- ประกาศข่าวประเสริฐ
- ทุกคน กลับใจใหม่ ทิ้งบาป
- อาชีพ การงาน ได้รับพระพร
- พระเจ้าเป็นผู้เลี้ยงดู เจริญขึ้นตามเวลาของพระเจ้า
- สุขภาพ ได้รับการอัศจรรย์จากพระเจ้า หายโรค
- มีอำนาจเหนือผี
- ใช้ชีวิต ประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
- หลุดจากบาป ชนะอำนาจผี
- พร้อมรับสิ่งใหม่ ที่พระเจ้าจะอวยพระพร
- มีชีวิตที่ถวายเกียรติพระเจ้าได้
- จะได้รับพระพรใหญ่
- ได้รับพระพรแล้ว ส่งต่อไปถึงผู้อื่น เป็นคนแห่งพระพร
- เป็นที่โปรดปราน
- ทะลุทะลวง
- บ้านใหม่
- รถป้ายแดง
- เศรษฐี
- เป็นแสงสว่าง ในชุมชน
- รับการรักษาโรค มีการอัศจรรย์
- มีความเขื่อเพิ่ม
- มีการเจิมเพิ่ม รับใช้ได้มากขึ้น
- ความรอดมั่นคง
- หน้าที่การงาน
- คำเผยพระวจนะ สำเร็จ คำอธิษฐาน ได้รับคำตอบ
- ได้รับการอัศจรรย์ ทุกวัน
- ใช้ความเชื่อ เห็นการอัศจรรย์
- เติบโตขึ้น ในความเชื่อ
- การเลี้ยงดูจากพระเจ้า
- ประกาศข่าวประเสริฐ ในครอบครัว
- ความโปรดปราน ไหลล้นไปทั่วทุกครอบครัว การเจิม การรับใช้ การเลี้ยงดู
- ให้เชื่อในคำเผยพระวจนะ คำเตือน
- พระเจ้าแยกเราออกจากความมืด มาอยู่ในความสว่างของพระเจ้า แล้ว
อสย. 2:2 ในวาระสุดท้ายจะเป็นดังนี้ คือภูเขาแห่งพระนิเวศของพระยาห์เวห์ จะถูกสถาปนาขึ้นเป็นที่สูงสุดของภูเขาทั้งหลาย และจะถูกยกขึ้นให้อยู่เหนือบรรดาเนินเขา ประชาชาติทั้งหมดจะหลั่งไหลเข้ามาหา
วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567
ประกาศด้วยความเชื่อ
วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567
นิมิต
วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566
พระพรจากพระเจ้า ผ่านบิดา มารดา
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
สิ่งพระเจ้าทำเพื่อชนชาติของพระองค์
ยชว. 6:2 พระยาห์เวห์ตรัสกับโยชูวาว่า “ดูแน่ะ เราได้มอบเมืองเยรีโคไว้ในมือเจ้าแล้ว ทั้งกษัตริย์และพวกนักรบกล้าหาญ
ยชว. 6:3 พวกเจ้าจงเดินขบวนรอบเมือง คือให้พวกทหารวนรอบเมืองครั้งหนึ่ง เจ้าจงทำเช่นนี้หกวัน
ยชว. 6:4 ให้ปุโรหิตเจ็ดคนถือแตรเขาแกะเจ็ดคันนำหน้าหีบ และในวันที่เจ็ดนั้นพวกเจ้าจงเดินรอบเมืองเจ็ดครั้ง ให้ปุโรหิตเป่าแตรไปด้วย
ยชว. 6:5 และเมื่อเขาเป่าเขาแกะเป็นเสียงยาว พอเจ้าได้ยินเสียงแตรนั้น ก็ให้ประชาชนทั้งปวงโห่ร้องขึ้นด้วยเสียงดัง กำแพงเมืองนั้นก็จะพังลงราบ และประชาชนจะขึ้นไป ทุกคนต่างตรงไปข้างหน้าตน”
วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
สรรเสริญการช่วยกู้จากการกดขี่ อสย. 25
อสย. 25:1 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะยกย่องพระองค์ และสรรเสริญพระนามของพระองค์ เพราะพระองค์ได้ทรงทำการอัศจรรย์ ตามแผนงานอันซื่อสัตย์และแน่นอนที่มีไว้นานแล้ว
อสย. 25:2 เพราะพระองค์ทรงทำให้เมืองกลายเป็นกองขยะ ทำให้เมืองมีป้อมเป็นที่ปรักหักพัง วังของคนต่างด้าวไม่เป็นเมืองอีกต่อไป และจะไม่สร้างขึ้นใหม่อีกเลย
อสย. 25:3 เพราะฉะนั้น ประชาชนที่แข็งแรงจะถวายพระเกียรติแด่พระองค์ เมืองของบรรดาประชาชาติที่ทารุณจะเกรงกลัวพระองค์
อสย. 25:4 เพราะพระองค์ทรงเป็นที่คุ้มภัยสำหรับคนยากจน เป็นที่คุ้มภัยสำหรับคนขัดสนเมื่อเขาทุกข์ใจ เป็นที่กำบังจากพายุและเป็นร่มกันความร้อน เพราะการทำร้ายของคนทารุณก็เหมือนพายุซัดกำแพง
อสย. 25:5 เหมือนความร้อนในที่แห้งแล้ง พระองค์ทรงระงับเสียงของคนต่างด้าว ร่มเมฆระงับความร้อนอย่างไร เสียงเพลงของผู้ทารุณก็เงียบไปอย่างนั้น
อสย. 25:6 บนภูเขานี้ พระยาห์เวห์จอมทัพจะทรงจัดเลี้ยงชนทุกชาติ คืองานเลี้ยงด้วยของอ้วนพี และด้วยเหล้าองุ่นที่ตกตะกอนแล้ว ด้วยของอ้วนพีมีไขกระดูก และด้วยเหล้าองุ่นตกตะกอนที่กรองแล้ว
อสย. 25:7 และบนภูเขานี้ พระองค์จะทรงทำลาย ผ้าที่คลุมอยู่บนชนชาติทั้งหมด และผ้าคลุมหน้าที่คลุมประชาชาติทั้งหมด
อสย. 25:8 พระองค์จะทรงกลืนความตายเสียเป็นนิตย์ แล้วพระยาห์เวห์ องค์เจ้านายจะทรงเช็ดน้ำตาจากทุกใบหน้า และจะทรงเอาการลบหลู่แห่งชนชาติของพระองค์ไปจากทั้งแผ่นดินโลก เพราะพระยาห์เวห์ได้ตรัสแล้ว
อสย. 25:9 และในวันนั้น เขาจะกล่าวกันว่า “ดูสิ นี่คือพระเจ้าของเรา เรารอคอยพระองค์ เพื่อพระองค์จะทรงช่วยเราให้รอด นี่คือพระยาห์เวห์ เรารอคอยพระองค์ ให้เรายินดีและเปรมปรีดิ์ในความรอดจากพระองค์”
อสย. 25:10 เพราะพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์จะคุ้มครองเหนือภูเขานี้ ส่วนโมอับจะถูกเหยียบลงในที่ของเขา เหมือนการเหยียบฟางลงในหลุมมูลสัตว์
อสย. 25:11 และถึงเขาจะกางมือของเขาออกท่ามกลางหลุมนั้น เหมือนคนว่ายน้ำกางมือของเขาออกว่ายน้ำ ความหยิ่งของเขาจะถูกลดต่ำลงพร้อมกับมือที่เจ้าเล่ห์
