพระองค์ให้เสด็จเข้าไปในตึกของเขา

(ลก. 10:2 [TBS1971])

พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมากแต่คนงานยังน้อยอยู่ เหตุฉะนั้น พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาก็เกี่ยวพืชผลของพระองค์

(ยน. 4:47 [TBS1971])

เมื่อท่านได้ทราบข่าวว่า ​พระเยซูได้เสด็จจากแคว้นยูเดียไปยังแคว้นกาลิลีแล้ว ท่านจึงไปทูลอ้อนวอนพระองค์ให้เสด็จไปรักษาบุตรของตน เพราะบุตรจวนจะตายแล้ว

(ยน. 16:26 [TBS1971])

ในวันนั้นพวกท่านจะทูลขอในนามของเรา และเราจะไม่บอกท่านว่า เราจะอ้อนวอนพระบิดาเพื่อท่าน

(กจ. 7:59 [TBS1971])

เขาจึงเอาหินขว้างสเทเฟน​ เมื่อกำลังอ้อนวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ว่า “ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอทรงโปรดรับจิตวิญญาณของข้าพระองค์ด้วย

(กจ. 13:42 [TBS1971])

เมื่อท่านทั้งสองกำลังเดินออกไป คนทั้งหลายก็อ้อนวอนท่านให้กล่าวคำเหล่านั้นให้เขาฟังอีก ในวันสะบาโตหน้า

(กจ. 16:9 [TBS1971])

ในเวลากลางคืน ​เปาโลได้นิมิตเห็นชาวมาซิโดเนียคนหนึ่งยืนอ้อนวอนว่า “ขอโปรดมาช่วยพวกข้าพเจ้าในแคว้นมาซิโดเนียเถิด

(กจ. 16:15 [TBS1971])

เมื่อหญิงคนนั้นกับทั้งครอบครัวของเขาได้รับบัพติศมาแล้ว จึงอ้อนวอนเราว่า “ถ้าท่านเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า เชิญเข้ามาพักอาศัยในตึกของข้าพเจ้าเถิด” และเขาได้วิงวอนจนเราขัดไม่ได้

(กจ. 21:12 [TBS1971])

ครั้นเราได้ยินดังนั้น เรากับคนทั้งหลายที่อยู่ที่นั่น จึงอ้อนวอนเปาโลมิให้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม

(ฮบ. 12:19 [TBS1971])

และถึงเสียงแตร และถึงพระสุรเสียงตรัส ซึ่งคนเหล่านั้นที่ได้ยินแล้วได้อ้อนวอนขอไม่ให้ตรัสแก่เขาอีก

(1ปต. 3:12 [TBS1971])

เพราะว่าพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าเฝ้าดูคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์ทรงสดับคำอ้อนวอนของเขา แต่พระพักตร์ของพระองค์ไม่เป็นมิตรกับคนทั้งหลายที่ทำความชั่ว 

ขอร้อง จาก ฉบับ THSV  จำนวน 28 ข้อ

(1ซมอ. 25:35 [THSV Free])

แล้วดาวิดก็รับบรรดาสิ่งที่นางนำมาจากมือของนาง และดาวิดพูดกับนางว่า “จงกลับไปบ้านของเจ้าด้วยสวัสดิภาพเถิด ดูสิเราได้ฟังเสียงของเจ้าแล้ว และเรารับคำขอร้องของเจ้า

(ยรม. 42:4 [THSV Free])

เยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะกล่าวแก่พวกเขาว่า “ข้าพเจ้าได้ยินแล้ว นี่แน่ะ ข้าพเจ้าจะอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน ตามคำขอร้องของพวกท่าน และพระยาห์เวห์ทรงตอบท่านประการใด ข้าพเจ้าจะบอกแก่ท่าน ข้าพเจ้าจะไม่ปิดบังสิ่งใดไว้จากท่านเลย

(กจ. 9:38 [THSV Free])

เมืองลิดดานั้นอยู่ใกล้กับเมืองยัฟฟา เมื่อพวกสาวกได้ยินว่าเปโตรอยู่ที่นั่น จึงใช้คนสองคนไปขอร้องท่านว่า “เชิญมาหาโดยด่วน

