วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2567

อย่าอายในพระคริสต์ เห็นแผ่นดินของพระเจ้า

 บทเทศนา : อย่าอายในพระคริสต์ (ลูกา 9:26 ถ้าใครมีความอายเพราะเราและถ้อยคำของเรา บุตรมนุษย์ก็จะมีความอายเพราะคนนั้นเมื่อท่านมาด้วยพระรัศมีของท่าน และของพระบิดา และรัศมีของเหล่าทูตสวรรค์บริสุทธิ์)

คำนำ
พี่น้องที่รักทั้งหลาย ในโลกที่มืดมิดนี้ เราถูกเรียกให้เป็นแสงสว่าง เป็นเกลือ เป็นพยานถึงความจริงและความรักของพระเจ้า แต่บ่อยครั้ง ความกลัว ความกังวล ความละอายใจ ทำให้เรากลับซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ไม่กล้าประกาศความจริง ไม่กล้าแสดงออกว่าเราเป็นสาวกของพระเยซู พระวจนะของพระเจ้าในวันนี้ จึงเป็นทั้งคำเตือนและกำลังใจ ให้เรากล้าหาญ มั่นคง ไม่ละทิ้งความเชื่อ และไม่ละอายที่จะยอมรับพระองค์ต่อหน้ามนุษย์
เนื้อหา
ข้อพระคัมภีร์จากลูกา 9:26 กล่าวว่า “ถ้าใครมีความอายเพราะเราและถ้อยคำของเรา บุตรมนุษย์ก็จะมีความอายเพราะคนนั้นเมื่อท่านมาด้วยพระรัศมีของท่าน และของพระบิดา และรัศมีของเหล่าทูตสวรรค์บริสุทธิ์” ถ้อยคำเหล่านี้ชัดเจน และท้าทายความเชื่อของเรา
  • แสดงให้เห็นว่าการปฏิเสธ(อาย)พระองค์ต่อหน้ามนุษย์นั้นร้ายแรงเพียงใด
  • ความอาย ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงความอับอายจากการทำผิด แต่หมายถึงความรู้สึก ไม่มั่นใจ ไม่กล้า ไม่กล้าเปิดเผย ไม่กล้ายอมรับ เพราะกลัวผลที่จะตามมา เช่น กลัวการถูกเยาะเย้ย กลัวการถูกกีดกัน กลัวการสูญเสียผลประโยชน์ หรือแม้กระทั่งกลัวความรุนแรง
  • พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษย์ พระองค์ทรงเป็นความรอด เป็นความหวัง เป็นทางเดียวที่นำไปสู่พระเจ้า
  • จงระลึกไว้เสมอว่าความรักของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่าความกลัวใดๆ และพระองค์จะประทานพลังและกำลังให้เราก้าวผ่านทุกการทดลอง
  • พระรัศมี เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา พระองค์จะเสด็จมาด้วยฤทธานุภาพและพระสิริ ทุกคนจะได้เห็น ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้
สรุป
พี่น้องที่รัก พระวจนะข้อนี้สอนเราว่า การเป็นคริสเตียนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การไปโบสถ์ หรือทำพิธีกรรมทางศาสนา แต่คือการยอมรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด และดำเนินชีวิตในทางของพระองค์ แม้ในยามที่ยากลำบาก แม้จะถูกเยาะเย้ย ถูกกีดกัน หรือถูกข่มเหง
อย่าให้ความกลัว ความละอายใจ หรือสิ่งใดมาขัดขวางเราไม่ให้ประกาศความจริงและความรักของพระเจ้า จงยึดมั่นในความเชื่อ กล้าหาญ และเป็นพยานถึงความรักของพระองค์ เพราะเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา พระองค์จะไม่ทรงละอายที่จะยอมรับเราต่อพระพักตร์พระบิดา
คำเชื้อเชิญ
วันนี้ ขอให้เรามาตรวจสอบชีวิตของเรา ว่าเรามีความอายในพระคริสต์หรือไม่ เรากลัวที่จะยืนหยัดเพื่อความจริงหรือไม่ เรากลัวที่จะแบ่งปันความเชื่อของเรากับผู้อื่นหรือไม่ ถ้าใช่ ขอให้เรากลับใจ และขอพึ่งพาฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้เรากล้าหาญที่จะเป็นพยานถึงความรักของพระองค์ แม้ในยามที่ยากลำบาก ก็ไม่ปฏิเสธ ไม่เลิกเชื่อพระองค์
ขอพระเจ้าทรงอวยพรพี่น้องทุกท่าน

1คร. 9:14 ทำ​นอง​เดียว​กัน องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ได้​ทรง​สั่ง​ไว้​ว่า คน​ที่​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ควร​ได้​รับ​การ​เลี้ยง​ชีพ​ด้วย​ข่าว​ประ​เสริฐ