อสย. 25:12 กำแพงสูงที่เป็นปราการของท่านจะถูกทำให้ต่ำลง ถูกลดต่ำลงถึงพื้นดินแม้กระทั่งถึงผงคลี
วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
นางรูธ กับฤดูกาลเก็บเกี่ยว
นรธ. 2:1 ฝ่ายนาโอมีนั้นมีญาติข้างสามีคนหนึ่งเป็นคนมีชื่อเสียงและมั่งมี ตระกูลเดียวกับเอลีเมเลค ชื่อโบอาส
นรธ. 2:2 และรูธชาวโมอับพูดกับนาโอมีว่า “ขอให้ลูกไปที่ทุ่งนาเพื่อเก็บรวงข้าวตก ตามแต่ใครจะมีใจกรุณา” นาโอมีตอบนางว่า “ลูกเอ๋ย จงไปเถิด”
นรธ. 2:3 เธอก็ออกเดินตามหลังคนเกี่ยวเพื่อคอยเก็บข้าวตก เผอิญเข้าไปในนาของโบอาส ซึ่งเป็นคนตระกูลเดียวกับเอลีเมเลค
นรธ. 2:4 ในเวลานั้นเอง โบอาสมาจากเบธเลเฮม พูดกับพวกคนเกี่ยวข้าวว่า “ขอพระยาห์เวห์ทรงอยู่ด้วยกับพวกท่านเถิด” พวกเขาตอบว่า “ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรท่านเถิด”
นรธ. 2:5 โบอาสจึงถามคนใช้ผู้คอยควบคุมคนเกี่ยวข้าวนั้นว่า “หญิงสาวคนนี้เป็นคนของใคร?”
นรธ. 2:6 คนใช้ซึ่งเป็นผู้ควบคุมคนเกี่ยวข้าวจึงตอบว่า “เธอเป็นหญิงชาวโมอับ กลับมาจากดินแดนโมอับพร้อมกับนาโอมี
นรธ. 2:7 นางพูดว่า ‘ขอให้ดิฉันเก็บและรวบรวมข้าวที่ตกจากฟ่อนข้าวตามหลังพวกคนเกี่ยวข้าวเถอะค่ะ’ นางก็มาเก็บข้าวตกตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานี้ เพิ่งได้พักหน่อยที่บ้าน”
นรธ. 2:8 แล้วโบอาสจึงพูดกับรูธว่า “ลูกเอ๋ย ขอฟังหน่อย อย่าไปเก็บข้าวตกที่นาอื่น หรือทิ้งนานี้ไป จงอยู่ใกล้ๆ พวกสาวใช้ของฉัน
นรธ. 2:9 ให้ดูทุ่งนาที่พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวกันอยู่ แล้วก็จงติดตามเขาไป ฉันได้สั่งพวกหนุ่มๆ ไม่ให้แตะต้องตัวเจ้า เมื่อเจ้ากระหายน้ำก็ให้ไปที่หม้อน้ำ ดื่มน้ำซึ่งคนหนุ่มๆ ตักไว้”
นรธ. 2:10 รูธก็ก้มตัวลงซบหน้าลงถึงดินและพูดว่า “ทำไมดิฉันจึงได้รับความโปรดปรานจากท่าน? ที่ท่านเอาใจใส่ดิฉัน ทั้งๆ ที่ดิฉันเป็นเพียงคนต่างด้าว”
นรธ. 2:11 แต่โบอาสตอบนางว่า “ทุกอย่างที่เจ้าได้ปฏิบัติต่อแม่สามีของเจ้า ตั้งแต่สามีของเจ้าสิ้นชีวิตแล้วนั้น มีคนมาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว เจ้ายอมจากบิดามารดาและบ้านเกิดเมืองนอนของเจ้า มาอยู่กับชนชาติที่เจ้าไม่รู้จักมาก่อน