(กจ. 25:24 [THSV Free])

เฟสทัสทูลว่า “ข้าแต่กษัตริย์อากริปปาและท่านทั้งหลายที่อยู่ด้วยกันที่นี่ ท่านทั้งหลายได้เห็นคนนี้แล้วที่พวกยิวพากันขอร้องข้าพระบาททั้งในกรุงเยรูซาเล็มและที่นี่ โดยร้องตะโกนว่าเขาไม่ควรมีชีวิตอยู่ต่อไป

(1คร. 16:12 [THSV Free])

ส่วนเรื่องอปอลโล ซึ่งเป็นพี่น้องของเรานั้น ข้าพเจ้าขอร้องเขาอย่างมากเพื่อให้ไปเยี่ยมท่านทั้งหลายพร้อมกับพวกพี่น้อง แต่เขายังไม่ค่อยอยากไปในเวลานี้ แต่เมื่อมีโอกาสเขาก็จะไป

(1คร. 16:15 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย ท่านรู้ว่าครอบครัวของสเทฟานัส เป็นคริสเตียนพวกแรกในแคว้นอาคายา และพวกเขาได้ถวายตัวในงานปรนนิบัติบรรดาธรรมิกชน ข้าพเจ้าขอร้องท่านทั้งหลาย

(2คร. 2:8 [THSV Free])

ดังนั้นข้าพเจ้าขอร้องพวกท่านให้ยืนยันความรักต่อคนนั้นใหม่

(2คร. 5:20 [THSV Free])

เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายผ่านทางเรา เราจึงวิงวอนท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกับพระเจ้า

(2คร. 6:1 [THSV Free])

ในเมื่อเราทำงานร่วมกับพระเจ้า เราจึงขอร้องท่านทั้งหลายว่า อย่ารับพระคุณของพระเจ้าโดยไม่เกิดประโยชน์

(2คร. 8:4 [THSV Free])

พวกเขาวิงวอนเราอย่างมาก ขอร้องให้มีส่วนในคุณความดีในการช่วยเหลือธรรมิกชนด้วย

(2คร. 8:6 [THSV Free])

เพราะเหตุนี้ เราจึงขอร้องทิตัสให้ไปช่วยพวกท่านในการทำคุณความดีนี้จนสำเร็จเช่นเดียวกับที่เขาเริ่มต้นไว้

(2คร. 8:17 [THSV Free])

เพราะเขาไม่เพียงรับคำขอร้องของเราเท่านั้น แต่ยังไปหาท่านทั้งหลายด้วยความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง และเขาเองก็มีความตั้งใจอยู่แล้ว

(2คร. 9:5 [THSV Free])

เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงคิดว่าจำเป็นต้องขอร้องพี่น้องเหล่านี้เพื่อให้ไปหาพวกท่านก่อน และให้ไปจัดเตรียมของบริจาคที่พวกท่านสัญญาไว้นั้น การเตรียมพร้อมเช่นนี้จะแสดงถึงการให้ด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่ด้วยความฝืนใจ

(2คร. 10:1 [THSV Free])

ข้าพเจ้า เปาโล ขอร้องพวกท่านด้วยตัวเอง โดยเห็นแก่ความสุภาพอ่อนโยนและความกรุณาของพระคริสต์ ข้าพเจ้าผู้เป็นคนถ่อมตัวเมื่ออยู่กับท่านทั้งหลาย แต่เมื่ออยู่ห่างก็เป็นคนห้าวหาญต่อพวกท่าน

(2คร. 10:2 [THSV Free])

คือข้าพเจ้าขอร้องท่านว่าเมื่อมาอยู่กับพวกท่าน อย่าให้ข้าพเจ้าต้องห้าวหาญ ด้วยความมั่นใจที่ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า จะต้องกล้าหาญต่อบางคนซึ่งคิดว่าเราดำเนินชีวิตตามแบบมนุษย์ทั่วๆ ไป

(2คร. 12:18 [THSV Free])

ข้าพเจ้าขอร้องให้ทิตัสไป และส่งพี่น้องอีกคนหนึ่งไปด้วย ทิตัสเอาเปรียบพวกท่านหรือเราทั้งสองดำเนินการด้วยจิตใจอย่างเดียวกันและเดินตามรอยเดียวกันไม่ใช่หรือ?