************
บทเทศนา: ดวงตาที่แลเห็นแผ่นดินของพระเจ้า
ลูกา 9:27 "แต่เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า มีบางคนที่ยืนอยู่ที่นี่จะยังไม่พบความตายจนกว่าจะได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้า”
พี่น้องที่รัก วันนี้เรามาชุมนุมกันด้วยใจปรารถนาที่จะได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้า ใจที่โหยหาการเปลี่ยนแปลง ปาฏิหาริย์ และชีวิตใหม่
ในพระธรรมลูกาบทที่ 9 พระเยซูได้ทรงประกาศอย่างชัดเจนว่า มีผู้คนในยุคนั้น ที่จะได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้าก่อนที่จะตาย คำตรัสนี้ย่อมทำให้เหล่าสาวกตื่นเต้นและมีความหวัง เพราะแผ่นดินของพระเจ้า ไม่ใช่เพียงสถานที่บนโลกนี้ แต่หมายถึงการครอบครองของพระเจ้า การปกครองที่เต็มไปด้วยสันติสุข ความรัก และความชอบธรรม
คำถาม คือ แล้วเราที่อยู่ที่นี่วันนี้ล่ะ เราจะได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้าได้อย่างไร?
1. เปิดดวงตาแห่งศรัทธา(ความเชื่อ)
แผ่นดินของพระเจ้าไม่ใช่สถานที่ที่เราจะไปถึงด้วยเท้า แต่เราต้องเปิดดวงตาแห่งศรัทธา เพื่อมองเห็นการครอบครองของพระเจ้าในชีวิตประจำวัน มองเห็นการอภัยบาป การรักษาโรค การอัศจรรย์ต่าง ๆ และสันติสุข ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา 
2. ดำเนินชีวิตในความเชื่อฟัง
การมองเห็นแผ่นดินของพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าเราจะนั่งรอคอยเฉยๆ แต่เราต้องลุกขึ้นมา และดำเนินชีวิตในความเชื่อฟังต่อพระบัญญัติของพระองค์ เมื่อเราเชื่อฟังและทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ เรากำลังมีส่วนร่วมสร้างแผ่นดินของพระเจ้าขึ้นในชีวิตของเราเอง
3. เป็นพยานถึงความรักของพระเจ้า
แผ่นดินของพระเจ้าจะขยายออกไปได้ เมื่อเราร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประกาศข่าวประเสริฐ แบ่งปันความรักของพระเจ้าให้กับผู้อื่น และชักชวนให้พวกเขามาพบกับพระเยซูคริสต์
พี่น้องที่รัก แม้เราอาจจะไม่ได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้าในรูปแบบทางกายภาพเหมือนกับสาวกในสมัยนั้น แต่เรามีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับการครอบครองของพระเจ้าในชีวิตเรา ตั้งแต่วันนี้

(มธ. 17:1 เมื่อ​ล่วง​ไป​ได้​หก​วัน​แล้ว พระ​เยซู​ทรง​พา​เป​โตร ยา​กอบ และ​ยอห์น​น้อง​ของ​ยา​กอบ​ขึ้น​ภูเขา​สูง​แต่​ลำ​พัง
มธ. 17:2 แล้ว​พระ​องค์​ก็​ทรง​ได้​รับ​การ​เปลี่ยน​แปลง​ไป​ต่อหน้า​พวก​เขา พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ทอ​แสง​เหมือน​แสง​อา​ทิตย์ ฉลอง​พระ​องค์​ก็​ขาว​ผ่อง​ดุจ​แสง​สว่าง มธ. 17:3 ใน​ทันใด​นั้น​โม​เสส​และ​เอลี​ยาห์​ก็​มา​ปรา​กฏ​แก่​พวก​สา​วก และ​พูด​คุย​กับ​พระ​องค์ มธ. 17:4 เป​โตร​ทูล​พระ​เยซู​ว่า “องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ดี​จริงๆ ที่​เรา​อยู่​กัน​ที่​นี่ ถ้า​พระ​องค์​มี​พระ​ประ​สงค์ ข้า​พระ​องค์​จะ​ทำ​เพิง​สาม​หลัง​ที่​นี่ สำ​หรับ​พระ​องค์​หลัง​หนึ่ง สำ​หรับ​โม​เสส​หลัง​หนึ่ง สำ​หรับ​เอลี​ยาห์​หลัง​หนึ่ง” มธ. 17:5 เป​โตร​ทูล​ยัง​ไม่​ทัน​ขาด​คำ​ก็​เกิด​มี​เมฆสุก​ใส​มา​ปก​คลุม​พวก​เขา​ไว้ แล้ว​มี​พระ​สุร​เสียง​ออก​มา​จาก​เมฆ​นั้น​ว่า “ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​บุตร​ที่​รักของ​เรา เรา​ชอบ​ใจ​ท่าน​มาก จง​เชื่อ​ฟัง​ท่าน​เถิด” มธ. 17:6 พวก​สา​วก​เมื่อ​ได้​ยิน​ก็​ซบ​หน้า​ลง​และ​กลัว​ยิ่ง​นัก มธ. 17:7 พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​มา​ใกล้​และ​ทรง​สัม​ผัส​ตัว​พวก​เขา ตรัส​ว่า “จง​ลุก​ขึ้น​เถิด อย่า​กลัว​เลย” มธ. 17:8 เมื่อ​พวก​เขา​เงย​หน้า​ดู​ก็​ไม่​เห็น​ใคร เห็น​แต่​พระ​เยซู​องค์​เดียว)