นรธ. 2:12 ขอพระยาห์เวห์ทรงตอบแทนการกระทำของเจ้า และขอให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของชนชาติอิสราเอล ซึ่งเจ้าเข้ามาพึ่งพระบารมีของพระองค์นั้น ประทานบำเหน็จบริบูรณ์แก่เจ้า”
นรธ. 2:13 รูธจึงตอบว่า “ดิฉันได้รับความโปรดปรานจากเจ้านายของดิฉันแล้ว เพราะท่านได้ปลอบใจดิฉัน และพูดคำที่เมตตาต่อสาวใช้ของท่าน ทั้งๆ ที่ดิฉันเองก็ไม่ได้เป็นสาวใช้คนหนึ่งของท่าน”
นรธ. 2:14 พอถึงเวลารับประทานอาหาร โบอาสก็บอกนางว่า “มานี่เถอะ มารับประทานขนมปังบ้าง และเอาขนมปังมาจิ้มน้ำส้มเถิด” นางจึงนั่งลงข้างๆ พวกคนเกี่ยวข้าว โบอาสส่งข้าวคั่วให้ และนางก็รับประทานจนอิ่ม และยังมีเหลือบ้าง
นรธ. 2:15 เมื่อนางลุกขึ้นไปเก็บข้าวตก โบอาสก็สั่งพวกชายหนุ่มของท่านว่า “จงให้นางเก็บข้าวตกระหว่างฟ่อนข้าวเถอะ อย่าได้ตำหนินางเลย
นรธ. 2:16 จงพยายามดึงข้าวออกจากฟ่อนทิ้งไว้ให้นางเก็บบ้าง อย่าว่านางเลย”
นรธ. 2:17 นางก็เที่ยวเก็บข้าวที่ตกในนาจนถึงเวลาเย็น แล้วก็ฟาดข้าวที่เก็บมาได้นั้น ได้ข้าวบาร์เลย์ประมาณ 10 กิโลกรัม
นรธ. 2:18 นางยกข้าวนั้นขึ้นและเข้าไปในเมือง แม่สามีเห็นข้าวที่นางได้เก็บมานั้น และนางเอาอาหารที่เหลือเมื่อนางรับประทานอิ่มแล้วนั้นให้แม่สามีด้วย
นรธ. 2:19 แม่สามีจึงกล่าวแก่นางว่า “วันนี้เจ้าไปเก็บข้าวตกที่ไหนมา? เจ้าไปทำงานที่ไหน? ขอให้ชายที่เอาใจใส่เจ้าได้รับพระพรเถิด” นางจึงบอกแก่แม่สามีว่า นางไปทำงานกับใคร นางว่า “ชายเจ้าของนาที่ลูกไปทำงานวันนี้ชื่อโบอาส”
นรธ. 2:20 นาโอมีจึงพูดกับบุตรสะใภ้ว่า “ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรเขาเถิด ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่ขาดจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่หรือผู้ที่สิ้นชีวิตไปแล้ว” นาโอมีกล่าวแก่นางด้วยว่า “ชายคนนั้นเป็นญาติของเรา เขาเป็นญาติสนิทคนหนึ่งของเรา”
นรธ. 2:21 รูธชาวโมอับกล่าวว่า “นอกจากนั้นเขายังพูดกับลูกว่า ‘เจ้าจงตามพวกคนงานของฉันไปใกล้ๆ จนกว่าพวกเขาจะเกี่ยวข้าวของฉันเสร็จทั้งหมด’ ”
นรธ. 2:22 นาโอมีพูดกับรูธบุตรสะใภ้ว่า “ดีแล้ว ลูกเอ๋ย ที่เจ้าจะไปทำงานกับพวกสาวใช้ของเขา เกรงว่าถ้าเจ้าไปในนาอื่นจะถูกเขารังแก”
นรธ. 2:23 ดังนั้นนางจึงอยู่ใกล้ๆ พวกสาวใช้ของโบอาส เพื่อเก็บข้าวตกจนสิ้นฤดูเกี่ยวข้าวบาร์เลย์และข้าวสาลี และนางอยู่กับแม่สามี