(2คร. 13:11 [THSV Free])

สุดท้ายนี้ พี่น้องทั้งหลาย ขอลาก่อน จงกลับสู่สภาพดีดังเดิม จงฟังคำขอร้องของข้าพเจ้า จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และพระเจ้าแห่งความรักและสันติสุขจะสถิตกับท่านทั้งหลาย

(อฟ. 3:13 [THSV Free])

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอร้องท่านทั้งหลายว่า อย่าท้อถอยเพราะความยากลำบากของข้าพเจ้าเพราะเห็นแก่ท่าน สิ่งเหล่านี้เป็นศักดิ์ศรีของพวกท่าน

(ฟป. 4:3 [THSV Free])

ข้าพเจ้าขอร้องตัวท่านด้วยท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมงานอย่างแท้จริง จงช่วยผู้หญิงทั้งสองที่สู้เพื่อข่าวประเสริฐร่วมกับข้าพเจ้า เคลเมนท์ และคนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาทั้งหลายมีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตแล้ว

(1ธส. 5:12 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย เราขอร้องท่านให้นับถือคนที่ทำงานอยู่ท่ามกลางพวกท่าน และปกครองท่านและตักเตือนท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้า

(2ธส. 2:1 [THSV Free])

พี่น้องทั้งหลาย เรื่องการซึ่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราจะเสด็จมา และที่พระองค์จะทรงรวบรวมเราไปอยู่กับพระองค์นั้น เราขอร้องท่านว่า

(1ทธ. 1:3 [THSV Free])

ขณะที่ข้าพเจ้าไปยังแคว้นมาซิโดเนียนั้น ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านอยู่ที่เมืองเอเฟซัสต่อไป เพื่อจะได้กำชับบางคนไม่ให้สอนผิดแปลกไป

(1ทธ. 2:1 [THSV Free])

เพราะฉะนั้นก่อนสิ่งอื่นใดทั้งหมด ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่านให้วิงวอน อธิษฐาน ทูลขอ และขอบพระคุณเพื่อทุกคน

(1ทธ. 5:1 [THSV Free])

อย่าต่อว่าผู้ชายอาวุโส แต่จงขอร้องเขาเป็นเหมือนบิดา จงถือว่าพวกชายหนุ่มเป็นเหมือนพี่หรือน้อง

(ฟม. 1:9 [THSV Free])

แต่โดยความรัก ข้าพเจ้าจะขอร้องท่านดีกว่า ข้าพเจ้าเปาโลผู้เป็นทูตของพระเยซูคริสต์ และขณะนี้ถูกคุมขังเนื่องจากการประกาศพระองค์ 

(ฟม. 1:10 [THSV Free])

ข้าพเจ้าขอร้องท่านเรื่องโอเนสิมัส ลูกของข้าพเจ้า ผู้ซึ่งได้มาเป็นบุตรระหว่างที่ข้าพเจ้าถูกคุมขังอยู่

(ฮบ. 13:19 [THSV Free])

ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่านมากขึ้นให้อธิษฐานเช่นนั้น เพื่อว่าข้าพเจ้าจะได้กลับไปอยู่กับท่านเร็วยิ่งขึ้น

(1ปต. 2:11 [THSV Free])

ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่าน ผู้เป็นคนแปลกถิ่นและคนต่างด้าว ให้เว้นจากตัณหาของเนื้อหนัง ซึ่งต่อสู้กับวิญญาณจิต

ขอร้อง จาก ฉบับ TBS1971  จำนวน 13 ข้อ

(นรธ. 3:11 [TBS1971])

ลูกเอ๋ย เจ้าอย่ากลัวเลย สิ่งที่เจ้าขอร้องเราจะกระทำตาม บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองเราทราบดีอยู่ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงที่ดี

(1ซมอ. 25:35 [TBS1971])