จงเปิดดวงตาแห่งศรัทธา ดำเนินชีวิตในความเชื่อฟัง และเป็นพยานถึงความรักของพระเจ้า เพื่อที่เราจะได้เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินของพระองค์ทั้งในวันนี้และตลอดไป อาเมน

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2567

ความรักนิรันดร์ (เฉลยธรรมบัญญัติ 7:9)

 บทเทศนาฟื้นฟู : ความรักนิรันดร์ (เฉลยธรรมบัญญัติ 7:9)

               พี่น้องที่รักทั้งหลาย วันนี้เรามาร่วมกันศึกษาพระวจนะของพระเจ้าในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 7 ข้อที่ 9 ซึ่งกล่าวว่า “เหตุฉะนั้น จงรู้เถิดว่า พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้า เป็นพระเจ้าสัตย์ซื่อ ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและความ​รัก​มั่น​คง ต่อผู้ที่รักพระองค์ และรักษาบัญญัติของพระองค์ไว้ถึงพันชั่วอายุคน

           ข้อพระคัมภีร์ข้อนี้เป็นดัง คำประกาศอันทรงพลัง ถึง ความรักอันไม่สิ้นสุดของพระเจ้า เป็นเครื่องเตือนใจให้เราระลึกว่า แม้โลกจะผันผวนเพียงใด แต่พระองค์ยังคง สัตย์ซื่อ และ ทรงรักเราอย่างไม่เปลี่ยนแปลง เป็นข้อเตือนใจเราถึงความจริงอันสำคัญยิ่ง นั่นคือ ความรักและความสัตย์ซื่อของพระเจ้า ที่มีต่อเราทุกคน พระองค์ไม่ใช่พระเจ้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตามกาลเวลา แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พระสัญญาของพระองค์มั่นคงดุจภูผาแกร่ง แม้โลกนี้จะผันแปรเพียงใด

            ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลายคนรู้สึกหวั่นไหว สูญเสียความหวัง ชีวิตเหมือนเรือที่ลอยเคว้งคว้างกลางทะเล ขาดที่ยึดเหนี่ยว แต่พระวจนะข้อนี้ ต้องการปลุกใจเราทุกคนให้กลับมามี “ความหวัง” อีกครั้ง ให้เรารู้ว่า แม้เราจะเผชิญกับปัญหา มรสุมร้ายแรงเพียงใด แต่เรายังมีพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ ผู้ไม่เคยทอดทิ้งเรา พระองค์ทรงรักษาพันธสัญญา ไม่ใช่เพียงกับบรรพบุรุษของเรา แต่รวมถึงเราทุกคนในวันนี้ด้วย พันธสัญญาแห่งความรัก ความห่วงใย การอภัยบาป และการประทานชีวิตนิรันดร์ พระองค์จะไม่ทรงลืมสิ่งที่พระองค์ได้สัญญาไว้ แม้ว่าบางครั้งเราอาจหลงลืมพระองค์ไป 

                 แต่ความรักของพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่า เราจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ ข้อพระคัมภีร์บอกชัดเจนว่า พระองค์ทรงรักษาความเมตตาต่อ "ผู้ที่รักพระองค์ และรักษาบัญญัติของพระองค์" นั่นหมายความว่า ความรักของเรานั้น เราต้องแสดงออกถึงความรักนั้น ด้วยการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ ดำเนินชีวิตอย่างที่พระองค์พอพระทัย

                พี่น้องที่รัก จงอย่าท้อแท้ อย่าหมดหวัง แม้ชีวิตจะเผชิญปัญหา จงจำไว้ว่า เรามีพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่ออยู่เคียงข้างเสมอ ขอให้เรากลับมาหาพระองค์ รักษาความสัมพันธ์กับพระองค์ให้มั่นคง ดำเนินชีวิตในทางของพระองค์ แล้วเราจะพบกับชัยชนะ และพระพรมากมาย ที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้


พระเจ้าผู้ทรงรักษาพันธสัญญา:

                 พระเจ้าของเรามิใช่พระเจ้าที่ลืมเลือนคำสัญญา พระองค์ทรงระลึกถึงพันธสัญญาที่ได้ทรงกระทำไว้กับประชากรของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นพันธสัญญาที่ให้ไว้กับโนอาห์ อับราฮัม หรือแม้แต่พันธสัญญาใหม่ในพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงรักษาสัญญาทุกประการ อย่างซื่อสัตย์ และ สมบูรณ์แบบ

ความรักต่อผู้ที่รักพระองค์:

ข้อพระคัมภีร์กล่าวชัดเจนว่า พระเจ้าทรงสำแดง ความรัก และ ความ​รัก​มั่น​คง ความเมตตา ต่อ “ผู้ที่รักพระองค์และรักษาบัญญัติของพระองค์” นี่มิใช่เงื่อนไขแห่งความรัก แต่เป็น ผลของความรัก เมื่อเรารักพระเจ้า เราจะปรารถนาที่จะ เชื่อฟัง และ ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระองค์


รักษาบัญญัติด้วยหัวใจที่รัก:

การรักษาบัญญัติของพระเจ้า ไม่ใช่ภาระอันหนักอึ้ง แต่เป็น การแสดงออกถึงความรัก และ ความกตัญญู ที่เรามีต่อพระองค์ การเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ใช่การทำตามกฎเกณฑ์อย่างไร้ชีวิตชีวา แต่เป็นการดำเนินชีวิตบน รากฐานแห่งความรัก ที่จะนำมาซึ่ง เสรีภาพ และ ชีวิตอันบริบูรณ์


พันชั่วอายุแห่งพระคุณ:

ไม่เพียงแต่พระเจ้าจะทรงรักษาพันธสัญญา แต่พระองค์ยังทรงสำแดง ความรักมั่นคง นั้นไป ถึงพันชั่วอายุ ความรักของพระเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด ไม่อาจถูกจำกัดด้วยเวลา หรือสถานการณ์ใด


บทสรุป:

                พี่น้องที่รักทั้งหลาย ขอให้พระวจนะตอนนี้เป็น กำลังใจ และ แสงสว่าง นำทางชีวิตของเรา จงจำไว้เสมอว่า พระเจ้าทรงรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข และ สัตย์ซื่อต่อพันธสัญญา ที่มีต่อเรา

               จงตอบสนองต่อความรักอันยิ่งใหญ่นั้น ด้วยการ รักพระองค์ และ ดำเนินชีวิตในทางของพระองค์ เพื่อเราจะได้เป็น ผู้รับมรดกในแผ่นดินของพระองค์ ตลอดไป

อาเมน

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพร


-เผื่อลูกหลานเรา สืบทอดรับช่วง(รับความรัก และ ความเมตตาถึงพันชั่วอายุ)



วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2567

กท. 3:2 ข้าพ​เจ้า​ใคร่​รู้​ข้อ​เดียว​จาก​ท่าน​ว่า

 บทเทศนาฟื้นฟู: ได้รับพระวิญญาณ - โดยพระคุณ ไม่ใช่โดยการกระทำ

ข้อพระคัมภีร์: กาลาเทีย 3:2 "ข้าพ​เจ้า​ใคร่​รู้​ข้อ​เดียว​จาก​ท่าน​ว่า ท่าน​ได้​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​โดย​การ​ประ​พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ หรือ​ได้​รับ​โดย​ความ​เชื่อ​ตาม​ที่​ได้​ฟัง?"

พี่น้องที่รักทั้งหลาย
วันนี้เรามาที่พระวจนะของพระเจ้าเพื่อใคร่ครวญถึงคำถามสำคัญ คำถามที่เปาโลถามชาวกาลาเทีย คำถามที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของคริสเตียนมากมายในวันนี้: "ท่านได้รับพระวิญญาณโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ หรือได้รับโดยความเชื่อตามที่ได้ฟัง?"
พี่น้อง บางคนในคริสตจักรเริ่มต้นด้วยไฟแห่งพระวิญญาณ รู้สึกถึงฤทธิ์เดชของพระองค์ในการทรงเรียก แต่แล้วความสงสัยก็คืบคลานเข้ามา เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้น "การกระทำของคุณดีพอหรือยัง?" "คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณได้รับความรอดแล้ว?"

พวกเขาเริ่มหันกลับไปหาธรรมบัญญัติ มุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ความเชื่อศรัทธาของตนด้วยการกระทำ พยายามที่จะได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า พยายามที่จะ "ทำให้สม" กับความรักของพระองค์

แต่พี่น้องที่รักของฉัน ฟังคำเทศนาของเปาโลให้ดี ๆ: เราไม่สามารถ "ได้มา" ซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยการกระทำของเราเอง!
พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นของขวัญ เป็นของประทานแห่งพระคุณ เป็นการแสดงออกถึงความรักอันไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้าที่มีต่อเรา เราได้รับพระองค์ โดยความเชื่อ ในพระเยซูคริสต์ โดยความเชื่อในพระโลหิตที่ไถ่บาปของพระองค์ ไม่ใช่โดยการกระทำของเราเอง

อย่าเข้าใจผิด ธรรมบัญญัติไม่ใช่สิ่งเลวร้าย มันสะท้อนให้เห็นความบริสุทธิ์ของพระเจ้า และตอกย้ำให้เห็นถึงความบกพร่องของเรา แต่มันไม่สามารถช่วยเราให้รอดได้! มันเพียงแต่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่เราต้องการพระผู้ช่วย
และพระผู้ช่วยนั้นคือพระเยซูคริสต์! พระองค์ทรงทำสำเร็จทุกสิ่งที่ธรรมบัญญัติเรียกร้อง พระองค์ทรงทนทุกข์ทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของเรา เพื่อเราจะได้เป็นอิสระจากพันธนาการของบาป เพื่อเราจะได้รับการทรงเรียกว่าเป็นบุตรของพระเจ้า
ดังนั้นวันนี้ จงละทิ้งความพยายามที่จะ "ได้มา" ซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงวางภาระหนักลง จงพักผ่อนในความรักและพระคุณอันเหลือล้นของพระเจ้า
จงรับเอาของขวัญแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยความเชื่อ ด้วยใจที่สำนึกในพระคุณ จงดำเนินชีวิตด้วยความยินดี รู้ว่าคุณเป็นที่รักและเป็นที่ยอมรับในพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่คุณทำ แต่เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อคุณแล้ว! คุณเพียงแต่เชื่อและรับเอา แล้วดำเนินชีวิตตาม
พระวิญญาณบริสุทธิ์

อาเมน

กท. 3:2 ข้าพ​เจ้า​ใคร่​รู้​ข้อ​เดียว​จาก​ท่าน​ว่า ท่าน​ได้​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​โดย​การ​ประ​พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ หรือ​ได้​รับ​โดย​ความ​เชื่อ​ตาม​ที่​ได้​ฟัง?