แล้วดาวิดก็รับบรรดาสิ่งที่นางนำมาจากมือของนาง และดาวิดกล่าวแก่นางว่า “จงกลับไปยังบ้านเรือนของเจ้าด้วยสวัสดิภาพเถิด ดูซิเราได้ฟังเสียงของเจ้าแล้ว และเราก็ได้อนุโลมตามคำขอร้องของเจ้า

(โยบ 8:8 [TBS1971])

ข้าขอร้อง ให้ท่านถามคนโบราณดู และคิดดูว่า บรรพบุรุษค้นพบสิ่งใดบ้าง

(ยรม. 42:4 [TBS1971])

เยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า “ข้าพเจ้าได้ยินท่านแล้ว ดูเถิด ข้าพเจ้าจะอธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ตามคำขอร้องของท่านทั้งหลาย และพระเจ้าทรงตอบท่านประการใด ข้าพเจ้าจะบอกแก่ท่าน ข้าพเจ้าจะไม่ปิดบังสิ่งใดไว้จากท่านเลย

(2คร. 5:20 [TBS1971])

ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์​ โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายทางเรา เราจึงขอร้องท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกันกับพระเจ้า

(2คร. 10:2 [TBS1971])

คือข้าพเจ้าขอร้องท่านว่า เมื่อข้าพเจ้ามาอยู่กับท่าน อย่าให้ข้าพเจ้าต้องแสดงความห้าวหาญ ด้วยความแน่ใจอย่างที่ข้าพเจ้าคิดบังอาจสำแดงต่อบางคน ที่นึกเห็นว่าเรายังประพฤติตามโลกียวิสัยนั้น

(อฟ. 3:12 [TBS1971])

ในพระองค์นั้นเราจึงมีใจกล้าและมีโอกาสที่จะเข้าไปให้ถึงพระองค์ ด้วยความไว้ใจเพราะความเชื่อในพระองค์ เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขอร้องท่านว่า

(ฟป. 4:3 [TBS1971])

ข้าพเจ้าขอร้องท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมแอกแท้ๆ ของข้าพเจ้า ให้ท่านช่วยผู้หญิงเหล่านั้น เพราะว่าเขาได้ทำงานเพื่อข่าวประเสริฐเคียงข้างกับข้าพเจ้าและเคลเมนท์ รวมทั้งคนอื่นที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาเหล่านั้นมีอยู่ในหนังสือชีวิตแล้ว

(1ทธ. 1:3 [TBS1971])

เมื่อข้าพเจ้าได้ไปยังแคว้นมาซิโดเนีย ข้าพเจ้าได้ขอร้องให้ท่านคอยอยู่ในเมืองเอเฟซัส เพื่อท่านจะได้กำชับบางคนไม่ให้เขาสอนแปลกออกไป

(1ทธ. 2:1 [TBS1971])

เหตุฉะนั้นก่อนสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้าขอร้องท่านทั้งหลายให้วิงวอนอธิษฐานทูลขอ และขอบพระคุณเพื่อคนทั้งปวง

(1ทธ. 5:1 [TBS1971])

ในการตักเตือนนั้น อย่าตำหนิชายผู้มีอาวุโส แต่จงขอร้องเขาเสมือนเป็นบิดา จงถือว่าคนหนุ่มๆ ทั้งหลายเป็นเสมือนพี่หรือน้อง

(ฟม. 1:9 [TBS1971])

แต่เพราะเห็นแก่ความรัก ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าขอร้องท่านดีกว่า ข้าพเจ้าเปาโลผู้เป็นทูตของพระเยซูคริสต์​ และบัดนี้ได้ถูกจำจองเพื่อพระองค์ด้วย

(ฟม. 1:10 [TBS1971])

ข้าพเจ้าขอร้องท่านเรื่องโอเนสิมัสลูกของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้เป็นบิดาของเขาเมื่อข้าพเจ้าถูกจำจองอยู่

อธิษฐานในพระคริสตธรรมคัมภีร์

ทั้งหมด 294 ข้อ ใหม่ 141 ข้อ เดิม 153 ข้อ

วิงวอน ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ จำนวน 116 ข้อ

ร้องทูล  ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ จำนวน 135 ข้อ