ประเด็นสำคัญ: ความรอดมาจากความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่มาจากการกระทำตามธรรมบัญญัติ

อธิบาย:

  • บริบท: เปาโลกำลังเขียนจดหมายถึงคริสตจักรในแคว้นกาลาเทีย ซึ่งกำลังถูกสอนให้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของโมเสส (เช่น การเข้าสุหนัต) เพื่อให้ได้รับความรอด

  • คำถามเชิงวาทศิลป์: เปาโลไม่ได้ถามหาข้อมูลจริง ๆ แต่กำลังเน้นย้ำประเด็นโดยการถามคำถามที่ชัดเจนว่า คริสเตียนชาวกาลาเทียได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้อย่างไร ในตอนแรก: โดยการพยายามทำตามธรรมบัญญัติ หรือโดยการได้ยินและเชื่อในข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์

  • พระวิญญาณ: ในที่นี้หมายถึง พระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของความรอดและชีวิตใหม่ในพระคริสต์

ตีความหมาย:

  • มนุษย์ไม่สามารถได้รับความรอดโดยการกระทำของตนเองได้ ธรรมบัญญัติเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นความบาปของมนุษย์ แต่ไม่สามารถชำระล้างบาปได้

  • ความรอดเป็นของประทานจากพระเจ้า ที่มอบให้โดยพระคุณ ผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปของเรา

  • เมื่อเราวางใจในพระเยซู เราจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจและดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้าได้

ข้อคิดสำหรับชีวิตประจำวัน:

  • อย่าพยายามหาความรอดด้วยการกระทำ: ไม่มีใครดีพอที่จะทำตามมาตรฐานของพระเจ้าได้ จงวางใจในพระคุณของพระเจ้าและยอมรับว่าเราต้องการความรอดจากพระองค์

  • จดจ่อที่พระเยซู: พระองค์ทรงเป็นทางเดียวสู่ความรอด จงเรียนรู้ เชื่อฟัง และประกาศข่าวประเสริฐของพระองค์

  • ดำเนินชีวิตโดยพระวิญญาณ: ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์นำทาง หนุนใจ และเสริมกำลังให้คุณดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าในแต่ละวัน

ข้อพระคัมภีร์นี้เตือนใจเราว่า ความรอดไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่เราได้รับ แต่เป็นของขวัญจากพระเจ้า ให้เรารับเอาของขวัญนี้ด้วยความเชื่อและดำเนินชีวิตด้วยความกตัญญูต่อพระองค์





โดย​ความ​เชื่อ​

 กจ. 3:16 โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ พระ​นาม​นั้น​จึง​ทำ​ให้​คน​นี้​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เห็น​และ​รู้จัก​มี​กำ​ลัง​ขึ้น เป็น​ความ​เชื่อ​ที่​มา​ทาง​พระ​องค์ ทำ​ให้​คนนี้​หาย​เป็น​ปกติ​ต่อ​หน้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย

กจ. 15:9 พระ​องค์​ไม่​ทรง​ถือ​เรา​ถือ​เขา แต่​ทรง​ชำระ​ใจ​พวก​เขา​ให้​บริ​สุทธิ์​โดย​ความ​เชื่อ

กจ. 26:18 ไป​เปิด​ตา​ของ​พวก​เขา​เพื่อ​ให้​พวก​เขา​หัน​จาก​ความ​มืด​มา​หา​ความ​สว่าง จาก​อำ​นาจ​ของ​ซา​ตาน​มา​หา​พระ​เจ้า เพื่อ​ให้​พวก​เขา​ได้​รับ​การ​อภัย​บาป และ​มี​ส่วน​อยู่​ท่าม​กลาง​คน​ที่​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​เป็น​ธรร​มิก​ชน​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​ตัว​เรา’

รม. 1:12 หมาย​ความ​ว่า​จะ​ได้​มี​การ​หนุน​ใจ​ซึ่ง​กัน​และ​กัน โดย​ความ​เชื่อ​ของ​เรา​ทั้ง​สอง​ฝ่าย

รม. 1:17 เพราะ​ว่า​ใน​ข่าว​ประ​เสริฐ​นั้น ความ​ชอบ​ธรรม​ซึ่ง​เกิด​มา​จาก​พระ​เจ้า​ก็​ได้​สำ​แดง​ออก​โดย​ความ​เชื่อ และ​เพื่อ​ความ​เชื่อ ตาม​ที่​พระ​คัม​ภีร์​มี​เขียน​ไว้​ว่า “คน​ชอบ​ธรรม​จะ​มี​ชีวิต​ดำ​รง​อยู่​โดย​ความ​เชื่อ” 

รม. 3:22 คือ​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​พระ​เจ้า ซึ่ง​ปรากฏ​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์แก่​ทุก​คน​ที่​เชื่อ โดย​ไม่​ทรง​ถือ​ว่า​เขา​แตก​ต่าง​กัน

รม. 4:11 และ​ท่าน​ได้​เข้า​สุหนัต เป็น​เครื่อง​หมาย​สำ​คัญ เป็น​ตรา​รับ​รอง​ความ​ชอบ​ธรรม ซึ่ง​เกิด​โดย​ความ​เชื่อ​ที่​ท่าน​ได้​มี​อยู่​เมื่อ​ท่าน​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​เป็น​บิดา​ของ​ทุก​คน​ที่​เชื่อ ทั้ง​ที่​เขา​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต เพื่อ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ถือ​ว่า​เขา​เป็น​ผู้​ชอบ​ธรรม​ด้วย

รม. 5:1 เพราะ​ฉะนั้น เมื่อ​เรา​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​โดย​ความ​เชื่อ​แล้ว เรา​จึง​อยู่​อย่าง​สงบ​สุข​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา

รม. 9:30 ถ้า​อย่าง​นั้น เรา​จะ​ว่า​อย่าง​ไร? จะ​ว่า​พวก​ต่าง​ชาติ​ที่​ไม่​ได้​ใฝ่​หา​ความ​ชอบ​ธรรม ก็​ยัง​ได้​รับ​ความ​ชอบ​ธรรม คือ​ความ​ชอบ​ธรรม​ที่​เกิด​ขึ้น​โดย​ความ​เชื่อ

รม. 9:32 เพราะ​อะไร? เพราะ​เขา​ไม่​ได้​แสวง​หา​โดย​ความ​เชื่อ แต่​แสวง​หา​โดย​การ​ประ​พฤติ เขา​สะดุด​ก้อน​หิน​ที่​ให้​สะดุด​นั้น

2คร. 5:7 เพราะ​ว่า​เรา​ดำ​เนิน​โดย​ความ​เชื่อ ไม่​ใช่​โดย​สิ่ง​ที่​มอง​เห็น

กท. 2:16 ยัง​รู้​ว่า​ไม่​มี​ใคร​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​ได้ โดย​การ​ประ​พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ แต่​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​เท่า​นั้น เรา​เอง​ก็​ได้​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ เพื่อ​จะ​ถูก​นับ​ว่า​ชอบ​ธรรม​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​คริสต์ ไม่​ใช่​โดย​การ​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ เพราะ​ว่า​โดย​การ​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ​นั้น ไม่​มี​มนุษย์​คน​ใด​จะ​ถูก​นับ​ว่า​ชอบ​ธรรม​ได้​เลย

กท. 2:20 ข้าพ​เจ้า​เอง​ไม่​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​ไป แต่​พระ​คริสต์​ต่าง​หาก​ที่​ทรง​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​ข้าพ​เจ้า ชีวิต​ซึ่ง​ข้าพ​เจ้า​ดำ​เนิน​อยู่​ใน​ร่าง​กาย​ขณะ​นี้ ข้าพ​เจ้า​ดำ​เนิน​อยู่​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ได้​ทรง​รัก​ข้าพ​เจ้า และ​ได้​ทรง​สละ​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​ข้าพ​เจ้า

กท. 3:2 ข้าพ​เจ้า​ใคร่​รู้​ข้อ​เดียว​จาก​ท่าน​ว่า ท่าน​ได้​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​โดย​การ​ประ​พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ หรือ​ได้​รับ​โดย​ความ​เชื่อ​ตาม​ที่​ได้​ฟัง?

กท. 3:5 พระ​องค์​ผู้​ประ​ทาน​พระ​วิญ​ญาณ​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย และ​ทรง​สำ​แดง​ฤทธา​นุภาพ​ท่าม​กลาง​พวก​ท่าน ทรง​ทำ​เช่น​นั้น​โดย​การ​ประ​พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ หรือ​โดย​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​ท่านตาม​ที่​ได้​ฟัง?

กท. 3:8 และ​พระ​คัม​ภีร์​นั้น​รู้​ล่วง​หน้า​ว่า พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม​โดย​ความ​เชื่อ จึง​ได้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​แก่​อับ​รา​ฮัม​ล่วง​หน้า​ว่า ชน​ทุก​ชาติ​จะ​ได้​รับ​พร​เพราะ​เจ้า

กท. 3:11 เป็น​ที่​แน่​ชัด​ว่า ไม่มี​ใคร​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​เจ้า​ด้วย​ธรรม​บัญ​ญัติ​ได้​เลย เพราะ​ว่า “คน​ชอบ​ธรรม​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​ความ​เชื่อ” 

กท. 3:14 เพื่อ​พร​ของ​อับ​รา​ฮัม​จะ​ได้​มา​ถึง​บรร​ดา​คน​ต่าง​ชาติ ที่​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​ตาม​พระ​สัญ​ญา​โดย​ความ​เชื่อ

กท. 3:24 เพราะ​ฉะนั้น​ธรรม​บัญ​ญัติ​จึง​เป็น​ผู้​ควบ​คุม​ของ​เรา จน​พระ​คริสต์​เสด็จ​มา เพื่อ​เรา​จะ​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​โดย​ความ​เชื่อ

กท. 3:26 เพราะ​ว่า​พวก​ท่าน​ทุก​คน​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์

ฟป. 3:9 และ​จะ​ได้​เห็น​ว่า​ข้าพ​เจ้า​อยู่​ใน​พระ​องค์ ไม่​มี​ความ​ชอบ​ธรรม​ที่​ได้​มา​จาก​ธรรม​บัญ​ญัติ มี​แต่​ที่​ได้​มา​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​คริสต์ คือ​ความ​ชอบ​ธรรม​ที่​มา​จาก​พระ​เจ้า​โดย​ความ​เชื่อ

คส. 2:12 พวก​ท่าน​ถูก​ฝัง​ร่วม​กับ​พระ​องค์​ใน​การ​บัพ​ติศ​มา ที่​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​ท่าน​เป็น​ขึ้น​มา​ร่วม​กับ​พระ​องค์​ด้วย โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พลา​นุ​ภาพ​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย

1ทธ. 1:4 และ​ไม่​ให้​สน​ใจ​ใน​เรื่อง​เทพ​นิยาย​ต่างๆ และ​เรื่อง​ลำ​ดับ​วงศ์​ตระ​กูล​ที่​ไม่​รู้​จบ​สิ้น ซึ่ง​ก่อ​ความ​ขัดแย้ง​มาก​กว่า​การ​ทำ​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​เจ้า​โดย​ความ​เชื่อ

2ทธ. 3:15 และ​ตั้ง​แต่​เด็ก​มา​แล้ว ท่าน​ก็​ได้​เรียน​รู้​พระ​คัม​ภีร์​อัน​ศักดิ์​สิทธิ์ ซึ่ง​สา​มารถ​ให้​ปัญ​ญา​แก่​ท่าน​ใน​เรื่อง​ความ​รอด​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์

ฮบ. 11:2 โดย​ความ​เชื่อ​นี้​เอง​คน​สมัย​ก่อน​จึง​ได้​รับ​การ​รับ​รอง​จาก​พระ​เจ้า

ฮบ. 11:3 โดย​ความ​เชื่อ เรา​จึง​เข้า​ใจ​ว่า พระ​เจ้า​ได้​ทรง​สร้าง​จักร​วาล ด้วย​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​องค์ ดัง​นั้น​สิ่ง​ที่​มอง​เห็น​จึง​เป็น​สิ่ง​ที่​เกิด​จาก​สิ่ง​ที่​ไม่​ปรา​กฏ​ให้​เห็น

ฮบ. 11:4 โดย​ความ​เชื่อ อาเบล​จึง​นำ​เครื่อง​บูชา​ที่​ดี​กว่า​ของ​คา​อิน​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า โดย​ทาง​ความ​เชื่อ​นั้นท่าน​ได้​รับ​การ​รับ​รอง​ว่า​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม พระ​เจ้า​ทรง​รับ​รอง​ของ​ถวาย​ของ​ท่าน แม้​ว่า​อาเบล​ตาย​ไป​แล้ว แต่​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ​ท่าน​จึง​ยัง​พูด​อยู่

ฮบ. 11:5 โดย​ความ​เชื่อ เอ​โนค​จึง​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​เพื่อ​ไม่​ให้​ท่าน​ประ​สบ​กับ​ความ​ตาย ไม่​มี​ผู้​ใด​พบ​ท่าน​เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​รับ​ท่าน​ไป​แล้ว เพราะ​ก่อน​ที่​จะ​รับ​ท่าน​ขึ้น​ไป​นั้น ท่าน​ได้​รับ​การ​รับ​รอง​แล้ว​ว่าท่าน​เป็น​ที่​พอ​พระทัย​ของ​พระ​เจ้า

ฮบ. 11:7 โดย​ความ​เชื่อ เมื่อ​โน​อาห์​ได้​รับ​พระ​ดำรัส​เตือน​เกี่ยวกับ​เหตุ​การณ์​ที่​ยัง​มอง​ไม่​เห็น ท่าน​จึง​ยำ​เกรง​และ​ต่อ​เรือ​ใหญ่ เพื่อ​ช่วย​ครอบ​ครัว​ของ​ตน​ให้​ปลอด​ภัย และ​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ​นั้น ท่าน​จึง​กล่าว​โทษ​ชาว​โลก และ​กลาย​เป็น​ทา​ยาท​แห่ง​ความ​ชอบ​ธรรม​ซึ่ง​มา​โดย​ความ​เชื่อ

ฮบ. 11:8 โดย​ความ​เชื่อ เมื่อ​อับ​รา​ฮัม​ได้​รับ​การ​ทรง​เรียก​ให้​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ยัง​ที่​ที่​ท่าน​จะ​รับ​เป็น​มร​ดก ท่าน​ก็​เชื่อ​ฟัง​และ​เดิน​ทาง​ออก​ไป​โดย​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ไป​ที่​ไหน

ฮบ. 11:9 โดย​ความ​เชื่อ ท่าน​ได้​อาศัย​ใน​แผ่น​ดิน​แห่ง​พระ​สัญ​ญา​เหมือน​เป็น​คน​ต่าง​ด้าว โดย​พัก​อยู่​ใน​เต็นท์​ร่วม​กับ​อิส​อัค​และ​ยา​โคบ​ผู้​เป็น​ทา​ยาท​ตาม​พระ​สัญ​ญา​เดียว​กัน​นั้น

ฮบ. 11:11 โดย​ความ​เชื่อ อับ​รา​ฮัม​ได้​รับ​พลัง​ที่​จะ​มี​บุตร แม้​ท่าน​ชรา​มาก​แล้ว และ​นาง​ซา​ราห์​เอง​ก็​เป็น​หมัน เพราะ​ท่าน​ถือ​ว่า​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สัญ​ญา​นั้น​ซื่อ​สัตย์

ฮบ. 11:17 โดย​ความ​เชื่อ เมื่อ​อับ​รา​ฮัม​ถูก​ลอง​ใจ จึง​ได้​ถวาย​อิส​อัค​เป็น​เครื่อง​บูชา และ​ท่าน​ผู้​ได้​รับ​พระ​สัญ​ญา ก็​พร้อม​แล้ว​ที่​จะ​ถวาย​บุตร​ชาย​คน​เดียว​ของ​ท่าน

ฮบ. 11:20 โดย​ความ​เชื่อ อิส​อัค​จึง​อวย​พร​ยา​โคบ​และ​เอซาว สำ​หรับ​เหตุ​การณ์​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​ใน​ภาย​หน้า

ฮบ. 11:21 โดย​ความ​เชื่อ เมื่อ​ยา​โคบ​ใกล้​จะ​ตาย จึง​อวย​พร​บุตร​แต่​ละ​คน​ของ​โย​เซฟ และได้​นมัสการ​พระ​เจ้า ขณะ​ยัน​กาย​บน​หัว​ไม้​เท้า​ของ​ท่าน

ฮบ. 11:22 โดย​ความ​เชื่อ เมื่อ​โยเซฟ​กำ​ลัง​จะ​ตาย จึง​กล่าว​ถึง​การ​อพยพ​ของ​คน​อิส​รา​เอล และ​สั่ง​เสีย​เรื่อง​กระ​ดูก​ของ​ท่าน

ฮบ. 11:23 โดย​ความ​เชื่อ เมื่อ​โม​เสส​เกิด​มา บิดา​มารดา​จึง​ซ่อน​ท่าน​ไว้​ถึง​สาม​เดือน เพราะ​เห็น​ว่า​ท่าน​เป็น​เด็ก​น่ารัก และ​บิดา​มารดา​ของ​ท่าน​ไม่​ได้​กลัว​คำ​สั่ง​ของ​กษัตริย์​เลย

ฮบ. 11:24 โดย​ความ​เชื่อ เมื่อ​โม​เสส​โต​แล้ว ท่าน​ไม่​ยอม​ให้​ใคร​เรียก​ท่าน​ว่า เป็น​บุตร​ของ​ธิดา​กษัตริย์​ฟาโรห์

ฮบ. 11:27 โดย​ความ​เชื่อ ท่าน​จึง​ออก​จาก​อียิปต์ โดย​ไม่​ได้​เกรง​กลัว​ความ​กริ้ว​ของ​กษัตริย์ ท่าน​สู้​ทน​ประ​หนึ่ง​ได้​เห็น​พระ​องค์​ผู้​ไม่​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​ตา

ฮบ. 11:28 โดย​ความ​เชื่อ ท่าน​ถือ​ปัส​กา​และ​พิธี​ประ​พรม​เลือด เพื่อ​ไม่​ให้​ทูต​มรณะ​มา​แตะ​ต้อง​บุตร​หัวปี​ของ​คน​อิส​รา​เอล

ฮบ. 11:29 โดย​ความ​เชื่อ พวก​อิส​รา​เอล​จึง​เดิน​ข้าม​ทะเล​แดง​เหมือน​กับ​ว่า​เดิน​บน​ดิน​แห้ง แต่​เมื่อ​พวก​อียิปต์​ลอง​เดิน​ข้าม​ดู​บ้าง​ก็​จม​น้ำ​ตาย​หมด

ฮบ. 11:30 โดย​ความ​เชื่อ กำ​แพง​เมือง​เยรี​โค​พัง​ลง หลัง​จาก​คน​อิส​รา​เอล​เดิน​รอบ​กำ​แพง​ครบ​เจ็ด​วัน

ฮบ. 11:31 โดย​ความ​เชื่อ ราหับ​หญิง​โส​เภ​ณี​จึง​ไม่​ได้​พินาศ​ไป​พร้อม​กับ​พวก​ที่​ไม่​เชื่อฟัง เพราะ​นาง​ได้​ต้อน​รับ​คน​สอด​แนม​เป็น​อย่าง​ดี